ไวรัสโคโรนา ระบาดในไทยแน่ แต่อย่าตระหนก ควรหาวิธีป้องกัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • คาดว่าความรุนแรงของโรคจะอยู่ในระดับไข้หวัดใหญ่
  • แนะปชช.ดูแลสุขภาพ ต้องช่วยกันป้องกัน และลดการแพร่กระจายให้ช้าที่สุด

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะ แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว เชื่อว่าไวรัสโคโรนาระบาดในไทยแน่นอน โดยระบุ

การระบาดอย่างรวดเร็วของโรคปอดบวมอู่ฮั่น โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 โรคนี้ระบาดได้อย่างรวดเร็วและมีผู้ป่วยจำนวนมาก (รวม 6,000 คนแล้ว) รวดเร็วกว่า SARS หลายเท่า โรค SARS เริ่มเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนกว่าจะไปเริ่มระบาดจริงๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ และระบาดมากในมีนาคม เมษายน 2003 ก็ไม่เร็วเท่าโรคปอดบวมอู่ฮั่น

สาเหตุที่เชื่อว่าโรคนี้จะระบาด เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  1. การระบาดในประเทศจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การที่รู้ว่ามีผู้ป่วยปอดบวมพร้อมกัน 41 คน ในขณะนั้นการระบาดเป็นการรับช่วงจากผู้ป่วยส่งต่อกันมาถึงระดับที่ 4 หมายถึง ผู้ป่วยคนแรกไม่น่าจะมาจากตลาดขายของสดในช่วงเวลาขณะนั้น มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ได้สัมผัสตลาดนี้เลย
  2. ความรุนแรงของโรคนี้น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับ SARS และ MERS อัตราตายของโรคนี้ ถ้าดูจำนวนเปอร์เซ็นต์จะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เชื่อว่าน่าจะน้อยกว่า 1% หรืออาจจะอยู่ที่ 1 ในพัน จากผู้ป่วยที่เป็นนอกประเทศจีน กว่า 100 คนไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเลย
    เพราะการวินิจฉัยจะทำได้ดีและรวดเร็วขึ้น และยอดผู้ป่วยที่แท้จริงจะมีมากกว่าผู้ป่วยที่รายงานมาก ตัวเลขอัตราการตาย ก็จะค่อยๆ ลดลงเหมือนการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ในปี 2009
  3. การนับจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น และเชื่อว่า อีก 1-2 เดือนต่อไปก็จะไม่มีการนับแล้วเช่นเดียวกับการระบาดไข้หวัดใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อน พอไปถึงระยะหนึ่งก็เลิกนับจำนวน
  4. เมื่อโรคมีความรุนแรงน้อย จึงมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย และยังแพร่กระจายโรคได้ มีการเดินทาง จึงทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรคได้อย่างรวดเร็ว
  5. ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปสัมผัสในประเทศจีน เกิดขึ้นในหลายประเทศเช่น เวียดนาม ญี่ปุ่นและเยอรมัน ดังนั้นก็จะพบได้อีกในหลายประเทศต่อไป
  6. ความรุนแรงเหมือนไข้หวัดใหญ่ การระบาดจึงเหมือนไข้หวัดใหญ่ ที่พร้อมจะกระจายข้ามทวีป และกระจายไปทั่วโลก อย่างเช่นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือนก็กระจายไปทั่วโลก

เราต้องยอมรับความจริง โรคนี้ระบาดแน่ในประเทศไทย และทุกประเทศ แต่ก็ควรมีมาตรการให้ระบาดช้าที่สุด เพื่อรอองค์ความรู้ใหม่ และข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโรคนี้

เราไม่อยากเห็นการระบาดอย่างรวดเร็ว การตั้งรับ การทำงานของบุคลากรสาธารณสุข ความสับสน การทำงาน จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เราไม่อยากเห็นการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามแบบจีน

การระบาดเมื่อประชากรเป็นแล้ว มีภูมิถึงระดับหนึ่ง โรคก็จะสงบ ไม่ควรตื่นตระหนก เพราะดูความรุนแรงของโรคแล้ว น่าจะอยู่ในระดับของไข้หวัดใหญ่ ไม่มีใครอยากป่วย

ทุกคนจะต้องช่วยกันป้องกัน และลดการแพร่กระจายให้ช้าที่สุด เพื่อลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด ลดการตื่นตระหนก ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะยังมาซึ่งความลำบากของประชาชนทุกคน หน้าที่ดังกล่าวจึงเป็นของคนทุกคนที่ต้องช่วยกัน

เผยภาพแรกโรงพยาบาลพิเศษในจีน รักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

ประเด็นน่าสนใจ

  • รพ.พิเศษคุมไวรัสโคโรนาที่อู่ฮั่นคาดเปิดใช้ได้ 3 ก.พ.นี้
  • ผู้เชี่ยวชาญเผยมาตรการป้องกันและควบคุมที่ครอบคลุมเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการคุมไวรัสชนิดนี้

สำนักข่าวซินหัว เผยแพร่ภาพความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงพยาบาลหั่วเสินซาน ขนาด 25,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อการรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แห่งแรก ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยของจีน

โดยโรงพยาบาลหั่วเสินซานจะมีเตียงผู้ป่วยราว 1,000 หลัง คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จภายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ โดยอ้างอิงรูปแบบการก่อสร้างจากโรงพยาบาลเสี่ยวทังซาน ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเคยใช้รักษาผู้ป่วยโรคซาร์ส ที่ระบาดอย่างรวดเร็วในจีนเมื่อปี 2003

‘5 ด่วน’ หนทางที่ดีที่สุดในการควบคุมโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้กล่าวถึงมาตรการในการควบคุมไวรัสในครั้งนี้ ว่า ประชาชนควรเห็นไปในทางเดียวกัน ว่าการตรวจด่วน การรายงานด่วน การกักกันด่วน การวินิจฉัยด่วน และการรักษาผู้ป่วยด่วน เป็นวิธีที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

โดย อู๋ฮ่าว ผู้อำนวยการศูนย์บริการสุขภาพชุมชนฟางจวงในกรุงปักกิ่งกล่าวในงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) ว่าตามที่สื่อได้รายงานสถานการณ์ของโรคอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรตระหนักถึงความเร่งด่วนในการควบคุมการแพร่ระบาด เนื่องจากการจัดการด้านสุขภาพในชุมชนยังคงต้องการแรงขับเคลื่อนจากสังคมทั้งหมด

“มาตรการป้องกันและควบคุมที่ครอบคลุมดังกล่าวเป็นหนทางที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น และจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในที่สุด”อู๋กล่าว

ทั้งนี้ อู๋ยังได้แนะนำวิธีการปฏิบัติในการร่วมกันป้องกันโรค และกล่าวว่ารัฐบาลท้องถิ่นได้ส่งเสริมมาตรการมากมายเพื่อช่วยให้พลเมืองตระหนักว่าความไม่สะดวกสบายในการดำเนินชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและครอบครัว นอกจากนี้ การให้ความร่วมมือถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ประชาชนพึงมี

ที่มา : Xinhuathai

รมว.สธ. ยันไม่มีคนเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา ที่ จ.เชียงใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • หญิงชาวจีนที่เสียชีวิต ไม่เข้าข่ายติดเชื้อโคโรนา ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบ
  • การรับคนไทยที่เมืองอู่ฮั่น ต้องเป็นไปตามขั้นตอน
  • ยำ้ตรวจสอบคนจีนที่เข้าไทยอย่างละเอียดป้องกันดชื้อแพร่กระจาย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์คนไทยในเมืองอู่ฮั่นของจีนรับมือไวรัสโคโรนาว่า ขณะนี้อาจจะอยู่ในสภาวะตึงเครียดจากสถานการณ์โรคปอดติดเชื้อจากไวรัสโคโรน่า 2019 แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีใครในประเทศจีนที่เป็นคนไทยป่วย

ซึ่งการจะดำเนินการไปรับกลับมายังประเทศไทยต้องมีขั้นตอนและกระบวนการตามระเบียบ ยืนยันทุกอย่างต้องมีการตรวจคัดกรองว่าปลอดเชื้อ 100% โดยยืนยันว่าการไปรับคนกลับมาจะต้องมีมาตรฐานที่ทำให้เกิดความมั่นใจตามมาตรฐานสากล ไม่มีการนำเชื้อไวรัสกลับมา

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอย้ำว่าให้ประชาชนติดตามการแถลงถึงสถานการณ์จากกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ตนกลับมาจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นไปตามปกติ ประชาชนในจังหวัดมีความตื่นตัวและตระหนักถึงวิธีการป้องกันให้ตัวเองปลอดภัย

และยืนยันไม่มีผู้ป่วยที่เชื้อไวรัสโคโรน่าและเสียชีวิตในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงในเขตจังหวัดทางภาคเหนือตอนบนด้วย ซึ่งตัวเองเพิ่งเดินทางกลับมาเมื่อเช้านี้ ถ้ามีผู้เสียชีวิตจริงรัฐมนตรีเองและคณะทำงานจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

โดยขอให้ตรวจสอบว่าเป็นโพสต์จากไหน ในตอนนี้มีหน่วยแพทย์กระทรวงฯ และหน่วยแพทย์ทหารคอยพร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขอฝากประชาชนอย่าตื่นตระหนกและมีความกังวล แต่เข้าใจว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้หลายคนอยู่ในภาวะตึงเครียด แต่ขอย้ำว่าทุกคนมีประสบการณ์สามารถรับมือในสถานการณ์นี้ได้

ทั้งนี้ หากมีชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วงนี้ก็จะคัดกรองอย่างละเอียดและสามารถติดตามตัวได้ทุกคน ทุกคนได้รับการชี้แจงถึงข้อปฏิบัติระหว่างอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อโรค ตัวเองในฐานะประธานคณะทำงานมีความมั่นใจอย่างมาก