โฆษกรัฐบาลย้ำ นายกฯ ไม่เคยสั่งให้ตั้งชื่อ “สะพานจันทร์โอชา”

หลังจากที่เมื่อวานนี้ มีการเสนอแนวคิดในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างฝั่งอ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไปยัง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้มีข้อเสนอในการประชุมสภาฯ เมื่อวานนี้ว่า

นายสายัณห์ ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างฝั่งอ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช กับ อ.เกาะสมุย จ.สุราฎร์ธานี เนื่องในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังเกาะสมุยเป็นจำนวนมาก จนทำให้ท่าเรือ 2 ท่าที่มีอยู่ ไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพียงพอ

ทำให้เกิดปัญหานักท่องเที่ยวตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในการหารือในครั้งนี้ นายสายัณห์ได้กล่าวถึงสะพานสารสิน ที่เชื่อมระหว่าง พังงา-ภูเก็ต โดย นายพจน์ สารสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และสะพานติณสูลานนท์

จึงได้เสนอให้สร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย และตั้งชื่อว่า “สะพานจันทร์โอชา”

ซึ่งภายหลังจากมีการเสนอในเรื่องนี้ ทำให้หลายฝ่ายต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากถึงความเหมาะสม หรือ ไม่เหมาะสมในการสร้างสะพานดังกล่าว

ล่าสุด โฆษกรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า

สำหรับชื่อสะพานจันทร์โอชานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เคยมีแนวคิดในการนำนามสกุลไปตั้งเป็นชื่อสะพานแต่อย่างใด ซึ่งรวมไปถึงสถานที่อื่นๆ หรือเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะโครงการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากเงินส่วนตัว หรือแม้แต่การนำเงินส่วนตัวมาสร้างสาธารณะประโยชน์ก็ตาม

โดยโฆษกรัฐบาล ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์เชื่อว่า ผู้คนจะจดจำถึงความดีที่เคยทำไว้ ไม่ได้จดจำมาจากการตั้งชื่อ

ส่วนเรื่องของการตั้งชื่อสะพาน หรือการสร้างสะพานนั้น เป็นเรื่องที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

จีนตอนเหนือเพิ่มพื้นที่ ‘ป่า’ สำเร็จ 3 ล้านไร่ในปี 2019

ประเด็นน่าสนใจ

  • โครงการผืนป่าแนวกันลม 3 เหนือ ทำจีนมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นราว 3 ล้านไร่
  • โครงการผืนป่าแนวกันลม 3 เหนือ เริ่มเมื่อปี 1978
  • จัดขึ้นเพื่อสกัดกั้นพายุทรายและการพังทลายของดิน

สำนักงานบริหารป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติจีน (NFGA) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ม.ค.) ว่า ภูมิภาคตอนเหนือของจีนมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 488,000 เฮกตาร์ (ราว 3 ล้านไร่) ในปี 2019

ซึ่งเป็นผลลัพธ์จาก “โครงการผืนป่าแนวกันลม 3 เหนือ” (Three-North Shelterbelt Forest Program – TSFP)

รายงานระบุว่า จีนได้ฟื้นฟูผืนป่าเสื่อมโทรมในภูมิภาคตอนเหนือของประเทศเกือบ 100,000 เฮกตาร์ (ราว 625,000 ไร่) ในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จีนริเริ่มโครงการผืนป่าแนวกันลม 3 เหนือ เมื่อปี 1978 เพื่อสกัดกั้นพายุทรายและการพังทลายของดิน โดยโครงการฯ แบ่งเป็น 8 ระยะ ครอบคลุมพื้นที่ “3 เหนือ” ของประเทศ

ได้แก่ ตอนเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงเหนือ อันเป็นที่ตั้งของภูมิภาคระดับมณฑล 13 แห่ง กินเนื้อที่ราวร้อยละ 42.4 ของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2050

จางเหว่ย ผู้อำนวยการหน่วยงานก่อสร้างของโครงการฯ สังกัดสำนักงานฯ ระบุว่าการสร้างความเป็นสมัยใหม่ของระบบบริหารและความสามารถของโครงการฯ เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในปี 2020 เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผืนป่าและทุ่งหญ้า

ที่มา สำนักข่าวซินหัว

ตร. เล็งค้นบ้าน ไอซ์ หีบเหล็ก อีกรอบ หลังพบผู้เสียชีวิตถูกฆ่าถ่วงน้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบอีกศพถูกฆ่าถ่วงน้ำในบ้าน ไอซ์ หีบเหล็ก
  • ตร.คาดเหลืออีก 1 หลังพยานหญิงสาว 2 รายถูกฆ่าก่อนสังหารสาวยัดหีบฝังดิน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีพบร่างผู้เสียชีวิตถูกโยนถ่วงน้ำภายในบ้านของนายอภิชัย หรือ ไอซ์ องค์วิศิษฐ์ ที่บ้านพักย่านเพชรเกษม กทม. หลังจากมีพยานอ้างว่า ไอซ์ หีบเหล็ก ได้ก่อเหตุฆาตรกรรมหญิงสาว 2 ราย ก่อนที่จะมาฆาตรกรรม น.ส.กิ๊ก อายุ 22 ปี แล้วนำใส่ถุงฝังดินไว้ข้างบ้านนั้น ว่า

จากการค้นภายในบ้านของผู้ต้องหาก็พบร่างผู้เสียชีวิตจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานนิติเวชโรงพยาบาลศิริราชเข้าตรวจสอบ และได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือผู้ใด

ทั้งนี้ในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหา และพยานที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งในส่วนของตัวผู้ต้องหานั้นขณะนี้ ทางสน.เพชรเกษม ได้ฝากขังอยู่ที่ศาลอาญา ธนบุรี และในวันพรุ่งนี้ 17 ม.ค. 63 เวลาประมาณ 10.00 น. จนท.ตร. กก.ดส. จะทำการขอหมายค้นจากศาลแขวงบางบอนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเข้าค้นหาผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ที่คาดว่ามีอีก 1 ราย จากการสอบปากคำพยานและผู้ต้องหา

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำและกำชับเรื่องการป้องกันอาชญากรรมของทุกกองบัญชาการในทุกพื้นที่ ไม่ให้มีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้น โดยให้มีมาตรการเพิ่มความเข้มในการออกตรวจพื้นที่สุ่มเสี่ยง จุดล่อแหลม ต่างๆ อีกทั้งการทำประวัติบุคคลเฝ้าระวัง การประชาสัมพันธ์ถึงภัยของมิจฉาชีพให้กับประชาชน รวมถึงการป้องกันเหตุดังกล่าว

แต่ถ้าหากเกิดเหตุขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาได้โดยเร็ว และดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกคดี ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ เพื่อเยียวยาความเสียหาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน