อย่าเชื่อ! หมอสะกิดมะเร็ง เหตุทำไม่ได้จริง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพจดังโพสต์ภาพเตือนอย่าเชื่อคนแอบอ้างใช้เข็ม-แหนบดึงเส้นรักษามะเร็ง
  • ยันช่วยไม่ได้จริง แถมเสี่ยงอันตรายหวั่นติดเชื้อได้

เพจ หมอแล็บแพนด้า ได้มีการโพสต์ภาพการรักษา พร้อมเตือนว่า อย่าไปหลงเชื่อหมอดึงมะเร็งหรือหมอสะกิดมะเร็ง เนื่องจากไม่สามารถทำได้จริง แถมเสี่ยงอันตรายอาจเกิดโรคอื่น ๆ เนื่องจากเข็ม หรือแหนบที่ใช้ในการสะกิดมะเร็งไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อแต่อย่างใด โดยระบุว่า

หมอดึงมะเร็งหรือหมอสะกิดมะเร็ง วิธีการของเขาก็คือ เขาจะทายาที่ทำขึ้นมาเอง ทาทั้งลำตัวและด้านหลังของเรา จากนั้นก็จะใช้เข็มเย็บผ้าประมาณเบอร์ 10 สะกิดตามตุ่ม ตามไฝ หรือจุดต่างๆบนผิวหนัง

บางทีก็จะใช้แหนบ แหนบที่เราถอนขนจั๊กกะแร้ให้เมียนั่นแหละ 55555 ใช้ดึงตามที่เห็นในภาพ แล้วก็บอกว่านี่ไงๆ ดึงเส้นมะเร็งออกแล้ว คนนะไม่ใช่คางคก จะได้ดึงเส้นเมาออก 555555 เราก็สบายใจสิ ดึงมะเร็งออกไปแล้ว

บางคนมีจุดแดงๆ ตามตัว เขาก็บอกว่า นี่คือจุดที่ติดเชื้อไวรัส ต้องดึงออก ต้องสะกิดออกไม่มีการฆ่าเชื้อที่เข็มใดๆทั้งสิ้น โอ้ยยยยย ปี 2020 แล้วพี่น้อง อย่าไปหลงเชื่อนะค้าบบบ

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเตือนใจ และป้องกันไม่ให้ผู้คนได้รับอันตรายจากการกระทำดังกล่าวได้

เคราะห์ซ้ำ! ไฟยังไม่ดับ น้ำท่วมก็ซัด สะเทือนสวนสัตว์ออสซี่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ออสเตรเลียเกิดเหตุน้ำท่วม
  • ทำให้สัตว์ได้รับผลกระทบอีกครั้ง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เหตุไฟไหม้ลุกลามในออสเตรเลียได้อ่อนกำลังลงเมื่อใกล้ถึงอุทยานสัตว์เลื้อยคลานของประเทศ ทว่ากลับเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่แทนที่เมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) อันเกิดจากฝนตกหนักฉับพลันซึ่งคุกคามที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด

หลังจากช่วงร้อนระอุของไฟป่าที่ได้ฆ่าสัตว์ออสซี่ไปแล้วกว่าพันล้านตัว การมาถึงของฝนที่ควรนับได้ว่า เป็นเรื่องน่ารื่นรมย์ ก็กลับกลายเป็นเรื่องแสนเศร้าของอุทยานเลื้อยคลาน (Reptile Park) ทางเหนือของซิดนีย์ เมื่อฝนทำให้เหล่าสมาชิกอุทยานต้องตะเกียกตะกายว่ายหนีระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทิม ฟอล์กเนอร์ (Tim Faulkner) ผู้อำนวยการอุทยานกล่าวว่า นี่มันเหลือเชื่อ ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราต้องจัดประชุมทุกวัน

เพื่อหารือเกี่ยวกับไฟป่าที่คืบคลานใกล้เข้ามา ที่อยู่ห่างจากอุทยานแห่งนี้ในซัมเมอร์สบี (Somersby) เพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น

“วันนี้ เราส่งทีมงานทั้งหมดไปที่นั่น ทุกคนปฏิบัติการอย่างรวดเร็วทั้งร่างที่เปียกโชก เพื่อคุ้มกันฝูงสัตว์ของเรา และปกป้องอุทยานจากกระแสน้ำ”

ทีมงานคนหนึ่งอุ้มโคอาล่าไว้ในอ้อมแขน เดินฝ่าน้ำท่วมที่สูงถึงระดับหัวเข่า ขณะที่ทีมงานคนอื่นๆ นำกระสอบทรายมาสร้างทำนบกั้นน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเท่าที่พวกเขาสามารถทำได้

แม้จะมีสัตว์บางตัวที่ไม่ได้เดือดร้อนจากฝนที่ตกลงมาสักเท่าไหร่ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงจับตาดูบึงจระเข้ ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงจนใกล้กับแนวรั้ว

ฟอล์กเนอร์เสริมว่า แม้ฝนจะสร้างความยุ่งยากอยู่บ้าง แต่มันก็ยังเป็นเรื่องน่ายินดีหากพิจารณาจากระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นในฤดูกาลไฟป่าครั้งนี้ของออสเตรเลีย

“ความแตกต่างระหว่างวิกฤตไฟป่าปัจจุบันและน้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้เป็นเรื่องน่าทึ่ง แต่เราตระหนักดีว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลียยังคงลุกเป็นไฟและสัตว์นับล้านชีวิตยังคงถูกคุกคาม” เขากล่าว

อุทยานสัตว์เลื้อยคลานของออสเตรเลียได้ช่วยเหลือสัตว์ป่าผ่าน “ออสซี่ อาร์ค” (Aussie Ark) โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่า

การบรรเทาภัยแล้งและไฟไหม้จนถึงเหตุอุทกภัย ล้วนอยู่ในภารกิจตลอดวันของเจ้าหน้าที่ของเรา” ฟอล์กเนอร์กล่าว “และการปฏิบัติงานตลอด 2 วันนี้ก็โดดเด่นยิ่งกว่าวันไหนๆ

ที่มา สำนักข่าวซินหัว

จีนเร่งแผนดูแลความปลอดภัยในโรงพยาบาล หลังเหตุแทงหมอดับ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปักกิ่งจะปรับปรุงกลไกการสื่อสารระหว่างแพทย์-ผู้ป่วย เพื่อรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
  • ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์แทงแพทย์เสียชีวิต

ในรายงานการทำงานของรัฐบาลที่นำเสนอต่อที่ประชุมประจำปีของสภาประชาชนของเทศบาลนครปักกิ่งในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 ม.ค.) นายกเทศมนตรีกล่าวว่าปักกิ่งจะผลักดันโครงการริเริ่มปักกิ่งสุขภาพดีต่อไป

การรักษาความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์รวมถึงสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลให้เป็นระเบียบ คือหนึ่งในภารกิจริเริ่ม ซึ่งรวมถึงการสร้างระบบบริการสุขภาพครบวงจร ที่เปลี่ยนจากการรักษาโรคไปสู่การส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ถือเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันโครงการนี้

ช่วงปลายปี 2019 คดีที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมแพทย์ที่โรงพยาบาลในกรุงปักกิ่ง สร้างความกังวลในหมู่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และประชาชนเป็นอย่างยิ่ง หมอหยางเหวินที่ทำงานในห้องฉุกเฉิน ถูกซุนเหวินปินบุตรชายของผู้ป่วยแทงด้วยมีด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นซุนถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิต และเรื่องนี้ได้กลายเป็นกระแสร้อนแรงในกลุ่มที่ปรึกษาทางการเมืองในการประชุมสองสภาที่กรุงปักกิ่ง

หลี่ไห่เฉา ที่ปรึกษาทางการเมืองของปักกิ่งและรองประธานโรงพยาบาลแห่งแรกของมหาวิทยาลัยปักกิ่งกล่าวว่า ข้อพิพาทระหว่างแพทย์-ผู้ป่วยอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ต้องผิดหวัง หรือแม้กระทั่งลาออกจากงาน ซึ่งจะส่งผลต่อประสบการณ์ด้านการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐาน จึงมีผลกระทบร้ายแรงต่อการดำเนินการตามโครงการปักกิ่งสุขภาพดี

หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว สมาคมการแพทย์จีนจึงเรียกร้องให้มีการคุ้มครองบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

หวังเจิ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนกฉุกเฉินจากโรงพยาบาลปักกิ่งซื่อจี้ถัน (Beijing Shijitan Hospital) ใช้เวลา 31 วันของวันหยุดเทศกาลตรุษจีนตลอดช่วงที่ผ่านมาดูแลรักษาผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน

ในฐานะผู้อำนวยการแผนกเวชศาสตร์ฉุกเฉินและที่ปรึกษาทางการเมืองของปักกิ่ง เธอกล่าวว่าความปลอดภัยทางการแพทย์ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยเท่านั้น หากยังรวมถึงความปลอดภัยของผู้ที่มาดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ด้วย โรงพยาบาลเป็นบ้านของบุคลากรทางการแพทย์ พวกเขาควรจะรับผิดชอบในการแก้ปัญหาทางอารมณ์ และรับประกันความปลอดภัยของบุคลากรที่ทำงานที่นั่น

เธอตั้งคำถามว่า “ถ้าไม่รับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ แล้วความปลอดภัยของผู้ป่วยมาจากไหน”

สภาพแวดล้อมทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและกลมกลืน จะเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของโครงการปักกิ่งสุขภาพดี และยังสะท้อนภาพลักษณ์ของเมืองด้วย

หม่าลี่ซวง แพทย์ประจำภาควิชากุมารศัลยศาสตร์ภายใต้สถาบันกุมารเวชศาสตร์กล่าวว่า “ฉันคิดว่าแพทย์เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ใจดีที่สุด เพราะพวกเขาดูแลผู้ป่วยและพยายามรักษาพวกเขาอย่างเต็มที่ตั้งแต่เนิ่นๆ”

กฎหมายของจีนว่าด้วยการส่งเสริมการแพทย์และการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 มิถุนายน กำหนดว่าศูนย์รักษาพยาบาลเป็นสถานที่สาธารณะและไม่มีองค์กรหรือบุคคลใดที่จะก่อความไม่สงบในสถานที่เหล่านี้ได้

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลในกรุงปักกิ่งจะต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของตนเป็นอันหน่วยงานแรก แต่หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ องค์กรด้านการรักษาความปลอดภัยสาธารณะจะเข้ามามีบทบาทได้เร็วขึ้น หลี่ไห่เฉากล่าว

กฎหมายดังกล่าวเรียกร้องให้สังคมให้ความเคารพต่อบุคลากรการแพทย์ รักษาระเบียบของสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ รักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์-ผู้ป่วยให้ปรองดองมากขึ้น

หลี่ชี้ว่า มีความจำเป็นต้องปรับปรุงกลไกการสื่อสารระหว่างแพทย์-ผู้ป่วยก็จริง แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือการนำระบบแทรกแซงทางกระบวนการยุติธรรมเข้าสู่โรงพยาบาล ทั้งยังกล่าวว่าโรงพยาบาลควรกำหนดกลไกการกำกับดูแลและชี้แจงหน้าที่ความรับผิดชอบของโรงพยาบาล แพทย์ และองค์กรรักษาความปลอดภัยสาธารณะให้ชัดเจน เพื่อรักษาความปลอดภัยของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้ดีขึ้น

หลี่เสริมว่าในอนาคต ควรมีสถานีตำรวจในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เพื่อป้องกันอันตรายและรักษาความสงบเรียบร้อย