บุคลากรทางการแพทย์จีน เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 หลังติดเชื้อ โควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • แพทย์ที่เสียชีวิตครั้งนี้ คือ นพ.หลิว จื้อหมิง
  • มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู่ฮั่น อู่ฉาง หนึ่งในสถานพยาบาลชั้นนำขนาดใหญ่ของเมืองอู่ฮั่น
  • สำหรับเชื้อโควิด-19 สั่งหารชีวิตบุคลากรการแพทย์จีนแล้ว 6 คน

สำนักข่าวต่างประเทศ อ้างจากรายงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน ( ซีซีทีวี ) เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า นพ.หลิว จื้อหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู่ฮั่น อู่ฉาง หนึ่งในสถานพยาบาลชั้นนำขนาดใหญ่ของเมืองอู่ฮั่น เสียชีวิตลงแล้ว

เมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (09.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ด้วยอาการป่วยที่เป็นผลจากการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19”

ทั้งนี้ ซีซีทีวียังไม่ได้ให้รายละเอียดว่า นพ.หลิว ติดเชื้อหรือเริ่มมีอาการป่วยเมื่อใด ด้านคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนออกรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า เชื้อโควิด-19 คร่าชีวิตบุคลากรการแพทย์แล้ว 6 คน และล้มป่วยอีกอย่างน้อย 1,716 คน

โดยพบมากที่สุดในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 1,102 คน นอกจากนี้ยังมีบุคลากรการแพทย์อีกประมาณ 400 คน ล้มป่วยจากเชื้อโควิด-19 กระจายอยู่ตามเมืองอื่นของมณฑลหูเป่ย์

ศาลปกครอง มีคำสั่งห้ามสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้าน ครม. มีมติไม่อุทธรณ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส่วนเหตุผลของการไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ทางโฆษกรัฐบาลไม่ได้แจ้งไว้แต่อย่างใด
  • ขณะที่ กทม. เตรียมส่งเรื่องต่อ เพราะยื่นยันว่าโครงการชอบด้วยกฎหมาย

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครองได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เฉพาะในส่วนที่เป็นทางเดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยให้ชะลอการก่อสร้างไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น หลังจากถูกร้องเรียนว่าโครงการดังกล่าว มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์วิถีชีวิตริมน้ำ ศิลปวัฒนธรรม

การคมนาคม รวมถึงมีผลในด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ผังเมือง และสุ่มเสี่ยงต่อภัยพิบัติ เนื่องจากการก่อสร้างที่รุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ และมีการแจ้งวัตถุประสงค์ให้ยุติโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายนั้น

ล่าสุดวานนี้ ทางคณะรัฐมนตรี ได้มีมติไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อหลังตกเป็น 1 ในจำเลยของเรื่องนี้ โดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งพิพากษาออกมา ทางรัฐบาลได้ติดต่อสอบถามไปยัง กทม. ว่า

กทม.จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองต่อไปเพราะเห็นว่า โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาชอบในหลักการและเหตุผล และถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ คณะรัฐมนตรีมีมติว่าจะไม่อุทธรณ์ในคำสั่งนี้

สำหรับการก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็น 1 ในจำนวน 12 แผนงานในโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะสร้างบางส่วนรุกล้ำเข้าไปแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกิจกรรมของสาธารณะ

เพิ่มทางสัญจรริมน้ำ เช่น ทางเดินเท้า ทางจักรยานที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงพัฒนาทัศนียภาพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

แอร์พอร์ตลิงก์ ประกาศลดค่าโดยสาร เริ่ม มี.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • การปรับราคาใหม่ทำให้ค่าโดยสารเหลือ 15-25 บาทต่อเที่ยว จากเดิม 15-45 บาทต่อเที่ยว
  • มั่นใจมาตรการจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 5-10%

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า ตามที่การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา

มีมติเห็นชอบมาตรการลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (พญาไท-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) นอกช่วงเวลาเร่งด่วน (Off Peak) สำหรับผู้ที่ใช้บัตรโดยสารรถไฟฟ้าฯ เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้บริการสาธารณะมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายการเดินทางให้กับประชาชน

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสืออย่างเป็นทางการจาก รฟท. พร้อมทั้งเตรียมออกประกาศ และจัดทำโปรโมชั่นประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารได้รับทราบ โดยจะทดลองใช้มาตรการดังกล่าว 3 เดือน เริ่มในช่วงต้นเดือน มี.ค.นี้ ก่อนที่ประเมินผลต่อไป

สำหรับมาตรการดังกล่าวนั้น จะปรับลดอัตราค่าโดยสารนอกช่วงเวลาเร่งด่วนให้แก่ผู้โดยสารที่ใช้บัตรโดยสารรถไฟฟ้าฯ ที่มีอยู่ในระบบประมาณ 300,000-400,000 ใบ ส่วนของอัตราค่าโดยสาร

ปกติจะอยู่ที่ 15-45 บาทต่อเที่ยว ลดราคาเหลือ 15-25 บาทต่อเที่ยว โดยการเดินทางสถานีแรกจะมีอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 15 บาท สถานีที่ 2 อัตรา 20 บาท และสถานีที่ 3 เป็นต้นไปอยู่ที่ 25 บาท

ทั้งนี้ นอกช่วงเวลาเร่งด่วนใน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ เวลา 05.30 – 07.00 น., เวลา 09.00 – 17.00 น. และเวลา 20.00 – 24.00 น. ให้บริการระหว่างวันจันทร์-วันศุกร์

อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 5-10% จากในปัจจุบันนอกช่วงเวลาเร่งด่วนมีผู้โดยสารประมาณ 30,000-40,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 50-60% จากช่วงเวลาปกติ

โดยเบื้องต้นแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะสูญเสียรายได้ประมาณ 900,000 บาทต่อเดือน แต่จะไม่กระทบกับการดำเนินการ เนื่องจากมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจึงสามารถชดเชยรายได้แทนกันได้

ขณะเดียวกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ส่งผลให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ลดลงประมาณ 7,000 คนจากในปัจจุบันมีผู้โดยสาร 80,000 คนต่อวัน เหลือ 73,000 คนต่อวัน