พยากรณ์อากาศ 18 ม.ค. 63 – เหนือมีหมอกหนาบางพื้นที่ / กทม-ปริมณฑล ฝนละอองสะสมตัว

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่วนกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนยังคงพัดพาความหนาวเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ ในตอนกลางวันมีแสงแดดจัด บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่บริเวณยอดดอย ในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้

ฝุ่นละออง ในระยะ 1-2 วันนี้ บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลมที่พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวเป็นลมอ่อน และมีฝนเล็กน้อยทำให้ฝุ่นละอองยังคงสะสมได้

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ กับมีฝนบางแห่ง บริเวณจังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5-10 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

รัฐบาล ยันข่าวปลอม ขุดบาดาลบ่อละ 6 ล้านบาท ย้ำไม่จริง !

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครม. อนุมัติงบ 3,079 ล้านบาท เพื่อนำไปแก้ภัยแล้ง
  • เงินจำนวนนี้นำไปแก้ภัยแล้ง ครอบคลุมโครงการทั้งสิ้น 2,041 โครงการ
  • เล็งล่าตัวเอาผิดคนปล่อยข่าว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีงบกลางจำนวน 3,079 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เสนอเรื่องมาพื่อนำไปแก้ปัญหาภัยแล้ง

ซึ่งทำให้เกิดกระแสในโซเชียลว่า นำไปขุดบ่อบาดาล 500 บ่อ ราคาบ่อละ 6 ล้านบาท ว่า นายกรัฐมนตรีฝากชี้แจงว่าข่าวนี้เป็นข่าวปลอม ใครก็ตามที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จนี้เข้าสู่ระบบ ก็จะให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ป.อ.ท.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อีกทั้งยังชี้แจงว่า งบประมาณจำนวน 3,079 ล้านบาทนั้น ครอบคลุมโครงการทั้งสิ้น 2,041 โครงการ ซึ่งจะถูกนำไปใช้ขุดบ่อบาดาลจำนวน 1,103 บ่อ โดย 3 บ่อ จะอยู่ในสถานพยาบาล ส่วนอีก 1,100 บ่อ จะอยู่เขตนอกการประปา

โดยจะแยกเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูงใน 1,270 หมู่บ้าน จะมีการขุดเจาะ 577 บ่อ พื้นที่เสี่ยงปานกลาง 526 บ่อ รวมเป็น 1,103 บ่อ ทั้งนี้ยังมีการหาแหล่งน้ำผิวดินอีก 230 โครงการ โครงการซ่อมแซมประปา 650 กว่าโครงการ รวมเป็น 2,041 โครงการ

ดังนั้นงบที่ใช้ขุดเจาะบ่อบาดาลไม่ใช่ราคาบ่อละ 6 ล้านบาท จึงอยากเรียนชี้แจงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

ภาพสุดสะพรึง! ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมทั่วกรุง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาพดังกล่าวถ่ายได้จากมุมสูงจากตึกใบหยก 2
  • ค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้ วัดได้ 28 – 60 มคก./ลบ.ม.
  • พื้นที่ฝุ่นที่มีระดับเป็นพิษต่อร่างกายได้ แก่ สามเสน, พระราม3 และ บางคอแหลม
  • แนะ ปชช. งดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้

นักข่าว MThai ได้มีการเผยแพร่ภาพมุมสูงของฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมทั้งทั้งเมือง หลังมองเห็นจากโรงแรมใบหยกสกาย ชั้น 84 (ตึกใบหยก 2)

โดยภาพดังกล่าว เป็นภาพที่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ จะเห็นได้ว่าทัศนวิสัยในการมองค่อนข้างแย่ เนื่องจากมีของฝุ่นละออง PM2.5 ขนาดเล็ก ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ที่ ตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ชั้น 45 ทัศนวิสัยในการมองค่อนข้างแย่เหมือนกัน

ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณทล วันที่ 17 มกราคม 2563 พบว่า เมื่อเวลา 15:00 น. ที่ผ่านมา ตรวจวัดค่าได้ 28 – 60 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม)

โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่เมื่อเที่ยบกับช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยพบพื้นที่ที่มี ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 9 สถานี เช่น

ริมถนนสามเสน เขตพระนคร 64 มคก/ลบ.ม และ ถนนพระราม 3 เจริญกรุง เขตบางคอแหลม 58 มคก/ลบ.ม เป็นต้น ทั้งนี้ประชาขนในพื้นที่ดังกล่าว ควรลดทำกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง

หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก และไม่ควรอยู่นอกบ้านเป็นเวลานาน สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ หากไม่จำเป็นไม่ควรพาไปในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ

ทั้งนี้ ควรหมั่นสังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ปริมาณฝุ่นก่อตัวสูงขึ้น เนื่องจากการจราจรหนาแน่นหลายเส้นทาง ประกอบกับวันนี้สภาพอากาศมีการระบายอากาศ และความกดอากาศจะกดต่ำมากที่สุดในรอบเดือน โดยเฉพาะช่วงเย็นแบบนี้ซึ่งเป็นเวลาที่การจราจรหนาแน่น ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมตัวของฝุ่นมากขึ้น