MEA ชี้แจง ข้อเท็จจริง เรื่องคืนดอกผลเงินประกันการใช้ไฟฟ้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยอมรับมีการคืนดอกผลเงินประกันการใช้ไฟฟ้า
  • แต่ผู้จะได้รับสิทธิ์ ต้องเป็นผู้ขอใช้ไฟฟ้าประเภท 1 (บ้านอยู่อาศัย) หรือประเภท 2 (กิจการขนาดเล็ก) ที่วางหลักประกันเป็นเงินสดเท่านั้น
  • เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ
  • การคืนดอกผลการใช้ไฟฟ้าอยู่ในรูปแบบการหักลดกับค่าไฟฟ้า

นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า จากกรณีมีการแชร์ภาพ และข้อความเกี่ยวกับการคืนดอกผลเงินประกันการใช้ไฟฟ้าในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ นั้น

การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การคืนเงินดอกผลเงินประกันการใช้ไฟฟ้าของ MEA มีหลักเกณฑ์ดังนี้ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ขอใช้ไฟฟ้าประเภท 1 (บ้านอยู่อาศัย) หรือประเภท 2 (กิจการขนาดเล็ก) ที่วางหลักประกันเป็นเงินสด และมีชื่อผู้วางหลักประกันตรงกับชื่อผู้ขอใช้ไฟฟ้าเท่านั้น

MEA จะพิจารณาดำเนินการคืนดอกผลสะสม 5 ปี โดยจะคืนเงินดังกล่าวในรูปแบบการหักลดกับค่าไฟฟ้า ในบิลค่าไฟฟ้ารอบเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีข้อกำหนด ดังนี้

  1. กรณีเงินค่าไฟฟ้าที่แสดงในบิลเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มียอดมากกว่าดอกผลที่จะได้รับ MEA จะนำเงินดอกผลมาหักออกจากยอดค่าไฟฟ้า ทำให้คงเหลือยอดที่ต้องชำระลดลง
  2. กรณีเงินค่าไฟฟ้าที่แสดงในบิลเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มียอดน้อยกว่าดอกผลที่ได้รับ MEA จะนำเงินดอกผลหักลดค่าไฟฟ้า และจะแสดงยอดเงินดอกผลที่ยังเหลืออยู่เป็นเงินล่วงหน้า เพื่อใช้หักลดยอดค่าไฟฟ้าในเดือนถัดไป หรือผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อขอรับเงินส่วนที่เหลือคืนที่ได้ทุกที่ทำการไฟฟ้านครหลวงเขต
  3. กรณีเงินค่าไฟฟ้าที่แสดงในบิลเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มียอดชำระเท่ากับดอกผลที่ได้รับ MEA จะนำเงินดอกผลหักลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และแสดงค่าไฟฟ้าที่ต้องชำระเป็นเงินจำนวน 0 บาท
  4. กรณีเงินค่าไฟฟ้าที่แสดงในบิลเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มียอดชำระ 0 บาท (ไม่มีการค้างชำระ) ดอกผลที่ได้รับจะแสดงให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเห็นบนใบแจ้งค่าไฟฟ้า ซึ่ง MEA จะนำยอดเงินดังกล่าวไปหักลดค่าไฟฟ้าในเดือนถัดไป หรือผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อขอรับเงินดังกล่าวคืนได้ทุกที่ทำการไฟฟ้านครหลวงเขต

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้ไฟฟ้ามีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : @meathailand Twitter : @mea_news รวมถึงสอบถามที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กสอ. ปั้นนักธุรกิจเกษตรพันธุ์ใหม่ ต่อยอดแปรรูปสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม

ประเด็นน่าสนใจ

  • การพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ จ.น่าน ภายใต้ชื่อ “บ้านถั่วลิสง”
  • เป็นการต่อยอดนำถั่วลิสงมาแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ ออกจำหน่าย
  • เกษตรู้เข้าร่วมโครงการสามารถทำรายได้ต่อปีกว่า 4-5 ล้านบาท

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneurs Creation : NEC)

ซึ่งได้พัฒนานักธุรกิจเกษตรพันธุ์ใหม่ “บ้านถั่วลิสง” ที่เข้าร่วมโครงการโดยได้รับคำแนะนำ ช่วยเหลือจาก กสอ. ในการให้ความรู้ในการประกอบการที่จำเป็น ตลอดจนสนับสนุนการทดลอง ต่อยอดไอเดีย จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ถั่วคั่วทราย เค้กถั่ว นมถั่ว ภายใต้แบรนด์นันทบุรี และบ้านถั่วลิสง รวมกว่า 20 ผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ ยังได้รับการอนุมัติสินเชื่อ 3 ล้านบาท จากกองทุนประชารัฐ ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ด้วย ซึ่งได้ นำมาลงทุนสร้างร้านบ้านถั่วลิสง และเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

ซึ่งร้านบ้านถั่วลิสง นอกจากจะเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงแปรรูป เกิดการบริหารธุรกิจครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ แล้ว ที่นี่ยังจะเป็นศูนย์รวบรวมการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปของจังหวัดน่าน

ในเครือข่ายคลัสเตอร์น่านอโกร-อินดัสทรี เป็นศูนย์เรียนรู้ดูงานกระบวนการแปรรูปถั่วลิสง และเกษตรแปรรูปอื่น ๆ รวมถึงเป็นจุดเชคอินสำหรับนักท่องเที่ยวในการซื้อของฝากได้อีกด้วย

นายณัฐพล กล่าวว่า โครงการ NEC เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ปัจจุบันมีผู้ได้รับการพัฒนาศักยภาพกว่า 86,000 ราย ก่อให้เกิดการจัดตั้งหรือขยายธุรกิจกว่า 19,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 22 ของผู้ได้รับการพัฒนาทั้งหมด

เกิดมูลค่าการลงทุนกว่า 28,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 72,000 ราย ทั้งนี้ ในการติดตามประเมินผลในแต่ละปีพบว่ามีผู้มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จในการจัดตั้งธุรกิจใหม่/ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 10 –15 ต่อปี

ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 นี้ กสอ. ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ทั้งประเทศ จำนวน 500 ราย และพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประสำหรับผู้ประกอบการใหม่ จำนวน 50 กิจการ

ด้าน นางอารีย์ เพ็ชรรัตน์ ผู้บริหารบริษัท บ้านถั่วลิสง จำกัด กล่าวว่า แรกเริ่มเดิมที ไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจ จึงได้เข้ารับการอบรมจาก กสอ. หลักสูตรบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ (NEC – SME)

ช่วยทำให้มีพื้นฐานและทักษะในการบริหารงานอย่างผู้บริหารมืออาชีพ และมีความเข้าใจด้านบัญชี ด้านการบริหารงานบุคคล และการวางแผนการดำเนินธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีร้าน มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วหลากหลายผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายทั้งแบบส่งและฝากขายในร้านค้าต่าง ๆ ในและนอกจังหวัดน่าน ทั้งในรูปออนไลน์และออฟไลน์ เกิดยอดขาย 4 – 5 ล้านบาท/ปี และคาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายได้อีก 1 เท่าตัว ภายหลังเปิดร้านบ้านถั่วลิสงอย่างเต็มรูปแบบ

ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่แฉ พรรคร่วมรัฐบาล ขอซื้อตัว! ช่วยดันเป็น รมช.

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยส.ส.ฝั่งรัฐบาลที่ทาบทามเป็น ส.ส.ผู้ชาย
  • มีการติดต่ออย่างเปิดเผย ทั้งพูดคุยตัวต่อตัว และโทรศัพท์เข้ามาติดต่อ
  • ขระที่กลุ่ม ส.ส.อนาคตใหม่ ยืนยันจะไม่ขอทิ้งอุดมการณ์ของพรรคแน่นอน

วันนี้ (24 ก.พ. 62) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ นำทีม ส.ส. มาแถลงกรณีมี ส.ส.พรรคฝั่งรัฐบาลมีการติดต่อทาบทาม ส.ส. ให้ไปเข้ารวมทีม โดยมีการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยในรัฐบาล หากรวมเพื่อนสมาชิกไปสังกัดได้จำนวน 9-10 คน

โดยนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวยืนยันว่า มี ส.ส.ชาย โทรศัพท์ติดต่อทาบทามเข้ามาจริง พร้อมยอมรับว่าเริ่มตั้งแต่ก่อนมีการยุบพรรคอนาคตใหม่

โดยมีการติดต่ออย่างเปิดเผย ทั้งเข้ามาพูดคุยบริเวณห้องอาหาร ที่จอดรถ ห้องน้ำ ยื่นตำแหน่ง รัฐมนตรีให้ และล่าสุดเป็นการโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาด้วยตัวเอง โดยมีเนื้อหาระบุว่า

“หากมีความพร้อมให้ตัดสินใจได้เลย เพราะมีผู้ใหญ่รอคำตอบอยู่ และหากสามารถชักชวนเพื่อนสมาชิกเข้าร่วมย้ายมาที่ฝั่งรัฐบาลได้จำนวนมาก การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหม่จะหยิบยื่นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งให้”

ส่วนตัวขอยืนยันว่า ตนเองและเพื่อนสมาชิก มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจนตั้งแต่เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค เงิน 23 ล้าน ไม่สามารถมาซื้ออุดมการณ์ได้ ตนเคารพคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกเข้ามา

วันนี้ขอเรียกร้องศักดิ์ศรี และต้องการเปิดโปงกระบวนการซื้อตัวที่เป็นการไม่ให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ ยอมรับว่าเป็น ส.ส. ที่เป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล แต่ขอปรึกษาทีมกฎหมายให้ชัดเจนก่อน ก่อนที่จะเปิดเผยว่าเป็นใคร

ส่วนกรณีสมาชิก 9 คน ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ มีกระแสข่าวว่าไปร่วมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายณัฐชา เผยว่า ยังไม่ทราบว่ามีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้น ขอตรวจสอบให้ก่อน