จักรยานติดปีกขี่ในน้ำคันแรกของโลก

ประเด็นน่าสนใจ

  • บริษัท Manta5 จากนิวซีแลนด์ นำจักรยานไฟฟ้าขี่ในน้ำ ที่อ้างว่าเป็นจักรยานติดปีกคันแรกของโลก
  • “Manta5 Hydrofoiler XE-1” ถูกนำมาแสดงในงาน Consumer Electronics Show ในเมืองลาสเวกัส

“เกรก จอห์นสตั้น” ซีอีโอ Manta5 ระบุว่า “Manta5 Hydrofoiler XE-1” เป็นจักรยานติดปีกคันแรกของโลก มันใช้เทคโนโลยีของจักรยานไฟฟ้าเพื่อช่วยให้ขี่บนพื้นผิวได้ จากนั้นก็ใช้ปีกที่ติดกับจักรยานและใบพัดเพื่อให้ลอยอยู่เหนือน้ำ

“Manta5 Hydrofoiler XE-1” มีคันเหยียบ, เครื่องยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เหมือนกับจักรยานไฟฟ้า แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา ก็คือ ปีกที่ทำจากเส้นใยคาร์บอน ที่เรียกว่า “ฟอยส์ (foils)” ที่ช่วยพยุงจักรยานให้อยู่เหนือน้ำ ด้วยความเร็วมากถึง 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จักรยานไฟฟ้า 460 วัตต์ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ สามารถปั่นบนน้ำได้นาน 1 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง โดยบริษัทตัดสินใจเพิ่เครื่องยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ปั่นไปได้ไกลขึ้น เช่นจากเรือสำราญไปยังชายฝั่ง

บริษัทจากนิวซีแลนด์นี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2554 และสร้างจักรยานติดปีกตัวต้นแบบในปี 2560 วิดีโอที่ทางบริษัทโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กกลายเป็นไวรัล กระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม จักรยาน XE-1 ถูกขายไปแล้ว 30 คันให้กับผู้สนับสนุนในช่วงแรกในนิวซีแลนด์ และทางบริษัทหวังว่าจะวางจำหน่ายจักรยานนี้ทั่วโลกในปีนี้ โดยราคาของการสั่งจองล่วงหน้าอยู่ที่ราว 7,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 227,000 บาท

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง ‘สิระ-ปารีณา’ เป็น กมธ.ปปช.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ
  • แทนตําแหน่งที่ว่างตามที่ได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร
  • โดยแต่งตั้ง ‘สิระ’ และ ‘ปารีณา’ เป็น กมธ.

วันนี้ (16 ม.ค.63) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แทนตําแหน่งที่ว่างตามที่ได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒ ตั้ง นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ และนายพยม พรหมเพชร เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ นั้น

เนื่องจาก นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ และนายพยม พรหมเพชร ได้พ้นจากกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพราะลาออก และในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ และนายสิระ เจนจาคะ เป็นกรรมาธิการแทน ตามลําดับ

จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒

ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แม่ค้าหวยเข้าร้องต่อ DSI ช่วยรับคดีฉ้อโกงล็อตเตอรี่เป็นกรณีพิเศษ

ประเด็นน่าสนใจ

  • แม่ค้าหวยเข้าร้องต่อ DSI ช่วยรับคดีฉ้อโกงล็อตเตอรี่เป็นกรณีพิเศษ หลังถูกเจ้าหน้าที่กองสลากหลอกขาย
  • มูลค่าความเสียหายกว่า 636 ล้านบาท

นางสาวศุภิสราภรณ์ กลิ่นหอม แม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล นำหลักฐานเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษ หลังจากที่ถูกอดีตพนักงานจัดสลาก 2 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หลอกให้ร่วมลงทุนพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล

โดยอ้างว่าจะได้รับส่วนต่าง และสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาพิเศษเพื่อนำไปขายเอากำไร มีผู้เสียหายร่วมลงทุนรวม 16 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 636 ล้านบาท

นางสาวศุภิสราภรณ์ เล่าว่า รู้จักกับนายอักษกร กุลกัลยอรกช ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กองสลากฯ ผ่านทางหลานของสามี ว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สามารถนำสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาจำหน่ายได้ในรูปแบบโควต้า

ซึ่งราคาจะถูกกว่าราคาตามท้องตลาด โดยครั้งแรกลงทุนไป 15 ล้านบาท ได้สลากกินแบ่งรัฐบาลมา 2,000 เล่ม หลังจากนั้นนายอักษกรก็ชักชวนให้ลงทุนเพิ่ม โดยครั้งนี้เป็นการลงทุนพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล

และตนเองจะได้รับส่วนต่างของราคาสลากเป็นเงิน และยังได้รับสลากมาขาย เมื่อญาติและคนรู้จักเห็นว่าตนเองได้ผลตอบแทนจริง จึงมาร่วมลงทุนด้วย รวม 16 คน มานานเกือบ 2 ปีแล้ว

จนกระทั่งเมื่องวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 นายอักษกรก็ไม่จ่ายผลตอบแทนตามที่อ้าง เมื่อทวงถามนายอักษกรก็ส่งรูปถ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมากที่อยู่ในโรงพิมพ์มาให้

อ้างว่ากำลังดำเนินการอยู่ พร้อมขอให้อย่าเพิ่งแจ้งความ แต่ตนเองไม่เชื่อและได้นำหลักฐานไปแจ้งความกับกองปราบปราม แต่ผ่านมา 9 เดือนแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้า

โดยพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแจ้งว่า กำลังสอบปากคำผู้เสียหายอยู่ จึงได้ตัดสินใจร้องต่อดีเอสไอให้รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีความเสียหายจำนวนมาก และเกรงว่าผู้ต้องหาจะยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปที่อื่น เพราะก่อนแจ้งความตนเองได้สืบทรัพย์จนพบว่าผู้ต้องหามีเงินในบัญชีกว่า 200 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่แจ้งความกับกองปราบปราม ก็ทราบว่า สภ.เมืองพัทยาได้ควบคุมตัวนายอักษกรตามหมายจับในความผิดเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 มูลค่าความเสียหายกว่า 32 ล้านบาท

และขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดชลบุรี ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้หญิง ทำหน้าที่เปิดบัญชีรับโอนเงินให้กับนายอักษกร ทราบว่ามีตำรวจชั้นสัญญาบัตรพาหลบหนี

ขณะที่ทางดีเอสไอได้ตั้งเลขสืบสวนเพื่อตรวจสอวข้อเท็จจริง และวันนี้ได้เรียกผู้เสียหายมาให้ถ้อยคำ โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบขั้นตอนการได้รับโควต้าจากกองสลากว่ามีวิธีการอย่างไร เพื่อเทียบเคียงกับกลโกงของกลุ่มมิจฉาชีพที่นำมาหลอกขาย

แต่ปัจจุบันการรับซื้อโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะต้องรับจากกองสลากฯเท่านั้น รวมถึงดีเอสไอจะตรวจสอบเส้นทางการเงินและการรับผลกำไรของผู้เสียหายที่ผ่านมา ว่าเป็นลักษณะกลุ่มนักลงทุนเก็งกำไรราคาสลากฯ หรือผู้ค้าสลากฯ หรือไม่