ศาลร รธน. วินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 ไม่โมฆะ จากปมเสียบบัตรแทนกัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ด้วยผลลงมติ 5 ต่อ 4
  • ให้ลงมติใหม่ในวาระที่ 2 และ 3 ต่อได้ ก่อนส่งให้วุฒิสภาลงมติต่อ

วันนี้ (7 ก.พ.63) ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ด้วยมติ 5 ต่อ 4 ว่า กระบวนการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ขัดหรือแย้งกับหลักการการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 120 ส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.ไม่เป็นโมฆะ และมีมติให้โหวตใหม่ ในวาระ 2-3

ภายหลังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขั้นตอนการตราร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เนื่องจากมี ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนน แทน นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สุมทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตาม รธน.มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1)

วัดพระแก้วเงียบเหงา ผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ทำทัวร์จีนลดลง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปัจจุบันมีนทท.จีน เที่ยววัดพระแก้วเพียง 6,000 คนต่อวันเท่านั้น จากปกติมีมากถึงวันละ 20,000 กว่าคน
  • จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาคาดว่าไทยจะสูญเสียรายได้ราว 3 แสนล้านบาท

กว่าสองสัปดาห์ที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทำให้บรรยากาศในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว วันนี้ ( 7 ก.พ. 63 ) เงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน หลังจาก ไรรัสโคโรน่า หรือ ไวรัสอู่ฮั่น ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมความงดงามภายในวัดมีจำนวนลดลงเห็นได้อย่างชัด

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่บริเวณจุดคัดกรองทางเข้าวัดพระแก้ว ได้กล่าว่า โดยก่อนหน้านี้จำนวนนักท่องเที่ยวมีอยู่ประมาณวันละ 20,000 กว่าคน แต่หลังเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวสโคโรนา เมื่อหลายวันที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือเพียง 6,000 คนต่อวันเท่านั้น

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ข้อมูลว่า ช่วงระหว่างวันที่ 24 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 232,114 คน หรือลดลงราว 60.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้ด้านการท่องเที่ยวประมาณ 9,156 ล้านบาท

นักท่องเที่ยวจีนจำนวนกว่า 11 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39.8 ล้านคนของไทย การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศษฐกิจโดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประเมินเบื้องต้นจากสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโคโรน่าประเทศจีนว่า หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยุติลงภายในเดือนมีนาคมและนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเดินทางตามปกติในเดือนกรกฎาคมนี้

ประเทศไทยมีโอกาสสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวราว 3 แสนล้านบาท แต่ถ้าหากภายในเดือนมีนาคมทางการจีนยังไม่สามารถยุติการแพร่กระจายของโรคได้ ก็อาจจะมีความเสียหายมากกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้ ในทางกลับกันถ้าสถานการณ์ยุติลงเร็วกว่าที่คาดไว้ ความเสียหายก็อาจจะลดลง

อนุทิน ขอบคุณทุกฝ่าย ให้ความร่วมมือสกัด ไวรัสโคโรนา

ประเด็นน่าสนใจ

  • โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวด้วยข้อมูลถูกต้อง
  • ขู่คิดบัญชีคนเอาเปรียบค้าขายหน้ากากอนามัย เจลล้างมือเกินราคา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงกรณีให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติด้วยท่าทีไม่เหมาะสม พร้อมกับขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือสกัดกั้นไวรัสโคโรนา ว่า

เราพยายามทำงานกันเต็มที่ และสุดความสามารถ ณ ขณะนี้ เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่าหลาย ๆ ประเทศ เพราะ เราตื่นตัวก่อน และ ทำงานจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น การที่เราควบคุมสถานการณ์ได้เป็นที่น่าพอใจ และได้รับคำชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก

เพราะคนไทยมีความตื่นตัว ให้ความร่วมมือ และเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเอง รวมทั้งให้ความร่วมมือที่จะหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำ เป็นอย่างดี

ประเด็นสำคัญที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ คือ สื่อมวลชน ที่นำเสนอข่าวด้วยดุลพินิจที่ดี ทำให้ประชาชนที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร มีความเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริง ด้วยความถูกต้อง รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ที่ช่วยกันหยุดการแพร่กระจายข่าวปลอม หรือ เฟกนิวส์ ที่ทำให้สถานการณ์สับสน และแย่กว่าความเป็นจริง

แม้เราจะทำได้ดีในช่วงที่ผ่านมา แต่เราต้องทำให้ดีขึ้น และต้องไม่ประมาท เพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทย และทุกชีวิตที่อยู่ในประเทศไทย ความร่วมมือกันของทุกๆ ฝ่าย

โดยเฉพาะภาคประชาชน และการตั้งรับสถานการณ์อย่างมีสติ จะทำให้เราฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้ อย่างเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข จะทำงานหนัก และทำงานมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกคน

สำหรับคนที่กำลังเอาเปรียบ และ ค้ากำไรจากการกักตุน ขึ้นราคา หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ จนทำให้ประชาชนเดือดร้อนถ้าท่านคิดว่าการมีความสุขบนความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อนร่วมชาติ เป็นเรื่องที่ควรทำ และไม่ละอายใจ ก็เชิญทำต่อไป

ผมเก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว วันหนึ่ง เราคงได้คิดบัญชีกัน
……….

ปล. ขออภัย ที่วันนี้ มีอาการ”หลุด” ใส่ชาวต่างชาติ แถบยุโรป บางคน ที่ แสดงอาการรังเกียจ คนไทยใส่ mask และ ไม่ร่วมมือในการใส่ mask ในขณะที่พวกเรากำลังรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา ในประเทศไทย

เราไม่สามารถรู้ได้ว่า คนต่างชาติคนนั้นมาจากประเทศไหน ก่อนมาประเทศ ไทย และ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน การให้เกียรติและให้ความร่วมมือการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค คือ

สิ่งที่เราคาดหวัง ไม่ใช่การปัดมือ และมองด้วยสายตาที่เหยียดหยาม เช่นที่ผมและคณะกระทรวงสาธารณสุข ได้รับวันนี้ขอขอบคุณ และขออภัยชาวต่างชาติทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือ ป้องกันการแพร่ระบาด แล้ว