โควิด-19 เป็นซ้ำได้ แต่โอกาสน้อย ด้าน กทม. คุมเข้ม รร. หลังพบเด็กติดเชื้อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยจาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาฯ
  • โดยโอกาสที่จะเป็นซ้ำมีเพียงหนึ่งในหมื่น หรือในแสนคน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
โควิด-19 เป็นแล้วเป็นใหม่อีกได้หรือไม่

โดยหลักการ การติดเชื้อโคโรนาแล้ว จะมีภูมิต้านทานขึ้น เหมือนฉีดวัคซีน จะป้องกันการติดเชื้อใหม่ ยกเว้นบางโรคที่นานไป ภูมิต้านทานจะตกลง แล้วจึงติดเชื้อใหม่ได้

ที่เป็นแล้วเป็นอีกส่วนใหญ่ไวรัสจะเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม เช่นไข้หวัดใหญ่ แต่ Covid-19 พันธุกรรมไม่ได้กลายพันธุ์ แบบไข้หวัดใหญ่ จึงไม่เป็นเหตุผล การใช้น้ำเหลืองของคนที่หายแล้วมีภูมิต้านทานสามารถนำมารักษาผู้ป่วย แสดงว่าภูมิต้านทานสามารถกำจัดเชื้อได้

ดังนั้นผู้ป่วยหายแล้วจาก โควิด-19 มาเป็นโรคอีก ความเป็นไปได้จึงน้อยมากๆ อาจจะเป็นหนึ่งในหมื่น หรือในแสนก็ได้ ทุกอย่างต้องมีเหตุผล ประชากรส่วนใหญ่ตามความจริง ตามหลักวิทยาศาสตร์

กทม. สั่งปิด รร.พระหฤทัยดอนเมือง หลังพบเด็กติดเชื้อโควิด-19

ในวันเดียวกันทาง กทม. ได้มีคำสั่งคุ้มเข้ม รร.พระหฤทัยดอนเมือง หลังพบเด็กติดเชื้อโควิด-19 โดย ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า

ตามที่พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 3 ราย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเป็นคนในครอบครัวเดียวกันและมีผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ซึ่งพบว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง ถนนสรงประภา เขตดอนเมือง นั้น

สำนักงานเขตดอนเมือง พร้อมด้วยศูนย์บริการสาธารณสุข 60 กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรมควบคุมโรค ได้ร่วมกันลงพื้นที่โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง เพื่อดำเนินการควบคุมโรค COVID-19 ตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด

มีการสอบสวนโรคและเก็บตัวอย่างนักเรียนที่เป็นกลุ่มสัมผัสโดยตรง มีความเสี่ยงสูง เป็นนักเรียนในชั้นเดียวกับผู้ป่วย จำนวน 30 ราย ครู 11 ราย โดยให้ติดตามอาการ 14 วัน ทำความสะอาดที่พักอาศัย งดออกนอกบ้าน และกลุ่มสัมผัสความเสี่ยงต่ำ ประมาณ 100 คน ให้งดกิจกรรมไปในที่ชุมชนหรือที่มีผู้คนหนาแน่น

ในเวลา 15.00 น. ฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ สำนักงานเขตดอนเมือง ร่วมกับกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย ร่วมทำกันสะอาดพื้นที่โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง ทั้งยังมีการจัดประชุมผู้ปกครอง เพื่อแนะนำวิธีปฏิบัติตนและการทำความสะอาดที่พักอาศัย

ทั้งนี้ โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง มีคำสั่งปิดโรงเรียน 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. ถึง วันที่ 9 มี.ค. 63 นอกจากนี้ สำนักอนามัย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยสำนักงานเขตดอนเมือง ยังได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ล้างทำความสะอาดโรงเรียนด้วย

กสทช. สั่งปรับ 3 ช่อง ปมเกาติดรายงานข่าวเหตุกราดยิง

ประเด็นน่าสนใจ

  • บอกการเกาะติดสถานการณ์ข่าว มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย-ศีลธรรม
  • ปรับช่อง0ne 2.5แสน, ไทยรัฐ-อัมรินทร์ทีวี โดนช่องละ 5 แสน

วันนี้ (26 ก.พ.) พล.ท. ดร. พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการออกอากาศเหตุการณ์ที่ จ. นครราชสีมา

ในรายการข่าวทางช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลจำนวน 3 ช่อง ที่อาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ได้แก่ ช่อง One (ช่อง 31) ช่องไทยรัฐทีวี (ช่อง 32) และช่องอมรินทร์ ทีวี เอชดี (ช่อง 34)

ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานของ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่เห็นชอบให้มีคำสั่งปรับทางปกครอง แก่

  1. บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ช่อง One (ช่อง 31) เป็นเงิน 250,000 บาท
  2. บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ช่องไทยรัฐทีวี (ช่อง 32) เป็นเงิน 500,000 บาท
  3. บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ช่องอมรินทร์ ทีวี เอชดี (ช่อง 34) เป็นเงิน 500,000 บาท

โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 59(3) ประกอบมาตรา 57(2) แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 เนื่องจากการออกอากาศเนื้อหาเกาะติดสถานการณ์ และถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา

เข้าข่ายเป็นเนื้อหาสาระที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจอย่างร้ายแรง อันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. ฉบับเดียวกัน

นายกฯ ลุกแจงอภิปรายฯ เสียใจกราดยิงโคราช ย้ำไม่เคยปิดข่าวการระบาดไวรัสโควิด -19

ประเด็นน่าสนใจ

  • พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นวันที่ 2
  • บอกเป็นคนเบิร์ดๆ หลัง ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายในเรื่องบุคลิกส่วนตัว
  • ลงพื้นที่โคราช หลังเหตุกราดยิง ไม่ได้เอาหน้า รับเสียใจเร่งหาทางป้องกัน
  • ย้ำรัฐบาลไม่ได้ปิดข่าวการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เป็นการดำเนินการไปตามขั้นตอน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลุกขึ้นชี้แจง หลังมีสมาชิกอภิปรายในเรื่องส่วนตัว ว่า ขอให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็พร้อมน้อมรับ

ทั้งเรื่องส่วนตัว พฤติกรรม และการพูดจา ซึ่งบางครั้งก็มีการกดดันมากพอสมควรในสื่อโซเชียล ที่ตนเองก็อดทนมาเกือบ 3 วันแล้ว โดยได้ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งนี่คือบุคลิกจริงๆ หากไม่มีใครมายั่วยุมากนัก ก็เป็นคนเบิร์ดๆ แบบนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แจงเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม ลงพื้นที่ในเหตุกราดยิง

ส่วนเรื่องสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา ขอให้เข้าใจว่าสถานการณ์ในตอนนั้นเกิดขึ้นช่วงบ่าย และตนเองติดภารกิจ จึงไม่สามารถเดินทางไปได้ทันที แต่ก็ได้มีการมอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก

และ พล.ต.อ.จักร​ทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปเตรียมการปฏิบัติการในระยะที่ 2 ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน

ส่วนจะผิดหรือถูกขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน โดยมีพยานกว่า 209 คน หากกองทัพบกมีความบกพร่อง ก็ต้องยอมรับ และหามาตรการป้องกันต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ยืนยันไม่ได้ครึกครื้นตามที่ถูกกล่าวหา

ส่วนการเดินไปในวันนั้น ไม่ได้รู้สึกครึกครื้นๆ และยังไม่ทราบว่าสถานการณ์จะคลี่คลายตอนไหน ไม่ได้เดินทางไปเพื่อเอาหน้า เพราะได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และใช้กำลังตามลำดับ

โดยในช่วงเช้าวันนั้น ทราบว่าจะมีการปฏิบัติการ จึงจำเป็นต้องเดินทางไปควบคุม ในขั้นตอนที่ 3 หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายจะต้องมีการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และใช้กองกำลังป้องกันการก่อการร้ายสากล ที่ได้มีการเตรียมกำลังเหล่านี้ไว้พร้อมแล้วทั้งหมด

นายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อ ฮ.ขึ้นไปได้ประมาณ 20 นาที ก็ได้รับทราบว่า ทุกอย่างได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนที่ได้ขออนุมัติตนเอง แต่ถึง จ.นครราชสีมา จึงได้เดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่อยู่ในความเศร้าโศก เสียใจ ในโรงพยาบาล

ซึ่งตนเองรู้สึกเศร้าและเสียใจ แต่เมื่อลงมาข้างล่างแล้ว เป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง ที่มีประชาชน จำนวนมากมาต้อนรับโบกมือให้กำลังใจ ให้พยายามแก้ปัญหาให้ชาวโคราช แต่กลับมีการพาดข่าวว่า นายกรัฐมนตรี ไม่เศร้า และแสดงกิริยาไม่เหมาะสม จึงขอให้เข้าใจ

ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเสียใจ โดยรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างสมศักดิ์ศรี และเต็มที่ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงขออย่านำประเด็นนี้เหล่านี้มาเป็นประโยชน์ในเรื่องอื่นๆ

รัฐบาลทำจริงในการช่วยแก้ปัญหา ปชช.

ส่วนเรื่องการดูแลหนี้สินของประชาชน ที่จะต้องดูว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร รัฐบาลได้มีการออกกฎหมายเพื่อดูแลหนี้นอกระบบ, หนี้ครัวเรือน, ทวงถามหนี้, ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และการคุ้มครองประชาชนในการทําสัญญาขายฝากที่ดิน ที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนคิดทำกฎหมายดังกล่าวมาก่อน

พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีการดำเนินอย่างจริงจัง ในการจับกุมผู้กระทำความผิดในการกู้ยืมเงินผิดกฎหมายและได้มีการคืนโฉนดให้กับประชาชน 12 ครั้ง ดำเนินคดีได้ 1,712 คดี และมีลูกหนี้ได้รับทรัพย์สินคืนจำนวน 25,044 ราย

โดยขอให้ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ที่ล่าสุด รัฐบาลได้จัดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่ดี

ไม่ได้นอนใจในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 และไม่ได้ปิดกั้นข่าว

ส่วนในเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ก็ได้มีการเตรียมการมาล่วงหน้าก่อนประกาศโรคระบาด แต่ไม่อยากให้เป็นการคึกโครมจนเกินไป และมีการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข บุคลากร และโรงพยาบาล

เมื่อมีการประกาศก็ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด และในวันนี้ก็สามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ประมาทได้ พร้อมกับแจงเรื่องการนำเครื่องยินไปลับคนไทยล่าช้านั้น เนื่องจากทางการจีนไม่อนุญาตให้เครื่องบินพาณิชย์บินลง จึงต้องรอประสานงานจนกว่าจะอนุญาต

ส่วนที่หน้ากากอนามัยที่มีการจำหน่ายนั้น นายกรัฐมนตรี แจงว่าเป็นการขอแบ่งเอกชนให้นำมาขาย ส่วนรัฐบาลเองแจกไปกว่า 1 ล้านชิ้น พร้อมกับเตรียมนำหน้ากากผ้าจากชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งทางโรงพยาบาลราชวิถีได้มีการคิดค้นวัคซีนระยะที่ 1 แต่ต้องมีการทดลองต่อไป ยืนยันว่าไม่ได้มีการปิดบังหรือบิดเบือนตัวเลขผู้ป่วย

ขออย่ากังวลเรื่องยาเสพติด เพราะรัฐบาลเอาจริงในการแก้ปัญหา

ในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ฐานการผลิต เป็นเพียงทางผ่านในประเทศปลายทาง โดยได้มีการหารือกับประเทศเพื่อนบ้านทำลายโรงงานผลิตซึ่งเป็นข้อมูลลับที่เจรจาในระดับรัฐบาล และผู้นำทางทหาร ซึ่งมีการเดินหน้าไปตามลำดับ

ซึ่งการผลิตยาบ้าทุกวันนี้ใช้เครื่องผลิตเหมือนยาที่มียอดสูงกว่าล้านเม็ด ทำให้ยอดการจับกุมนั้นสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการทั้งป้องกันและปราบปราม รวมไปถึงฟื้นฟูผู้ติดยา และขณะนี้กำลังเร่งสืบหานายทุน เพื่อยึดทรัพย์

และยังแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวัง รัฐบาลเอาจริงจังในเรื่องนี้ หากมีข้อมูลให้แจ้งมายังตน ซึ่งจะปิดข้อมูลเป็นความลับ และจะเป็นการจับกุมทั้งคณะเพื่อจะได้ไม่ต้องกลัวว่าคณะใดจะไม่จับกุม ติกันมากๆ ไม่มีประโยชน์ ขออย่ากังวล ทุกอย่างกำลังดำเนินการอยู่