นร.สตรีวิทยา จัดกิจกรรม Flash Mob หลังถูกห้าม เรียกร้องประชาธิปไตย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชี้ออกมาชุมนุมเพราะเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน และอยากแสดงความคิดเห็นบ้าง
  • วอนทุก รร. อย่าปิดกั้นความคิดเห็นของเด็ก

วันนี้ (26 ก.พ. 62) ที่ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา จัดกิจกรรม Flash Mob “อย่าปล่อยให้อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นแค่สถานที่ที่ใช้บอกว่าเราไม่ใช่สตรีวิท 1”

โดยมีการติดแฮชแท็ก #savedemocracy #คนดีของฉันรึจะต้องไม่เอาเผด็จการ #สวที่อยู่ข้างประชาธิปไตย ที่บริเวณด้านข้างโรงเรียนสตรีวิทยา ฝั่งตรงข้ามอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย

โดยหนึ่งในตัวแทนนักเรียน เปิดเผยว่า จากกำหนดการเดิมจะมีการจัดกิจกรรมที่ ลานเกวียน ภายในโรงเรียนสตรีวิทยา แต่นื่องจากทางโรงเรียนไม่อนุญาต โดยให้เหตุผลว่า “โรงเรียนเป็นสถานที่ราชการ เป็นสถานศึกษา ควรเป็นกลางทางการเมือง”

ทำให้ต้องออกมาจัดกิจกรรมด้านข้างโรง ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มาในนามของเด็กนักเรียนที่อยู่ข้างประชาธิปไตย จึงไม่มีความเกี่ยวข้องกับโรงเรียน ขอทุกคนอย่าต่อว่าโรงเรียน

ทั้งนี้การเคลื่อนไหวในครั้งนี้กลุ่มของตนแม้จะเป็นเด็กมัธยม แต่เป็นโรงเรียนแรกที่ออกมาเคลื่อนไหว จึงอยากให้ทุกคนตระหนักว่า การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะผู้ใหญ่ จึงอยากฝากถึงนักเรียนโรงเรียนอื่นที่อยากแสดงออก

ขอให้ทางโรงเรียนอย่าปิดกั้นเหมือนโรงเรียนของเรา การขัดขวางเด็กไม่ได้ทำให้ความคิดของเด็กเปลี่ยนไป แต่กลับจะเพิ่มความตึงเครียดให้กับการเมืองมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามจากกำหนดการเดิมจะมีการเขียนป้ายแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายในโรงเรียน แต่ถูกห้าม จึงได้ออกมาจัดกิจกรรมด้านนอกโรงเรียน

พร้อมการชู 3 นิ้ว และร้องเพลงชาติไทย ก่อนจะมีนักเรียนบางส่วน เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยศิลปกร วังท่าพระ เพื่อร่วมกิจกรรม Flash Mob ด้วย

คำแนะนำ ป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า ผู้ที่ทำอาชีพเสี่ยง และสถานที่ประกอบต่าง ๆ

เพื่อให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโคโรน่า ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนให้ตระหนักถึงวิธีการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยทั้งของตนเองและคนในครอบครัว ในบทความนี้ขอแนะนำ วิธี ป้องกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า สำหรับผู้ที่ทำอาชีพเสี่ยงติดเชื้อ และผู้ประกอบการ ที่ต้องเจอกับกลุ่มคนหมู่มาก อาทิ สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา, ร้านอาหาร, มัคคุเทศน์, โรงแรม, ขนส่งสาธารณะ เป็นต้น

คำแนะนำ ป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า ผู้ที่ทำอาชีพเสี่ยง และสถานที่ประกอบการ

สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

  1. ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันไวรัสโคโรน่า อาทิ สวมหน้ากากอนามัย การล้างมือที่ถูกต้อง และควรเน้นย้ำไปเลยว่าถ้ารู้สึกว่าป่วยให้งดมาร่วมพิธีกรรม
  2. ทำความสะอาดบริเวณที่มีคนสัมผัสบ่อย เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ไม้ตีระฆัง กระบอกเซียมซี ห้องน้ำ (ด้วยน้ำผงซักฟอก / น้ำยาทำความสะอาด / แอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ขึ้นไป )
  3. กระจายมุมจัดพิธีกรรม เพื่อลดความแออัด
  4. ควรมีจุดปฐมพยาบาล เพื่อดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น

ร้านอาหาร

  1. พนักงานทุกคน สวมหน้ากากอนามัย และถุงมือขณะทำงานทุกครั้ง
  2. ล้างมือทุกครั้งหลังจากที่ไปจับอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ที่มีคนสัมผัสเยอะ ๆ
  3. ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาหาร โต๊ะอาหาร อาทิ ที่จับประตูห้องน้ำ ด้วยน้ำผงซักฟอก / น้ำยาทำความสะอาด / แอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ขึ้นไป วันละอย่างน้อย 1– 2 ครั้ง
  4. จัดวางเจลล้างมือแอลกอฮอล์หรือสบู่ ตามจุดต่าง ๆ ในร้าน อาทิ ทางเข้าร้าน, ห้องน้ำ บริเวณเคาเตอร์คิดเงิน
  5. ขยะอย่างกระดาษทิชชู่เช็ดปาก ต้องสวมถุงมือหรือใช้เหล็กคีบด้ามยาว นำมาใส่ถุงขยะและปิดปากถุงให้มิดชิด ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังทิ้งขยะแล้ว

ผู้ประกอบการโรงแรม

  1. ให้เจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับ สอบถามประวัติการเดินทางและสังเกตอาการของแขกที่เข้าพัก หากเคยไปพื้นที่เสี่ยงและมีอาการเข้าค่ายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
  2. จัดเตรียมหน้ากากอนามัย และติดตั้งเครื่องจ่ายแอลกอฮอล์เจลล้างมือไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ล็อบบี้ ห้องอาหาร ห้องออกกำลังกาย ประตูทางเข้าออก หรือหน้าลิฟท์
  3. ให้พนักงานทำความสะอาดสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือยางขณะปฏิบัติงาน ทำความสะอาดสิ่งของที่ใช้งานบ่อยๆ เช่น รีโมท สวิตช์ไฟ แก้วน้ำดื่ม โทรศัพท์ หัวเตียง และมือจับประตู เป็นต้น ด้วยผงซักฟอก แอลกอฮอล์เข้มข้น 70%
  4. หากโรงแรมมีผู้ป่วยเข้าพัก ต้องให้พนักงานทำความสะอาดสวมชุดป้องกันตนเอง โดยใส่หมวก คลุมผม แว่นใสกันลมขนาดใหญ่ หน้ากากอนามัย ผ้าพลาสติกกันเปื้อน ถุงมือยางชนิดยาว และรองเท้าบู๊ท เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวห้องพัก โดยใช้น้ำยาฟอกขาวที่มีส่วนผสมของโซเดียมไฮโปคลอไรด์ 6% (เช่น ไฮเตอร์ขวดสีฟ้า ไฮยีนขวดสีขาว) ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 ราดทิ้งไว้ 30 นาที ในบริเวณที่อาจมีน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยตกค้างอยู่

พนักงานโรงแรม

  1. ควรสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ
  2. ระมัดระวังการสัมผัสใกล้ชิดขณะปฏิบัติหน้าที่
  3. อย่านำมือมาสัมผัส ตา จมูก ปาก รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  4. หากมีอาการป่วย ควรรีบไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ พร้อมแจ้งประวัติ

คนขับแท็กซี่ หรือรถโดยสาร

  • ทำความสะอาดรถด้วยแอลกอฮอล์เข้มข้นอย่างน้อย 70% หลังมีการให้บริการ เน้นพื้นผิวที่ผู้โดยสารสัมผัสบ่อยๆ เช่น ที่จับประตู ที่จับเหนือหัวแฮนด์มอเตอร์ไซค์เบาะนั่ง ที่เท้าแขน เป็นต้น
  • ผู้ขับขี่ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และควรล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำสบู่บ่อย ๆ
  • หากพบว่าตัวเอง หรือผู้โดยสารมีออาการเสี่ยง แนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที

มัคคุเทศก์

  • สังเกตอาการทางสุขภาพของลูกทัวร์ทุกคน
  • สวมหน้ากากอนามัยทั้งตัวไกด์และลูกทัวร์
  • หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล
  • ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

พนักงานนวดแผนไทย นวดสปา

  1. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการ
  2. ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอทั้งก่อนและหลังปฏิบัติงานทุกครั้งด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล
  3. ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก
  4. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอด ช้อน ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า
  5. ทำความสะอาดจุดที่มีผู้สัมผัสบ่อย ๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได เก้าอี้นวด เบาะนวด อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้งหรือทุกครั้งหลังมีผู้ใช้บริการ
  6. ซักทำความสะอาด หรือเปลี่ยนอุปกรณ์สิ่งของทุกครั้งหลังใช้ เช่น ผ้าขนหนู ปลอกหมอน ผ้าปูเตียง เสื้อผ้า เป็นต้น
  7. สังเกตอาการลูกค้า ถ้าพบว่ามีอาการเสี่ยงให้ไปพบแพทย์ทันที
  8. ทิ้งขยะที่ติดเชื้อต้องปิดปากถุงให้มิดชิด และล้างมือทุกครั้ง

ค่ายทหาร – บุคลากรที่กลับมาจากพื้นที่ระบาด

  1. สำหรับบุคลากรให้หยุดรับการฝึก/ปฏิบัติงาน สังเกตอาการ ภายใน 14 วัน
  2. ระหว่างที่พักอยู่บ้าน แยกห้องนอน ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น งดออกไปในที่ชุมชนสาธารณะ
  3. ถ้ามีอาการไข้ร่วมกับไอ จาม มีน้้ามูก เจ็บคอหอบเหนื่อย ให้ใส่หน้ากากอนามัย และไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางด้วย
  4. ด้านหน่วยงานค่ายทหาร ควรมีแอลกอฮอล์เจลวางตามจุดต่าง ๆ เช่น ในโรงอาหาร ในโรงครัว ห้องน้้า เป็นต้น และจัดเตรียมห้องพยาบาลส้าหรับแยกบุคคลที่มีอาการป่วย

สถานที่ทำงาน ออฟฟิศต่าง ๆ

  1. รณรงค์ให้พนักงาน ล้างมือทุกครั้งหลังหยิบจับอุปกรณ์ และจุดต่าง ๆ ในออฟฟิศ เช่น ที่จับประตูห้องน้ำ, เครื่องสแกนนิ้วมือเวลาเข้า-ออกงาน และก่อนที่จะทานอาหาร เป็นต้น
  2. ให้พนักงานทำความสะอาดอุปกรณ์ อย่างคอมพิวเตอร์ โต๊ะทำงาน ด้วยแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ขึ้นไป เพื่อฆ่าเชื้อโรค
  3. ออฟฟิศควรจัดวางแอลกอฮอล์เจลล้างมือตามจุดต่าง ๆ รวมไปจนถึงแจกหน้ากากอนามัยให้แก่พนักงาน
  4. พนักงานทุกคนสังเกตตนเองและเพื่อนร่วมงานหากพบใครมีอาการเสี่ยงควรให้ใส่หน้ากากอนามัยและรีบไปพบแพทย์
  5. กรณีสถานที่ทำงานที่มีคนทำงานเยอะ ๆ อย่าง โรงงาน ควรเพิ่มจุดคัดกรองตรวจเชื้อหากพบใครมีอาการเสี่ยงควรให้หยุดพักงานเพื่อสังเกตอาการและไปพบแพทย์

การจัดประชุมสัมมนา

  1. มีจุดคัดกรองตรวจเชื้อทุกวัน ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม
  2. หากพบมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ให้ผู้นั้นงดเข้าร่วมกิจกรรมจนกว่าจะหายป่วย (ควรให้ไปพบแพทย์)
  3. เจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้จัดวางในจุดต่าง ๆ ให้เพียงพอ
  4. แจกหน้ากากอนามัยและให้สวมตลอดเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม
  5. ให้คำแนะนำผู้ร่วมสัมมนา ล้างมือก่อนและหลังร่วมกิจกรรมทุกครั้ง
  6. ลดความแออัดของผู้คนที่ทำกิจกรรม ด้วยการจัดพื้นที่ให้กว้างขวางเพียงพอ
  7. ให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใส่หน้ากากอนามัย และการล้างมือ

วิธีป้องกัน ไวรัสโคโรน่า สำหรับบุคคลทั่วไป ในสถานการณ์ต่าง ๆ

ตอนนี้สถานการณ์การระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงต้องเฝ้าระวังและต้องป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าแล้วการดำเนินชีวิตประจำวันไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เราควรจะต้องทำตัวอย่างไรถึงจะปลอดภัย

ถ้าต้องออกไปทำกิจกรรมเจอกับคนหมู่มาก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้ห่างไกล “ไวรัสโคโรน่า”

หากต้องออกไปทำกิจกรรมพบเจอกับคนหมู่มากในสถานการณ์ต่าง ๆ อาทิ ไปงานสัมนา, ไปงานแต่ง, ไปชุมนุม, ไปงานคอนเสริ์ต ไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา (วัด โบสถ์ มัสยิด ศาลเจ้า) ฯล ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้..

  1. ถ้าป่วย แม้จะมีอาการไม่มาก ไม่ควรออกไปร่วมกิจกรรม
  2. คนที่ไปให้ใส่หน้ากากอนามัยและพกแอลกอฮอล์เจลไปล้างมือ
  3. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ, หลอด, ช้อน, ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น
  4. อย่าอยู่ในที่แออัด อย่าอยู่ใกล้ผู้มีอาการเสี่ยง
  5. พบเห็นใครมีอาการน่าสงสัย ไอ จาม ผิดปกติ บอกเจ้าหน้าที่ทันที