104 ปี 17 นายกสมาคมฟุตบอลไทยฯ

นับเป็นระยะเวลา 104 ปี ที่มีการจัดตั้ง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2459 อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเข้าร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2468 และเข้าร่วมกับสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย เมื่อปี พ.ศ. 2500 จุดประสงค์ในการก่อตั้งคือเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลฟุตบอลในประเทศไทย รวมถึงฟุตบอลทีมชาติไทย โดยที่ไม่แสวงหาผลกำไร

รายชื่อ นายกสมาคมฟุตบอลไทยฯ จากอดีต-ปัจจุบัน

ในวันนี้ 12 ก.พ. 63 จะได้ทราบกันว่าใครจะได้เป็น นายกสมาคมฟุตบอลฯ คนต่อไป โดยในครั้งนี้มี 2 บิ๊กใหญ่ลงแข่งขัน หมายเลข 1 “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง และหมายเลข 2 กัปตัน “บิ๊กอู๊ด” ดร.ภิญโญ นิโรจน์

เกณฑ์การเลือกตั้ง จะให้สโมสรสมาชิกทั้ง 69 เสียง ได้ลงคะแนน หากฝ่ายไหนได้คะแนนเกินกว่าครึ่งหนึ่งก็จะได้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลฯ ทันที

ผลสรุปออกมา “บิ๊กอ๊อด” ชนะ “บิ๊กอู๊ด” ไปด้วยคะแนน ถือเป็นการครองตำแหน่งต่อจากปีที่แล้ว

1. เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ)

  • ระยะเวลา 3 ปี
  • พ.ศ. 2459- พ.ศ. 2462

2. หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์

  • ระยะเวลารวม 3 ปี
  • พ.ศ. 2462 – พ.ศ. 2465

3. พระยานเรนทรราชา (หม่อมหลวงอุรา คเนจร)

  • ระยะเวลา : 3 ปี
  • พ.ศ. 2465 – พ.ศ. 2468

4. พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ)

  • ระยะเวลารวม 3 ปี
  • พ.ศ. 2468 – พ.ศ. 2471

5. พระเจริญวิศวกรรม (เจริญ เชนะกุล)

  • ระยะเวลา : 3 ปี
  • พ.ศ. 2471 – พ.ศ. 2474

6. พระยาวิเศษศุภวัตร (เทศสุนทร กาญจนศัพท์)

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง : พ.ศ. 2474 – พ.ศ. 2477

7. หม่อมเจ้าสมาคม กิติยากร

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง : พ.ศ. 2477 – พ.ศ. 2481

8. พลเรือตรี หลวงเจียรกลการ (เจียม เจียรกุล)

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง : พ.ศ. 2496 – พ.ศ. 2498

9. พลโท เผชิญ นิมิบุตร

  • ระยะเวลา : 1 ปี
  • พ.ศ. 2498 – พ.ศ. 2499

10. พลเอก จำเป็น จารุเสถียร

  • ระยะเวลา : 1 ปี
  • พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2504

11. พลตำรวจโท ต่อศักดิ์ ยมนาค

  • ระยะเวลา : 12 ปี
  • พ.ศ. 2504 – พ.ศ. 2516

12. ประชุม รัตนเพียร

  • ระยะเวลา : 1ปี
  • พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2520

13. พันเอก อนุ รมยานนท์

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง : พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2521
ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง : พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2531

14. พลตำรวจโท ชลอ เกิดเทศ

  • ระยะเวลา : 7 ปี
  • พ.ศ. 2531 – พ.ศ. 2538

15. วิจิตร เกตุแก้ว

  • ระยะเวลา 12 ปี
  • พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2550

16. วรวีร์ มะกูดี หรือ บังยี

  • ระยะเวลา 8 ปี
  • พ.ศ. 2550 – พ.ศ. 2558

17. พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง

  • พ.ศ. 2559 – 2562
  • พ.ศ. 2563 – ปัจจุบัน

ศาลสั่งคุก ไม่รอลงอาญา 5 แกนนำพันธมิตร คดีบุก NBT ล้มรัฐบาลสมัคร ปี2551

ประเด็นน่าสนใจ

  • สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ โดน 2 ปี
  • อัญชะลี ไพรีรัก 1 ปี
  • ส่วนคดีฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรนั้นเอาผิดไม่ได้
  • ต่อมาศาลให้ประกันตัวเพื่อสู้คดีต่อ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (12 ก.พ. 2563) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง

  • นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.),
  • น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก (เจ๊ปอง)
  • นายภูวดล ทรงประเสริฐ,
  • นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม.
  • และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม.

ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ซ่องโจรฯ กรณีร่วมกันบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551

ซึ่งจากการพิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้ว ศาลได้มีคำสั่งตัดสินจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน

โดยให้จำคุกนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่2-4 คนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่า จำเลยทั้ง 5 มีความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ และฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น จึงได้มีคำสั่งตัดสินลงโทษดังกล่าว

ส่วนความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรนั้น โจทก์ยังไม่มีพยานหลักฐานว่า จำเลยทั้งห้ากับพวกและกลุ่มนักรบศรีวิชัยสมคบกันร่วมประชุมวางแผนกันจึงลงโทษในความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรไม่ได้

ทั้งนี้ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว ญาติและทนายความของจำเลยทั้งห้า ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมหลักทรัพย์เพื่อต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ จากนั้นเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 ระหว่างอุทธรณ์คดี

โดยตีราคาประกันในส่วนของ “นายสมเกียรติ” จำเลยที่ 1 วงเงิน 300,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2-5 ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท ซึ่งคดีจะครบกำหนดการยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 12 มี.ค.นี้

สิระ เจนจาคะ พร้อมแจก 1 แสน คนโชว์หลักฐานมัด ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • บอกเป็นการกู้ภาพลักษณ์สภา
  • คาดไม่ได้มีแค่ฝั่งรัฐบาล ฝ่ายค้านก็มีด้วย
  • ขู่ฟ้องกลับ เสรีพิศุทธ์ เหตุปลดจากเก้าอี้ปธ.ปปช.

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ออกแถลงการณ์ว่า จากปัญหาการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. จนทำให้การบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ต้องล่าช้าออกไป ไม่เป็นที่ไว้วางใจกับประชาชน

ดังนั้นตนคิดว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป หากสื่อมวลชนและพลเมืองดีทั่วไป มีหลักฐาน ส.ส. เสียบบัตรแทนกัน 2 ครั้งขึ้นไป ระหว่างการลงมติกฎหมายทุกฉบับ รวมทั้งญัตติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง หรือวีดีโอ สามารถรับเงินกับตนได้ เหตุการณ์ละ 1 แสนบาท โดยไม่จำกัดเหตุการณ์ แต่ห้ามก๊อปปี้ภาพเขาแล้วมารับเงิน

สิระ เจนจาคะ

โดยหลักฐานดังกล่าวไม่ต้องผ่านการตรวจสอบในชั้นศาล หรือตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ แต่สามารถมารับเงินโดยตรงกับตนได้เลย เพราะตนมีทรัพย์สินถึง 500 ล้านบาท คิดว่างานนี้คงไม่เกิน 10 ล้านบาท ยังเหลือเงินอีกตั้ง 490 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับผู้ที่นำหลักฐานมาเปิดเผยตนมีวิธีปกปิดไม่ให้ได้รับผลกระทบตามมา

ซึ่งนายสิระกล่าวว่า สาเหตุที่ตนทำเช่นนี้เพราะเชื่อว่าการเสียบบัตรแทนกันไม่มีเฉพาะฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น อาจมี ส.ส.ฝ่ายค้านด้วย ตนจึงต้องการดัดหลังคนที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ สร้างความเสื่อมเสียต่อสภา และต้องการให้การทำงานของ ส.ส.โปร่งใสซื่อสัตย์สุจริต ตามที่สาบานตนไว้

ส่วนกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมใจไทย ในฐานะประธานากรรมาธิการปปช. สภาผู้แทนราษฏร ระบุว่าจะฟ้องดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำให้ตนเองพ้นจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการป.ป.ช.นั้น

นายสิระกล่าวว่าถือเป็นสิทธิ์ แต่หากเป็นการฟ้องร้องเท็จ ตนก็จะฟ้องดำเนินคดีกลับกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เช่นกัน อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรทำให้คดีความรกศาล เพราะมีการฟ้องร้องกันเยอะแล้ว แต่ควรจะหันมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวในสภาจะดีกว่า