กรมอุทยานแห่งชาติฯ เร่งแก้ไขปัญหาช้างป่า บุกรุกพื้นที่เกษตรกรรม

ประเด็นน่าสนใจ

  • จัดตั้งหอดูสัตว์ในชุมชน สร้างรั้วธรรมชาติ เพิ่มแหล่งอาหาร และในการจำกัดพื้นที่
  • การจัดชุดเคลื่อนที่เร็วในการผลักดันช้างป่ากลับสู่ป่า

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ติดตามการบริหารช้างป่าในพื้นที่ อช.เขาใหญ่ 

ทั้งนี้ นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่(อช.เขาใหญ่) จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีการบริหารช้างป่า ที่มีข่าวว่าช้างป่าเดินออกมานอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ว่า ปัจจุบันจากการสำรวจพบว่าช้างป่าที่อยู่ในบริเวณป่าอนุรักษ์ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่พบประมาณ 300 ตัว

มีอัตราการเพิ่มขึ้นทุกปี ประมาณร้อยละ 8 ซึ่งอช.เขาใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 1.3 ล้านไร่ ปัจจุบันช้างป่าและสัตว์ป่าที่ออกนอกพื้นที่อยู่อาศัยได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน มีผลจากการที่พื้นที่อาศัยเดิมของสัตว์ป่าถูกรบกวน ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว การล่าสัตว์ หรือการบุกรุกพื้นที่ป่าของราษฎร เพื่อต้องการพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้สัตว์ป่า

โดยเฉพาะช้างป่า ต้องถอยร่นไปในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ปริมาณช้างป่าเองก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ป่ามีจำกัด จึงทำให้บ่อยครั้งช้างป่าเดินออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีปัจจัยด้านนิเวศ เช่น ขาดแหล่งน้ำ แหล่งอาหารไม่เพียงพอในฤดูแล้ง อีกทั้งการปลูกพืชผลทางการเกษตรรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์ จึงเป็นสิ่งเร้าและดึงดูดให้สัตว์ป่าออกไปกินพืชผล จนได้รับความเสียหายกับประชาชน

ด้านการแก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ ดังกล่าว ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและหลายวิธีการ เช่น การร่วมกันกับจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่อช.เขาใหญ่ เพื่อร่วมสนับสนุนเงินชดเชยให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่ากัดกินพืชผลทางการเกษตร

ได้รับความร่วมมือจากกรมควบคุมและบรรเทาสาธารณภัย ในการจัดเจ้าหน้าที่และรถขนาดใหญ่มาช่วยเหลือในการผลักดันช้างป่าเข้าสู่ป่า ตลอดจนหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนด้วย

นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่สร้างความรับรู้ให้กับประชาชนในการอยู่ร่วมกับสัตว์ป่า ซึ่งประชาชนยินดีให้ความร่วมมือ มีการจัดตั้งหอดูสัตว์ในชุมชน การสร้างรั้วธรรมชาติ เช่น รั้วรังผึ้ง รั้วไผ่หนาม ไว้คอยป้องกันช้างและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่  การเพิ่มแหล่งน้ำ การจัดแหล่งอาหาร สร้างโป่งเทียม การจัดชุดเคลื่อนที่เร็วในการผลักดันช้างป่ากลับสู่ป่า อีกด้วย

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ  กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระยาว ซึ่งเป็นนโยบายของกรม อส.ว่า ได้ร่วมศึกษาวิจัยกับเจ้าหน้าที่อช.เขาใหญ่ นักวิจัยของกรมอส. และคณะวนศาสตร์ มก. ศึกษาวิจัย บริบทต่างๆ เช่น พฤติกรรมช้าง แหล่งอยู่อาศัย การจัดการพื้นที่เชื่อมต่อของสัตว์ป่า การขยายเข้าสู่พื้นที่ป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่

ซึ่งได้มีการดำเนินการไปตามขั้นตอน นอกจากนี้ยังพบปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น อัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ที่ต้องกระจายกำลังดูแลหน้าที่หลายด้าน เช่น การลาดตระเวน การป้องกันลาดตระเวน การสร้างมวลชนสัมพันธ์ การดูแลนักท่องเที่ยว

ซึ่งช้างป่าเดินออกมาไม่เป็นเวลา บ่อยครั้งเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ และปัญหาของช้างก็เป็นปัญหาหลายส่วน จึงขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนในการร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าว

พยากรณ์อากาศ 17 ม.ค. – ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
  • ภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก
  • ภาคเหนือ ยังมีอากาศเย็น-หนาวกับมีหมอกหนาในบางพื้นที่
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่วนกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนยังคงพัดพาความหนาวเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ ในตอนกลางวันมีแสงแดดจัด บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่บริเวณยอดดอย ในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

สำหรับฝุ่นละออง ในระยะ 1-2 วันนี้มีฝุ่นละอองสะสมบริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวเป็นลมอ่อน

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 13-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-10 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 5-10 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

“วิ่งอีกนิดพิชิตเอดส์” พลังประชาชนสู่การยุติปัญหาเอดส์ของประเทศ

ประเด็นน่าสนใจ

  • AIDS -Almost Zero Run “วิ่งอีกนิดพิชิตเอดส์” พลังประชาชนสู่การยุติปัญหาเอดส์ของประเทศ
  • กิจกรรมนี้มีขึ้นเพื่อรณรงค์ยุติปัญหาเอชไอวี/เอดส์ ให้หมดจากประเทศไทยภายในปี 2573

12 มกราคม 2563 มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล AIDS-Almost Zero Run “วิ่งอีกนิดพิชิตเอดส์” ณ กระทรวงสาธารณสุข ชวนคนไทยร่วมแสดงพลัง รณรงค์ยุติปัญหาเอชไอวี/เอดส์ ให้หมดจากประเทศไทยภายในปี 2573

เย็นจิต สมเพาะ ผู้อำนวยการมูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลในครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวเรื่องเอชไอวี/เอดส์อีกครั้ง ปัจจุบัน สถานการณ์เอดส์ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่เอดส์ยังไม่หายไปจากสังคมไทย ซึ่งคาดประมาณว่ามีผู้ติดเชื้อฯรายใหม่กว่า 5,000 คน/ปี (เฉลี่ยราว 15 คน/วัน)

โดยที่ผ่านมาพบว่า คนไทยยังมีความรู้ความเข้าใจและมุมมองต่อผู้ติดเชื้อฯไม่ต่างจากหลายสิบปีที่ผ่านมา ยังมีการรังเกียจ และขาดข้อมูล ความรู้ ในการป้องกันและอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อฯ แม้ว่าปัจจุบันการรักษาด้วยยาต้านไวรัสมีความก้าวหน้า และทำให้ผู้ติดเชื้อฯสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วก็ตาม แต่ยังมีตีตราผู้ติดเชื้อฯด้วยคำพูดและการกระทำอยู่เสมอ

ขณะเดียวกันสถานการณ์การติดเชื้อฯ ในกลุ่มอายุ 20-24 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น และที่น่าเป็นห่วงคือ เยาวชนติดเชื้อฯแล้วไม่ทราบสถานการติดเชื้อฯของตนเอง ฉะนั้น การทำให้ทุกคนในสังคมมีข้อมูล ความรู้ และความตระหนัก จะสามารถนำประเทศไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ ได้ทั้งมิติในด้านการรักษาและการดูแลทางสังคม

การจัดกิจกรรม “AIDS-ALMOST ZERO RUN”ครั้งนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมแบ่งปันดีๆ ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ที่สำคัญให้เกิดขึ้น คือ “การยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทย” เพื่อ ลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ และลดการรังเกียจกีดกันและเลือกปฏิบัติ โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปทำงานป้องกัน ดูแลช่วยเหลือเด็ก/เยาวชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์

นิภาภรณ์ พงสระพัง ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เขต 8 จังหวัดอุดรธานี ทำงานเป็นอาสาสมัครและวิทยากรให้ความรู้แก่เด็ก/เยาวชนตามโรงเรียนต่างๆ และช่วยเหลือกลุ่มผู้ติดเชื้อฯในชุมชนที่ประสบปัญหา กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่มีสุขภาพดีไม่ต่างไปจากคนที่ไม่มีเชื้อฯ อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกับเรื่องเอชไอวี/เอดส์ให้ถูกต้อง และไม่ตีตราผู้ติดเชื้อฯ เพราะคนที่ติดเชื้อฯ ส่วนใหญ่ติดมาจากคนที่ไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้อฯ และไม่ได้ป้องกัน การที่ผู้ติดเชื้อฯกินยาต้านไวรัสเป็นประจำ ทำให้พวกเขามีโอกาสแพร่เชื้อได้น้อย ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คนในสังคมจะรังเกียจผู้ติดเชื้อฯ แต่ควรสนับสนุนให้ทุกคนไปตรวจเลือดมากกว่า”

ด้านนพรุจ หมื่นแก้ว (ไม้คิว) เยาวชนที่ทำงานกับเยาวชนที่อยู่ร่วมกับเชื้อฯ เล่าว่า เด็กและเยาวชนที่อยู่ร่วมกับเชื้อฯเติบโตมาพร้อมกับความหวาดกลัว และต้องการความรักความเอาใจใส่เหมือนกับเด็กทั่วๆไป ซึ่งผู้ใหญ่สามารถให้กับพวกเขาได้ เด็กทุกคนสามารถเติบโต ใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ เมื่อทุกคนเข้าใจและเปิดใจก็ทำให้พวกเขามีกำลังใจและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น ในขณะเดียวกัน “ไม้คิว” ก็อยากให้เพื่อนๆ เยาวชนรู้จักวิธีป้องกัน และอย่าอายที่จะพกถุงยางอนามัย ส่วนใครที่มีความเสี่ยงก็อย่าอายที่จะไปตรวจ เพราะปัจจุบัน เอชไอวีเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ “เอดส์ รู้เร็ว รักษาเร็ว ชีวิตปลอดภัย”