อนุทิน เล็งยกเลิก Visa on arrival นทท.จีน คุมไวรัสโคโรนา

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการนี้หวังลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อจากจีน
  • ยันพร้อมไปรับคนไทยในอู่ฮั่นด้วยตนเอง หากทางการจีนอนุญาต
  • ย้ำสุขภาพคนไทยสำคัญที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอำนวยการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวพบคนขับแท็กซี่ติดเชื้อไวไรโคโรนา จากการรับนักท่องเที่ยวจีนจากสุวรรณภูมิ ว่า

ปัจจุบันนี้ มีข่าวลวงมากมาย อยากให้ประชาชนตามข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เพื่อรับทราบสถานการณ์ที่ถูกต้อง ส่วนการเอาผิดกลุ่มสร้างข่าวเท็จนั้น ตนไม่มีเวลามาจัดการเรื่องนี้ ได้แต่ขอความร่วมมือจากประชาชนให้รับข่าวสารด้วยวิจารณญาณ

ที่มีข่าวบอกว่าก่อนอู่ฮั่นปิดเมือง มีนักท่องเที่ยวจากเมืองนี้เป็นหลักล้านคนมาอยู่กรุงเทพนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ความจริงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่ในประเทศไทยประมาณ 2 หมื่นคน ภาพรวมโดยทั่วไป คนจีนในประเทศเราน้อยลงเรื่อย ๆ ภาพรวมลดลงด้วยตัวเอง

ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิก็มีการแยกไฟล์บินจากจีนเข้าจุดจอดพิเศษ ให้นักท่องเที่ยวจีนมีทางเดินแยกออกมา และ มี 3 ด่านในการตรวจสอบควบคุม ขณะเดียวกันตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็สแกนช่วยอีกด่าน ดังนั้นการควบคุมสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า นับว่ามีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้ จะประชุมคณะอำนวยการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ และเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิก วีซ่า on arrival กับนักท่องเที่ยวจีน ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ ขอย้ำว่าสุขภาพคนไทย สำคัญที่สุด

ส่วนเรื่องการรับคนไทยตกที่ตกค้างอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น รองนายกฯ กล่าวว่า ทางการไทยพร้อมนำเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่นกลับทันที หากจีนอนุญาต แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานในส่วนของรายละเอียด หากมีการประสานจากทางนั้นมา ก็พร้อมบินได้เลย เพราะเราพร้อมแล้วทั้งคน ทั้งอุปกรณ์ ล่าสุด ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยในเมืองอู่ฮั่น ป่วยหรือติดเชื้อจากไวรัสโคโรน่า

รพ. ต้นแบบ “เสี่ยวถังซาน” กลับมาเปิดอีกครั้ง หลังเคยใช้รักษาโรคซาร์ส

สำนักข่าว CGTN ของจีน มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับ การปรับปรุงโรงพยาบาลเสี่ยวถังซาน (Xiaotangshan) ในกรุงปักกิ่ง ที่เคยถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในประเทศจีน

ปรับปรุง รพ. “เสี่ยวถังซาน”

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 63 สำนักข่าว CGTN ของจีน มีภาพคลิปคนงานหลายร้อยคนได้ลงพื้นที่ไปช่วยกันปรับปรุง โรงพยาบาลเสี่ยวถังซาน (Xiaotangshan) ในกรุงปักกิ่ง โดยข้อมูลข่าวได้เผยว่า ในอดีตเมื่อ 17 ปี ที่แล้ว (ประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2546) โรงพยาบาลแห่งนี้เคยถูกสร้างขึ้นมาเสร็จภายใน 7 วันเท่านั้น! เพื่อใช้งานรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซาร์ส ที่เคยระบาดหนักมากในจีน

โดยภายในโรงพยาบาลมีเตียงผู้ป่วยทั้งหมดประมาณ 1,000 เตียง ตามข่าวยังรายงานอีกว่าตลอดระยะเวลาทำการ 51 วัน มีสถิติผู้ป่วยไวรัสซาร์ส 680 คน มีผู้เสียชีวิต 8 คน (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.2 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราต่ำที่สุดในโลก) อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทั้ง 1,383 คน ก็ไม่มีคนใดได้รับการติดเชื้อเลยในการปฏิบัติงานครั้งนั้น

7 ปีต่อมาหลังจากการระบาดของไวรัสซาร์สสิ้นสุดลง ผู้มีอำนาจจัดการทางการแพทย์ของปักกิ่งได้ตัดสินใจะรื้อถอนหอผู้ป่วยทั้งหมดของโรงพยาบาล และในปี 2012 ที่นี่ก็ได้กลายเป็นศูนย์พักฟื้นฟูสมรรถภาพ

จนล่าสุดในปี 2563 นี้ ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยเริ่มมาจากมณฑลอู่ฮั่น และระบาดไปยังหลายพื้นที่ในจีน ยอดผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ป่วยโรคซาร์สในอดีต จึงทำให้ภายในวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ทางการปักกิ่งจึงได้มีคำสั่งปรับปรุงโรงพยาบาล “เสี่ยวถังซาน” เพื่อช่วยรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่า

อ้างอิงข่าวจาก : news.cgtn.com

สื่อจีนขอแจง หลังมีข่าวชาวอู่ฮั่นทะลักเข้าไทยกว่า 5 ล้านคน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ย้ำข้อมูลที่สื่อไทยรายงานมีความคลาดเคลื่อน
  • ไม่มีตัวเลขยืนยันชาวอู่ฮั่นเดินทางมาไทยถึง 5 ล้านคน
  • แต่ยอมรับมีคนจีนเดินทางมาไทยจริง ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีสื่อไทยนำเสนอข่าวอ้างเป็นถ้อยคำจากปากของนายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น พื้นที่ที่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา ว่า มีประชาชนในเมืองกว่า 5 ล้านคน ออกนอกประเทศ โดยมีปลายทางที่กรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย ก่อนที่จะมีคำสั่งประกาศเปิดเมืองป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อชนิดนี้ จนสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ที่ทราบข่าวจำนวนมากนั้น

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา เพจ จริยธรรมวารสารศาสตร์ ได้มีการโพสต์ข้อความจาก China Media Group ซึ่งเป็นสื่อทางการจีน ที่ได้ออกมาชี้แจ้งถึงเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่า

ข้อมูลที่สื่อไทยได้นำเสนอไปมีความคลาดเคลื่อน เป็นอย่างมาก ซึ่งความเป็นจริงคือ มีคนจีนเดินทางมายังประเทศไทยจริง ในช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 62- 22 ม.ค. 63 แต่ไม่ได้ระบุว่าคนจีนกลุ่มดังกล่าวเป็นประชาชนในเมืองอู่ฮั่น ที่หนีการระบาดของไวรัส ก่อนที่จะมีคำสั่งปิดเมือง

ขณะที่ข้อความทั้งหมดระบุว่า China Media Group ของทางการจีน แจ้งผ่านนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่า ข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน ดังนี้

  1. ตลอดช่วงระยะเวลาสัมภาษณ์สดในรายการความยาว 26:30 นาที นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น ไม่ได้พูดถึงประเด็นการเดินทางออกนอกเมืองของชาวอู่ฮั่นในช่วงเทศกาลตรุษจีนเลย
  2. ข้อมูลทางการของจีนเอง ก็ไม่เคยกล่าวหรือระบุตัวเลขชาวอู่ฮั่น 5 ล้านคน เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย

ข้อเท็จจริงมีเพียงว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีน เชื่อว่ามีคนต่างเมืองที่ทำงานอยู่ในเมืองอู่ฮั่นราวร้อยละ 60 จากจำนวนหลายล้านคน เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาที่เป็นบ้านเกิดภายในมณฑลหูเป่ย

ส่วนที่เกี่ยวกับต่างประเทศนั้น มีข้อเท็จจริงยืนยันจากตารางเที่ยวบินที่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติ “อู่ฮั่น เทียนเหอ” ระหว่าง 30 ธันวาคม 2562 ถึง 22 มกราคม 2563 มีสนามบินปลายทางที่อยู่ใน 20 อันดับ โดย 3 แห่ง อยู่ในประเทศไทย คือ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และ ภูเก็ต เท่านั้น

ทั้งนี้ ไม่ได้ระบุจำนวนผู้โดยสารที่เป็นชาวอู่ฮั่นในเที่ยวบินดังกล่าว จึงยังไม่มีตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการว่า มีชาวอู่ฮั่น 5 ล้านคน ออกจากประเทศจีนก่อนช่วงตรุษจีนอย่างที่เป็นข่าว

เพื่อนร่วมวิชาชีพโปรดพิจารณาข้อทักท้วงนี้ด้วย

กรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
กรรมการควบคุมจรรยาบรรณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
29 มกราคม 2563