ผู้การฯลพบุรี เผยชุดสืบลงพื้นที่กว่า 10 จุด หาหลักฐานเพิ่ม “คดีปล้นร้านทอง”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เผยเช้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่กว่า 10 จุด ในจังหวัด เพื่อค้นหาพยานหลักฐานเพิ่ม
  • ยืนยันตำรวจทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม
  • พร้อมระบุอีกว่า ทางค่ายทหารต่างๆใน จ.ลพบุรี ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี แถลงความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทองภายในห้างชื่อดัง จ.ลพบุรี พร้อมยิงประชาชนเสียชีวิต 3 ราย ว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังกันลงพื้นที่ตรวจค้นกว่า 10 จุด

ทั้งนี้เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ มาตรวจสอบ และวิเคราะห์พยานหลักฐานให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยทาง ผบ.ตร. ได้กำชับให้ตรวจสอบรอบคอบ 100% ไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย นอกจากนี้ยืนยันว่า ค่ายทหารทุกแห่งในจังหวัดลพบุรี พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี

ส่วนประเด็นกระแสข่าวว่าการทำงานของตำรวจในคดีนี้เกิดความขัดแย้งกันภายใน พล.ต.ต.ณัฐพล ระบุว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ตั้ง พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุด โดยมี 2 รองผบ.ตร.เป็นผู้ช่วย ซึ่งการทำงานของตำรวจมีความเป็นเอกภาพ ไม่มีความขัดแย้ง โดย ผบ.ตร. ได้สอบถามความคืบหน้าตลอดและลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการปฏิบัติ

‘อนุทิน’ ลุยช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนน ขณะไปตรวจราชการที่เชียงใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’อนุทิน’ พร้อมคณะทำงาน เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.63)
  • ระหว่างทางพบอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์
  • ’อนุทิน’ พร้อมคณะ จึงหยุดรถก่อนลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (14 มกราคม 63) ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ อยู่ระหว่างการเดินทางมาตรวจราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้พบอุบัติเหตุรถตู้ชนกับรถ จยย. จึงรุดเข้าช่วยเหลือ พบมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย เป็นผู้ขับขี่ จยย.ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ก่อนจะช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลต่อไป

อัยการสูงสุด เซ็น MOU เชื่อมโยงข้อมูลคดีทุจริตโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ กับ ป.ป.ช.

ประเด็นน่าสนใจ

  • อัยการสูงสุด เซ็น MOU การเชื่อมโยงข้อมูลคดีทุจริตโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ กับ ป.ป.ช.
  • จุดประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้เกิดความรวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ม.ค.ที่ห้อง 303 ชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด แจ้งวัฒนะ นายสาวิตร บุญประสิทธิ์ รองอัยการสูงสุด และนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) การเชื่อมโยงข้อมูลคดีทุจริตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

โดยบันทึกความร่วมมือดังกล่าว สืบเนื่องจากนโยบายรัฐบาลในการนำโมเดลไทยแลนด์ 4.0 มาใช้เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อให้ระบบการบริหารราชการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการกำหนดแนวทางปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมไว้เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและสร้างกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนเชื่อมั่น

ประกอบกับนโยบาย การบริหารงานของนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ในข้อที่ 3 ที่ต้องการให้สำนักงานอัยการสูงสุด นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ลดค่าใช้จ่ายทั้งของภาครัฐและประชาชน ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว

สำนักงานอัยการสูงสุดได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการปฏิรูประบบบริหารจัดการองค์กร จึงได้มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารบบคดีที่เคยใช้ในรูปแบบเล่ม เป็นการใช้งานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และได้เปิดใช้งานสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ผลการดำเนินการสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดสามารถเชื่อมโยงข้อมูลคดีกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องได้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมประมง และขณะนี้กำลังพัฒนาระบบ

เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ อีกทั้งได้พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมในชั้นพนักงานอัยการได้อีกส่วนหนึ่งที่เราเรียกว่า ระบบติดตามข้อมูลคดีเพื่อบริการประชาชน (AGO – Tracking) ผ่านทาง Mobile Application เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับคดีได้โดยสะดวก และรวดเร็ว เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล และเป็นไปตาม แผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม

สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้ตกลงร่วมมือกันเพื่อดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลคดีทุจริตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยตกลงร่วมมือกันดังต่อไปนี้

1. สำนักงานอัยการสูงสุด กับ สำนักงาน ป.ป.ช. จะอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงข้อมูลคดีทุจริตระหว่างหน่วยงานโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยแต่ละหน่วยงานสามารถนำข้อมูลคดีทุจริตไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้
​2. สำนักงานอัยการสูงสุด กับ สำนักงาน ป.ป.ช. จะได้ร่วมกันจัดทำข้อกำหนดหรือวิธีการ หรือแนวทางด้านเทคนิคในการใช้ข้อมูลและพัฒนาปรับปรุงระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลอื่น ๆ ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุด กับ สำนักงาน ป.ป.ช. จะได้มีการศึกษาเพิ่มเติม ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน
3. ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่าควรมีกระบวนการสอบทานความถูกต้องของข้อมูล อย่างสม่ำเสมอ

การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลคดีทุจริตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิตอลในการดำเนินคดีทุจริตที่อยู่ ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของทั้งสองหน่วยงานให้เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้น