ถ่ายทอดสด[วันแรก] อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 24 ก.พ. 2563

ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 31 เป็นพิเศษ (วันแรก) วันที่ 24 ก.พ. 63 เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา

6 รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

6 รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ด่วนอย่าช้า! หมดเวลา 29 ก.พ.นี้ ลงทะเบียนลดดอกเบี้ย-พักหนี้ กยศ.

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการนี้ช่วยเหลือลูกหนี้ ลดเบี้ยปรับ 75-80% และพักชำระหนี้ 1 ปี
  • สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กยศ. call center 0 2016 4888 หรือ Line@กยศ.

เว็บไซต์ studentloan.or.th ซึ่งเป็นเว็บเผยแพร่ข่าวสารของกองทุนกู้เงินยืมเพื่อการศึกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศให้ลูกหนี้ กยศ. ที่สนใจเข้าร่วมโครงการลดเบี้ยปรับ และพักหนี้ กยศ. รีบไปลงทะเบียนรับสิทธิ์ เพราะมีเวลาให้ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ นี้ เท่านั้น

โดยนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยว่า “ขณะนี้ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาของมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. ซึ่งกองทุนให้ส่วนลดเบี้ยปรับสำหรับผู้กู้ยืมที่มีหนี้ค้างชำระไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้ปิดบัญชี

หรือชำระหนี้เฉพาะที่ค้างทั้งหมด รวมถึงให้โอกาสในการพักชำระหนี้แก่ผู้กู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563 นี้เท่านั้น

โดยผู้กู้ยืมที่มีสิทธิสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการดังกล่าวตามเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด ดังนี้

  1. ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 80 สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว
    • กรณีผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี โดยติดต่อชำระหนี้ที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
    • กรณีผู้กู้ยืมถูกดำเนินคดี ลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ที่เว็บไซต์ กยศ. โดยผู้กู้ยืมต้องชำระ ค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้เสร็จสิ้นก่อนชำระหนี้ปิดบัญชี
  2. ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 กรณีผู้กู้ยืมเงินก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมด ให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) โดยติดต่อชำระหนี้ที่ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ทันที
  3. พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ได้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ผู้กู้สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนดได้ทางเว็บไซต์ กยศ.

กองทุนจึงขอเชิญชวนผู้กู้ยืมร่วมรับสิทธิตามมาตรการดังกล่าว เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องอีกด้วย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กยศ. call center 0 2016 4888 หรือ Line@กยศ.” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด

ติดตามอ่านรายละเอียดๆ อื่นๆ ที่ได้ที่ มาตรการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ กยศ. และช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้

สวทช.จับมือ ปตท.สผ. หนุนการพัฒนา EECi ร่วมพัฒนานวัตกรรม ไทยแลนด์ 4.0

(21 กุมภาพันธ์ 2563) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี : บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จับมือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือการสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 4.0 โดยมี นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนาม

การลงนามความร่วมมือการสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ในครั้งนี้ ปตท.สผ. และ สวทช. จะดำเนินกิจกรรมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกัน ทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจและช่วยยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศต่อไปในอนาคต

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)กล่าวว่า สวทช. หน่วยงานวิจัยและพัฒนา ในฐานะที่เป็นผู้บริหารโครงการ EECi ได้ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ โดยมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก สำหรับความร่วมมือกับ ปตท.สผ. ในครั้งนี้ เป็นการประสานประโยชน์ร่วมกันในการเป็นพันธมิตรร่วมทางที่ดี ซึ่ง สวทช. ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และมุ่งเน้นถึงประโยชน์ของ EECi ที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมยุค 4.0 การพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติ และการยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ในสาขาต่าง ๆ ของทั้งสองฝ่ายและภาคส่วนอื่น ๆ ของประเทศ รวมถึงสนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ ตลอดจนบุคลากรและทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อวางแผนขับเคลื่อนและการพัฒนา EECi พัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ของประเทศใน EECi และดำเนินกิจกรรมวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน รวมถึงให้บริการที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ EECi

ทั้งนี้ การก่อสร้าง EECi เป็นไปตามแผนและมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 รวมทั้งได้เตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่และอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี ซึ่งโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรีถือได้ว่าเป็นแห่งแรกในอาเซียนซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีด้านชีวภาพของไทยให้ก้าวมาเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ยกระดับให้ประเทศไทยเป็นฮับไบโอเบสของอาเซียน และจะขยายไปตั้งโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรีในต่างประเทศ ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีนโยบายในการสร้างบุคลากรในสาขาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอนาคต เพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และการร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการผสานประโยชน์และสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนดังวิสัยทัศน์ Energy Partner of Choice ของบริษัท ซึ่ง สวทช. ถือเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญ ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะยกระดับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีนวัตกรรมของตัวเองซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

นอกจากการลงนามความร่วมมือครั้งนี้แล้ว ปตท.สผ. ยังเป็นเอกชนรายแรกที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัยขึ้นในพื้นที่ EECi อย่างเป็นทางการ ในชื่อศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปตท.สผ. (PTTEP Technology and Innovation Centre: PTIC) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับธุรกิจใหม่ของบริษัท ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ (Robotics) โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2564

เกี่ยวกับความร่วมมือกับกลุ่ม ปตท.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับมอบหมายจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารโครงการ EECi และร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อเป็นที่ตั้งของ EECi เพื่อการรองรับการเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของประเทศไทยในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย 4.0 ซึ่งจะเปิดให้บริการกับภาคอุตสาหกรรมได้ในปี 2564 ทั้งนี้ สวทช. จะเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม และกลุ่ม ปตท. จะเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป สาธารณูปโภค และความเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City)