ศาลฎีกา พิพากษายืน ประหารชีวิต ผู้ใหญ่บ้าน ข่มขืนฆ่าน้องสโนว์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เหตุการณ์สลดครั้งนี้เป็นข่าวดังเมื่อ 23 ธันวาคม 2558
  • สาเหตุของการตัดสินประหารครั้งนี้ เพราะพยานแวดล้อม บวกกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ผู้ใหญ่บ้านได้ก่อเหตุจริง
  • นอกจากถูกตัดสินประหารชีวิตแล้ว ยังให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาทด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีหมายเลขดำที่ อ.2112/2559 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1381/2560 ที่โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์และแม่น้องสโนว์โจทก์ร่วมที่ 1 พ่อน้องสโนว์ โจทก์ร่วมที่ 2

ยื่นฟ้อง นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 หลังจากที่ “น้องสโนว์” ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียนตามปกติ

โดยศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่นคงจึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิต นายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท เพราะพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกันรวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ที่ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันก็มีหลักฐานยืนยันจากนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีร่องรอยเฉี่ยวชนกัน จึงยืนยันว่า นายกฤติเดช ได้ลงมือก่อเหตุจริงจึงมีคำสั่งตัดสินดังกล่าว

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2558 ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้า น้องสโนว์ขี่รถจักรยานยนต์ไปเรียนตามปกติ จนช่วงเย็นเวลากลับบ้านถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายสะกดรอยขี่จักรยานยนต์ประกบและใช้เท้าถีบโดยคนร้ายพยายามจะข่มขืน

แต่น้องสโนว์ขัดขืน กัดและบีบลูกอัณฑะจนสามารถหลีกหนีการข่มขืนได้แต่เนื่องจากถูกทำร้ายสาหัสจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นก็มีการสืบหาตัวคนร้ายเรื่องมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จับกุมตัวนายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสีถาน และมีการต่อสู้คดีเรื่อยมา ก่อนที่ศาลฎีกามีคำตัดสินยืนโทษประหารชีวิตจำเลยและให้ชดใช้ค่าสินไหมในที่สุด

สี จิ้นผิง ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชน ในกรุงปักกิ่ง

สี จิ้นผิง ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชน ควบคุมของชุมชนคือพื้นฐานสำคัญสำหรับชนะการต่อการระบาดสู้ไวรัสครั้งนี้

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ลงพื้นที่ในกรุงปักกิ่ง

สำนักข่าว CCTV รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ลงพื้นที่ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันจันทร์ โดยสีซึ่งสวมหน้ากากอนามัยเดินเข้าไปภายในศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคประจำเขตเฉาหยาง ผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและรับเจลล้างมือจากเจ้าหน้าที่ ตามขั้นตอนเหมือนกับประชาชนทุกคน

ขณะเดียวกัน ผู้นำจีนสนทนากับประชาชนกลุ่มหนึ่งซึ่งทราบข่าวการลงพื้นที่แล้วมารอพบ โดยกล่าวว่าแม้สถานการณ์ “ยังวิกฤติ” แต่รัฐบาลปักกิ่งจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และยกระดับมาตรการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งให้คำมั่นปกป้องเศรษฐกิจของประเทศให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ตามเป้าหมาย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวจีน จึงขอให้ประชาชนเชื้อมั่นและต่อสู้เคียงข้างกัน

สี จิ้นผิงย้ำว่า “สำหรับการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคในต่อไปนั้น การจัดการการป้องกันและควบคุมของชุมชนคือพื้นฐานสำคัญ ฉะนั้นด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องลงมาดูด้วยตนเองในวันนี้ ถ้าหากสามารถจัดการด้านนี้ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย นั่นแสดงว่าครั้งนี้จะมีโอกาสเอาชนะได้ในเร็ววันแน่นอน เนื่องจากชุมชนนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก จึงขอแสดงความนับถืออย่างสูงสุดต่อพวกคุณ เจ้าหน้าที่ชุมชนของเมืองปักกิ่ง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ชุมชนจากทั่วโลกไว้ ณ ที่นี้ด้วย”

นอกจากนี้ สีและคณะเดินทางไปยังโรงพยาบาลปักกิ่ง ตี้ถัน เพื่อสังเกตการณ์การทำงานของคณะแพทย์และพยาบาลในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งที่นี่ผู้นำจีนได้ทักทายและสนทนาผ่านระบบวีดีโอคอล กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกลุ่มหนึ่งที่เมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางกลางแพร่ระบาดของโรคด้วย

ข้อมูล : CCTV/CGTN/CMG

“การปนเปื้อนข้าม” เมื่อเชื้อโรคแพร่จากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่

“การปนเปื้อนข้าม” (Cross Contamination) ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นในอาหารหรือน้ำดื่ม หากไม่รู้จักวิธีป้องกันที่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย เป็นไข้ หรืออาจจะรุนแรงถึงขั้นป่วยระยะยาวได้เลย สาเหตุเกิดได้จากหลายประการ แต่ก็มีวิธีการป้องกันอยู่นะ

การปนเปื้อนข้ามและวิธีป้องกัน

การปนเปื้อนข้าม (Cross Contamination) หมายถึง การปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งที่เป็นอันตราย ลงไปในอาหาร น้ำ หรือสินค้าสำเร็จรูป คืออะไรก็ตามที่ปนเปื้อนลงไปในอาหารและทำให้อาหารไม่ปลอดภัยเมื่อเรากินเข้าไป

มีการสัมผัสกันระหว่างอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปแล้วพร้อมทาน หรือพร้อมที่จะนำไปบรรจุ กับอาหารสดหรือวัตถุดิบ (raw material) ซึ่งยังไม่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารใดๆ นอกจากวัตถุดิบแล้วเครื่องไม้เครื่องมือในครัวก็เป็นสื่อกลางทำให้เกิดการปนเปื้อนข้ามได้ด้วย

ยกตัวอย่าง เช่น ใช้เขียงหันเนื้อดิบ ทำให้เขียงมีเชื้อโรคอยู่ หากคุณนำอาหารใด ๆ ก็ตามที่สุกแล้วมาหั่นบนเขียงต่อโดยที่ยังไม่ทำความสะอาดเขียงก่อน โอกาสที่จะทำให้อาหารที่สุกแล้วติดเชื้อโรคบนเขียงนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก

การปนเปื้อนในทางอาหารมี 3 ประเภท  หลัก ได้แก่

Photo by CDC on Unsplash

1. การปนเปื้อนทางกายภาพ (Physical Contamination) เช่น มีผมหลุดลงไปในบริเวณประกอบอาหาร

2. การปนเปื้อนทางเคมี (Chemical Contamination) เช่น มีสารกำจัดศัตรูพืช ปะปนมากับผักและผลไม้, สารเคมีกำจัดศัตรูพืช, สารเคมีที่ใช้ในครัวเรือน

3. การปนเปื้อนทางชีวภาพ (Biological Contamination) เช่น แบคทีเรีย, ยีสต์, รา อย่างการมีเชื้อราปะปนอยู่ในถั่วลิสง, รวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรีย สปอร์ของรา จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคทำให้อาหารเป็นพิษ โรคท้องเสีย และท้องร่วง หรืออาจจะรุนแรงถึงขั้นป่วยระยะยาวได้เลย

ทานปิ้งย่างมีโอกาสที่จะมีการปนเปื้อนข้ามวัตถุดิบ

Photo by Victoria Shes on Unsplash

การทานปิ้งย่างก็มีโอกาสที่จะมีการปนเปื้อนข้ามวัตถุดิบระหว่างเตรียมอาหาร หรือปนเปื้อนข้ามระหว่างอาหารที่ปรุงแล้วกับวัตถุดิบ เนื่องจากการนำอาหารสุกและดิบวางบนกระทะเดียวกัน เป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายจากการปนเปื้อนข้ามได้

สื่อที่จะทำให้เกิดการปนเปื้อนข้าม ได้แก่ บุคคลที่ปรุงประกอบอาหาร, เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรรูปอาหาร, อุปกรณ์ครัว, น้ำ, อากาศ, บรรจุภัณฑ์, สัตว์ รวมทั้งสัตว์รบกวน เช่น หนู แมลง เป็นต้น

ข้อแนะนำในการการป้องกันการปนเปื้อนข้ามในอาหาร

Photo by Louis Hansel @shotsoflouis on Unsplash

1. เก็บอาหารดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อ เป็ด ไก่ และปลา ให้ไกล หรือคนละส่วน จากอาหารพร้อมรับประทานในห้องเย็นหรือตู้เย็น
2. ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือแยกกัน สำหรับอาหารดิบและอาหารพร้อมรับประทาน หรือล้าง และฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ ให้สะอาด หมดจด ระหว่างการจับต้องอาหารดิบและอาหารพร้อมรับประทาน
3. ขณะปรุงประกอบอาหาร ให้แยกเตรียมวัตถุดิบประเภทเนื้อ และประเภทผัก และไม่ใช้อุปกรณ์ในการเตรียมร่วมกัน เช่น มีด เขียง
4. เก็บอาหารไว้ในภาชนะสำหรับเก็บอาหารและปิดฝาถ้าจำเป็น เพื่อปกป้องอาหารจากการปนเปื้อน
5. เก็บอาหาร ภาชนะ และพัสดุที่นำมาใช้เก็บอาหารไว้เหนือพื้นไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร
6. เก็บสารเคมีและอุปกรณ์ให้ห่างจากอาหาร พัสดุภัณฑ์อาหารและบริเวณ ประกอบอาหาร
7. ดูแลรักษาห้องครัว หรือสถานที่ประกอบการ ซึ่งรวมถึงสิ่งติดตั้งและอุปกรณ์ครัวทั้งหมด ให้อยู่ในสภาพสะอาดและไม่เสียหาย
8. ล้างมือให้สะอาดหมดจดอย่างทั่วถึงและเช็ดให้แห้ง ก่อนเตรียมอาหาร และหลังจากการจับต้องอาหารดิบและ หลังจากการใช้ห้องสุขา

ขอบคุณข้อมูลจาก : nih.dmsc, foodhygieneasia, fsic.moph, th.kcprofessional