‘กรณ์’ ประกาศเตรียมลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรณ์ จาติกวณิช ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์
  • โดยจะยื่นหนังสือลาออกภายในวันนี้ (15 ม.ค.)
  • ขณะที่ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ก้เตรียมลาออกจากพรรคเพิ่มอีก 1 คน

นายกรณ์ จาติกวณิช ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ขณะร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ หลังจากมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะไปจัดตั้งพรรคการเมืองร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยนายกรณ์ได้พูดคุยกับ ส.ส.ที่มาร่วมงานปีใหม่ ถึงการตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และจะยื่นหนังสือลาออกภายในวันนี้ (15 ม.ค.)

ในงานเลี้ยงปีใหม่ นายกรณ์ได้ร้องเพลง “รักเธอเสมอ” และหลั่งน้ำตา จนเพื่อน ส.ส.หลายคนร้องไห้ตาม ขณะที่นายพนิต วิกิจเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถึงกับเอ่ยปากว่า พรรคเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และเมื่อร้องจบเพลง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินเข้าไปสวมกอดให้กำลังใจนายกรณ์

ด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวให้กำลังใจ ส.ส. ทุกคน ขอให้รักษาจิตวิญญาณและอุดมการณ์อย่างมั่นคง ซึ่งจะช่วยให้แก้ปัญหาสถานการณ์ยากๆ ที่เกิดขึ้นได้ โดยตนยังยินดีรับใช้สมาชิกทุกคนบน 2 เงื่อนไข คือ ไม่เกินแรงของตน และอย่าให้ทำในสิ่งที่ไม่เชื่อหรือขัดกับความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ของตนเอง

โดย นายกรณ์ โพสต์อำลาลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ให้โอกาสผมตลอดมา โดยที่โอกาสสำคัญที่สุดคือ การเป็นรัฐมนตรีคลังในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ความผูกพันที่ผมมีกับพรรค และเพื่อนร่วมพรรคจึงเป็นสิ่งที่จะอยู่กับผมตลอดไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ร่วมพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินจนเสร็จเรียบร้อย ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลสามารถเดินหน้าได้เต็มที่ในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคที่ผมได้ช่วยร่างไว้ในฐานะ (อดีต) ประธานนโยบาย ผมจึงคิดว่าผมได้ทำภารกิจที่พรรคได้มอบหมายไว้จนครบถ้วนหมดแล้ว ผมจึงได้ยื่นใบลาออกตามที่ตั้งใจไว้

สำหรับเหตุผลการลาออกของนายกรณ์ครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากความผิดหวังต่อคณะผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบัน ที่ปิดกั้นบทบาทของนายกรณ์ และดึงนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค และไม่เคยหารือเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและงานของพรรค

ส่วน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ อีกคน โดยมีกระแสข่าวว่า ในวันที่ 17 ม.ค.นี้ นายอรรถวิชช์ จะประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมาร่วมตั้งพรรคการเมืองกับนายกรณ์

เซาเปาโลสั่งแบน ‘พลาสติกใช้แล้วทิ้ง’ ฝ่าฝืนอาจถูกปิดกิจการ

ประเด็นน่าสนใจ

  • นครเซาเปาโล ออกกฎหมายใหม่ห้ามธุรกิจต่าง ๆ ใช้ภาชนะและเครื่องใช้ที่ทำจากพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
  • มีการกำหนดให้ธุรกิจเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ที่สามารถย่อยสลายหรือสามารถใช้ซ้ำได้แทน
  • ทางการเซาเปาโลระบุว่าขยะพลาสติกมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ16 ของขยะทั้งหมด และประชาชนในเมืองเซาเปาโลผลิตขยะพลาสติกราว 635,000 ตันต่อปี

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 ม.ค.) นครเซาเปาโล เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศบราซิลประกาศสงครามกับ “พลาสติก” ออกกฎหมายใหม่ห้ามโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจอื่นๆ ให้บริการภาชนะและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำจากพลาสติกกับลูกค้า

บรูโน โกวัส (Bruno Covas) เทศมนตรีเมืองเซาเปาโลประกาศบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง อาทิ แก้ว จาน และแท่งสำหรับคนส่วนผสม

ระหว่างลงนามอนุมัติกฎหมายดังกล่าว โกวัสได้กล่าวว่า “นี่เป็นพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมที่เราต้องทำเพื่อคนรุ่นหลัง หยุดผลิตพลาสติก และเปลี่ยนมาดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลกยิ่งขึ้น”

กลุ่มธุรกิจต่างๆ มีเวลาจนถึงมกราคม 2021 ในการปรับเปลี่ยนและปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ โทษปรับของผู้ฝ่าฝืนอยู่ที่ 1,000-8,000 เรอัลบราซิล (ราว 7,300-58,000 บาท) และหากฝ่าฝืนซ้ำอาจถูกสั่งปิดกิจการ

“เราเชื่อว่าผู้คนจะเสียสละความสะดวกสบายส่วนตัว เพราะพวกเขาเข้าใจว่าเรากำลังปฏิบัติตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม” โกวัสกล่าว

กฎหมายข้อนี้ระงับการใช้พลาสติกหลากหลายประเภท ตั้งแต่ภาชนะพลาสติกตามรถเข็นขายอาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงก้านลูกโป่ง

เซลโซ กอสตา (Celso Costa) เจ้าของบาร์แห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์กับซินหัวว่า เขาเห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎใหม่นี้ แต่ก็กังวลกับต้นทุนของผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติกใช้แล้วทิ้ง

“เราต้องศึกษาราคาของผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาใช้ทดแทน แต่ผมคิดว่ามันเป็นมาตรการที่ดี (การงดใช้พลาสติก) ก็เหมือนกับทุกๆ เรื่อง มันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา”

ที่มา สำนักข่าวซินหัว

จุติ เตือน!! แม่อย่าทิ้งลูก-มีเงินอุดหนุนเด็กช่วยเหลือทุกเดือน

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เตือนคุณแม่ อย่าทิ้งลูก บอกทุกปัญหามีทางออก
  • ย้ำกระทรวงพัฒนาสังคมฯ พร้อมช่วยแก้ปัญหาและมีเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดช่วยเหลือทุกเดือน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีหญิงรายหนึ่งได้นำลูกสาวอายุประมาณ 2 ขวบ ไปทิ้งไว้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลพบุรี ว่า

ขณะนี้เรากำลังติดตามว่าจะสามารถให้คุณแม่กลับมาดูแลลูกได้หรือไม่ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จะมีเงินช่วยเหลือในการดูแล เพราะเด็กนั้นอายุเพียง 2 ขวบ จึงสามารถที่จะรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และได้รับเงินสงเคราะห์ สำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อยอีกด้วย

ทั้งนี้ เด็กทุกคน คนไทยทุกคน มีความหมายต่อการพัฒนาประเทศ อย่าให้เขามีแผลเป็นทางใจในชีวิต ช่วยให้เขาเข้มแข็งและเขาจะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

นายจุติ กล่าวต่อว่า อยากฝากไปถึงคุณแม่ว่า อย่าทิ้งลูก ท่านใดที่คิดว่าไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ โปรดอย่าทอดทิ้ง เพราะไม่มีอะไรทดแทนพ่อและแม่ได้ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมจะสนับสนุนให้พ่อแม่ทุกคนเลี้ยงลูกได้อย่างมีคุณภาพ

และหากมีปัญหาสามารถมาขอความช่วยเหลือหรือขอรับคำปรึกษาจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ได้ทุกจังหวัด หรือติดต่อมาที่ สายด่วน 1300 จะมีเจ้าหน้าที่ประสานงานไปที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด

เราพร้อมช่วยเหลือท่าน ครอบครัวที่เข้มแข็ง ครอบครัวที่แข็งแรงเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย อนาคตของเด็กเป็นอนาคตของประเทศไทย ฉะนั้นรัฐบาลจะดูแลอนาคตของประเทศให้อย่างดีที่สุด

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท