ตร.แถลงจับคดียาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด – ยาไอซ์จำนวนมาก

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจนครบาล แถลงจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด
  • พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้ากว่า 1.6 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 100 กิโลกรัม
  • จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.),พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. แถลงข่าวจับกุมนายนิพล จันทร์ประภาส อายุ 29 ปี นายอนุวัฒน์ บุญจีน อายุ 21 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,642,000 เม็ด ,ยาไอซ์ 34 กิโลกรม,เคตามีน 40กิโลกรัม อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอกและอื่นๆรวม 7 รายการ

ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายนิพล มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดบริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก และกัลปพฤกษ์ เขตบางแค กทม.จึงเฝ้าสังเกตุการณ์พบรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส ทะเบียนป้ายแดง ล 1289 กทม.และรถยนต์โตโยต้าทะเบียน ศษ 1765 กทม. กำลังกลับจากรับยาเสพติดจากพื้นที่คลองสิบสาม อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แล้วนำของกลางมาซุกซ่อนไว้ภายในบ้านเลขที่ 82/133 หมู่บ้านเพชรสยามวิลล่า เขตบางแค กทม.

เจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุม ตรวจค้นพบของกลางภายในบ้านจึงควบคุมผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อีกราย จับกุมนายต้ออา เด่นบนฟ้า อายุ 49 ปี ชาวอ.ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมยาไอซ์น้ำหนัก 66 กิโลกรัม รถยนต์โตโยต้า ทะเบียนวษ-7820 กทม.ได้ที่ซอยนาทอง เขต ดินแดง ต่อเนื่องแฟลตการเคหะยานนวมินทร์ เขตบึงกุม กทม. ก่อนจับกุมสืบสวนทราบว่ากลุ่มขบวนการขนยาเสพติดของนายต้ออา จะลำเลียงส่งยาเสพติดมากับรถโดยสารปรับอากาศสาย แม่สอด-กรุงเทพ

จากการเฝ้าสังเกตุพบนายต้ออามารับยาเสพติดที่ลำเลียงซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้า จึงควบคุมตัวสอบสวนรับว่ามีอาชีพขายอาหารเสริมมีรายได้เดือนละ 12,000 บาท ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของนางมะเอ(ไม่ทราบนามสกุล)ตนรับจ้างขนกิโลกรัมละ 1,000 บาททำมาแล้ว 4 ครั้ง ตรวจสอบประวัติที่ผ่านมาไม่พบว่าเคยการกระทำผิดมาก่อน

ออสซี่ทุ่มเงินเพิ่ม 58 ล้านดอลลาร์ บรรเทาทุกข์-ช่วยเหยื่อไฟป่าสร้างชีวิตใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลออสเตรเลียประกาศทุ่มงบประมาณเพิ่ม 58 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียหรือราว 1.2 พันล้านบาทเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไฟป่า

เมื่อวันพุธ (15 ม.ค.) สกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และแอนน์ รัสตัน (Anne Ruston) รัฐมนตรีกระทรวงครอบครัวและสังคมสงเคราะห์ออสเตรเลีย ประกาศว่างบประมาณก้อนใหม่จะเพิ่มความช่วยเหลือด้านอาหาร การบริการต่างๆ และการสนับสนุนทางการเงินยิ่งขึ้น

ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของสำนักงานการจัดสรรเงินเพื่อฟื้นฟูภัยพิบัติของรัฐบาลออสเตรเลีย (DRP) จะได้รับเงินเพิ่มอีก 400 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 8,300 บาท) ต่อบุตร 1 คน

“ผมรู้ว่ามีชาวออสเตรเลียจำนวนมากตกอยู่ในภาวะลำบากยิ่ง พวกเขาต้องมองดูบ้านและวิถีชีวิตของตนเองถูกไฟป่าเผาทำลาย” มอร์ริสันกล่าว “เราหวังว่างบประมาณเพิ่มเติมก้อนนี้จะช่วยเหลือผู้คนหลายหมื่นที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า ประคองชีวิตพวกเขาต่อไปอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์”

มอร์ริสันกล่าวว่ารัฐบาลออสเตรเลียจะประสานการบรรเทาทุกข์เข้ากับธุรกิจท้องถิ่น เพื่อให้งบประมาณก้อนใหม่สร้างประโยชน์สองทาง คือช่วยประชาชนตั้งตัวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

อนึ่ง สถิติความเสียหายที่เกิดจากไฟป่าในปัจจุบันแบ่งเป็นผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และบ้านเรือนเสียหายกว่า 2,000 หลัง

ด้านรัสตันประกาศว่ารัฐบาลจะลงทุนด้านการให้คำปรึกษาทางการเงินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยที่ปรึกษาทางการเงินจะให้ความช่วยเหลือที่น่าเชื่อถือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ครอบคลุมตั้งแต่ประเมินสถานการณ์ทางการเงิน แนะนำตัวเลือกและการตัดสินใจ สนับสนุนและช่วยเจรจากับบุคคลที่ 3 อย่างธนาคารและบริษัทประกันภัย เพื่อมั่นใจว่าประชาชนได้รับความช่วยเหลือในการวางแผนสร้างชีวิตใหม่

ที่มา สำนักข่าวซินหัว

ศรีสุวรรณจ่อนำชาวบ้านร้องผู้ตรวจการแผ่นดินถูก ก.สาธารณสุขละเมิดสิทธิ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศรีสุวรรณจ่อนำชาวบ้านอาชีพพับซองยาเส้นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินถูกกระทรวงสาธารณสุขละเมิดสิทธิ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชั้น 5 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมชาวบ้านอาชีพพับซองยาเส้น เดินทางมายื่นคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีถูก กระทรวงสาธารณสุขละเมิดสิทธิ

โดยนายศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ มีมติเห็นชอบร่างอนุบัญญัติออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทยาเส้นหรือยาเส้นปรุง หรือซองยาเส้นแบบเรียบ ตาม พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 และได้เสนอให้ รมว.กระทรวงสาธารณสุข ลงนามไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 แล้ว และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.2563 ที่จะถึงนี้ โดยมุ่งหวังลดแรงจูงใจในการบริโภค และแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่บนซองยาเส้นเป็นสื่อโฆษณาและส่งเสริมการขายนั้น

แต่เนื่องจากการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นการบังคับให้ซองยาเส้นพิมพ์สำเร็จจากถุงพลาสติกอย่างเดียวเท่านั้น เป็นการปิดกั้นและทำลายอาชีพพับฉลากซองยาเส้น ที่เน้นใช้แรงงานคนมากกว่า ทำให้คนเหล่านี้ต้องตกงานลงทันที โดยไม่มีมาตรการรองรับ ซึ่งมีแรงงานที่อยู่ในอาชีพนี้หลายพันคน อีกทั้งหลักเกณฑ์ดังกล่าว จึงเป็นการย้อนแย้งต่อนโยบายลดเลิกการใช้ถุงพลาสติกของรัฐบาลโดยตรงอีกด้วย

ทั้งนี้มาตรการสำคัญที่ใช้ในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทยาเส้นหรือยาเส้นปรุงเน้นการจัดให้มีฉลากรูปภาพ ขนาดตัวอักษรของชื่อตรา ชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า ฉลากรูปภาพ ข้อความ รวมถึงคำเตือนถึงพิษภัย ของยาเส้นหรือยาเส้นปรุง และช่องทางการติดต่อเพื่อการเลิกยาสูบนั้นเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่ได้คัดค้าน หากแต่การมาบังคับให้ซองยาเส้นผลิตจากถุงพลาสติกพิมพ์สำเร็จจากโรงงานอย่างเดียวเท่านั้น เป็นสิ่งที่ชาวบ้านรับไม่ได้

ที่สำคัญการออกประกาศกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อนํามาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอนตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.77 บัญญัติไว้แต่อย่างใด

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และตัวแทนชาวบ้านที่มีอาชีพพับซองยาเส้น จะเดินทางไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ใช้อำนาจในการเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมแก่ชาวบ้านเกินสมควรแก่เหตุต่อไป

นายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เป็นผู้รับเรื่อง นำเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาต่อไป