“มารีน่า ศดานันท์” จุดเริ่มต้นการเป็นนักแสดง สู่การรับบทนำครั้งแรกใน “ซ่อนเงารัก”

ประเด็นน่าสนใจ

  • “มารีน่า ศดานันท์” หลายคนรู้จักเธอในฐานะ น้องสาวของซุปตาร์ขื่อดัง “มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า”
  • กำลังมีผลงานเรื่อง ซ่อนเงารัก รับบท ขวัญเอย/ขวัญมา (ฝาแฝดหลังศัลยกรรมรับบทช่วงต่อจากริชชี่) แฟน ๆ ละครต่างจับตามองและมีคอมเมนท์เกี่ยวกับฝีมือการแสดงของเธอทั้งด้านบวกและด้านลบ

น้องสาวคนดัง-ทายาทอดีตนางงาม

“มารีน่า -ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า” เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2539 ปัจจุบันอายุ 23 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

มารีน่า และ มาร์กี้

หลายคนรู้จักเธอจากการเป็นน้องสาวของซุปตาร์ชื่อดัง “มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า” เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของ คุณพ่อแดเนียล บาเล็นซิเอก้า (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และคุณแม่เหน่ง-อรศรี บาเล็นซิเอก้า (พูลขวัญ) อดีตนางงามและนางแบบ

ภาพวันรับปริญญาของมารีน่า
ภาพมารีน่าตอนเด็กกับคุณแม่
ภาพถ่ายมารีน่า คุณแม่ และมาร์กี้

เส้นทางซุปตาร์ เริ่มตอนอายุ 15 ปี

  • อายุ 15 ปี ได้เริ่มเป็นที่รู้จัก จากการได้ออกในรายการ ตีท้ายครัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ทางช่อง 3
  • อายุ 17 ปี ในปี 2556 ประกวด เอเชี่ยน ซูเปอร์โมเดล คอนเทสต์ 2013 ได้ครองตำแหน่งอันดับ 4 และได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ของหน่อง อรุโณชา ภาณุพันธ์ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน
  • ละครเรื่องแรก น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ (2557 – 2561) ในบท “มารีน่า” ถือเป็นละครเรื่องแรกที่เล่นติดต่อกันยาวนานถึง 4 ปี
  • ละครเรื่องที่ 2 มาดามดัน (2556) รับบท ตุลยา คู่กับ “อินดี้-อินทัช เหลียวรักวงศ์”
  • ละครเรื่องที่ 3 สายลับสามมิติ (2558) รับบท เจนจิรา คู่กับ ปีเตอร์ เดนแมน
  • ละครเรืองที่ 4 ซ่อนรักกามเทพ (2560) รับบท นันท์นลิน มหากิจไพศาล (บัว)
  • ผลงานเรื่องที่ 5 ซีรีส์ เรื่อง ลับ หลัง Be Hide The Sin (2561) รับบท กรีน
  • ผลงานล่าสุด ซ่อนเงารัก (2563) รับบท ขวัญเอย (เอย) / ขวัญมา (มาย) (ฝาแฝดหลังศัลยกรรม)

รับบทนำครั้งแรก ฝาแฝดชายหญิง ละครซ่อนเงารัก

ในละครเรื่อง ซ่อนเงารัก ถือเป็นการรับบทนำเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยมารีน่าต้องแสดงเป็นสองคาแรคเตอร์ (ฝาแฝดชายหญิง “ขวัญเอย” และ “ขวัญมา”) นอกจากความท้าทายของบทที่ต้องเล่นเป็นสองตัวละครแล้ว อีกความท้าทายคือต้องรับช่วงต่อการแสดงจาก “ริชชี่-อรเณศ ดีคาบาเลส” (ในบทคือหลังจากที่ฝาแฝดผ่าตัดศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้า) ตั้งแต่ตอนที่ 9 เป็นต้นไป

หลังจากมีการเปลี่ยนตัวละครจากริชชี่มาเป็นมารีน่า ก็เกิดกระแสมีคอมเมนท์จากแฟน ๆ ละครมากมายทั้งด้านบวกและด้านลบ อาทิ ชื่นชมในพัฒนาการฝีมือของมารีน่า, ชื่นชมลุคของเธอว่าสวยก็ได้หล่อก็เท่, บ้างก็เปรียบเทียบว่าเธอยังแสดงได้ไม่ดีเท่ากับริชชี่ในบทเดียวกันทำให้คนดูไม่อินเท่ากับนักแสดงคนเก่า ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีกระแสวิจารณ์ทั้งบวกและลบ เธอก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ในการแสดงแต่ละครั้ง

ผลงานเพลงล่าสุด ร้องเพลงประกอบละคร ซ่อนเงารัก

นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว มารีน่ายังเป็นศิลปินมีความสามารถทางด้านการร้องเพลง โดยผลงานเพลงล่าสุด เธอได้มีโอกาสร้องเพลงประกอบละครซ่อนเงารัก ด้วย

  • ไม่มีเหตุผล (feat. นายนะ)
  • แข็งใจ | Be Strong
  • ขอสักวัน Mindset x Marina
  • เบาๆ ในใจ (เพลงประกอบละคร ซ่อนเงารัก)
  • ดวงตาคู่นั้น (เพลงประกอบละคร ซ่อนเงารัก)
  • ใจอ่อนแอ (cover version) (เพลงประกอบละคร ซ่อนเงารัก)
มารีน่าลุคผมสั้น
มารีน่าลุคผมยาว

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม marinaemmb

โอวาทปาฏิโมกข์ หลักคำสอน หัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา

วันมาฆบูชา” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” เป็นวันสำคัญของชาวพุทธเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย มีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดในวันมาฆบูชาตามพุทธประวัติ ได้แก่ ตรงกับวันเพ็ญเดือน 3, พระภิกษุทั้ง 1,250 องค์นั้น ได้มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย, พระภิกษุเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ทรงอภิญญา 6
พระภิกษุเหล่านั้นไม่ได้ปลงผมด้วยมีดโกน เพราะพระพุทธเจ้าประทาน “เอหิภิกขุอุปสัมปทาน” ด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังได้แสดง “โอวาทปาติโมกข์” ด้วย

“โอวาทปาติโมกข์” คืออะไร?

เมื่อพระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นมหาสังฆสันนิบาตอันประกอบไปด้วยเหตุอัศจรรย์ดังกล่าว จึงทรงเห็นเป็นโอกาสอันสมควรที่จะแสดง “โอวาทปาติโมกข์” อันเป็นหลักคำสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่ที่ประชุมพระสงฆ์เหล่านั้น

เพื่อวางจุดหมาย หลักการ และวิธีการ ในการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแก่พระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททั้งหลาย พระพุทธองค์จึงทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ท่ามกลางมหาสังฆสันนิบาตนั้น มีใจความดังนี้

  • พระนิพพาน : พระพุทธพจน์คาถาแรกทรงกล่าวถึง พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมายหรืออุดมการณ์อันสูงสุดของบรรพชิตและพุทธบริษัท อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ดังพระบาลีว่า “นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา”
  • พระพุทธพจน์คาถาที่สองทรงกล่าวถึง “วิธีการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาแก่พุทธบริษัททั้งปวงโดยย่อ” คือ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญแต่ความดี และการทำจิตของตนให้ผ่องใสเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง ส่วนนี้เองของโอวาทปาฏิโมกข์ที่พุทธศาสนิกชนมักท่องจำกันไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งคาถาในสามคาถากึ่งของโอวาทปาฏิโมกข์เท่านั้น
  • ส่วนพระพุทธพจน์คาถาสุดท้าย ทรงกล่าวถึง หลักการปฏิบัติของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระศาสนา 6 ประการ คือ การไม่กล่าวร้ายใคร, การไม่ทำร้ายใคร , การมีความสำรวมในปาติโมกข์ทั้งหลาย, การเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร ,การรู้จักที่นั่งนอนอันสงัด และบำเพ็ญเพียรในอธิจิต

กล่าวคือ โอวาทปาติโมกข์ เป็นหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา เป็น “ปาติโมกข์” ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงตลอดปฐมโพธิกาล คือ 20 พรรษาแรก เฉพาะครั้งแรกในวันเพ็ญเดือนมาฆะ (เดือน 3) หลังจากตรัสรู้แล้ว 9 เดือน เป็นการแสดงปาติโมกข์ที่ประกอบด้วยองค์ 4 เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต ซึ่งมีเพียงครั้งเดียวในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งๆ หรือจะเรียกว่าเป็นการประกาศตั้งศาสนาก็ได้

บทสวดโอวาทปาฏิโมกข์

นำ (หันทะ มะยัง โอวาทะปาติโมกขะคาถาโย ภะณามะ เส)

สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง, การไม่ทำบาปทั้งปวง

กุสะลัสสูปะสัมปะทา, การทำกุศลให้ถึงพร้อม,

สะจิตตะปะริ โยทะปะนัง, การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ,

เอตัง พุทธานะสาสะนัง, ธรรม ๓ อย่างนี้ เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย,

ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา, ขันติ คือความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง,

นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา, ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง,

นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี, ผู้กำจัดสัตว์อื่นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย,

สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต, ผู้ทำลายสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย,

อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต, การไม่พูดร้าย, การไม่ทำร้าย,

ปาติโมกเข จะ สังวะโร, การสำรวมในปาติโมกข์,

มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง, ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค,

ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง, การนอน การนั่ง ในที่อันสงัด,

อะธิจิตเต จะ อาโยโค, ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง,

เอตัง พุทธานะสาสะนัง, ธรรม ๖ อย่างนี้ เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย,

ปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ

นำ (หันทะ มะยัง ปัจฉิมะพุทโธวาทะปาฐัง ภะณามะ เส)

หันทะทานิ ภิกขะเว, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือน,

อามันตะยามิโว, ท่านทั้งหลายว่า

วะยะธัมมา สังขารา, สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา,

อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ, ท่านทั้งหลาย จงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด,

อะยัง ตะถาคะตัสสะ นี้เป็นพระวาจาในครั้งสุดท้าย ของพระ-

ปัจฉิมาวาจา. ตาถาคต.

ปัญจอภิณหปัจจเวขณปาฐะ

ชะราธัมโมมหิ, (อ่านว่า ธัม-โมม-หิ) เรามีความแก่เป็นธรรมดา,

ชะรัง อะนะตีโต (ตา) ล่วงความแก่ไปไม่ได้,

พะยาธิธัมโมมหิ, เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา,

พะยาธิง อะนะตีโต, (ตา) ล่วงความเจ็บไข้ไปไม่ได้,

มะระณะธัมโมมหิ, เรามีความตายเป็นธรรมดา,

มะระณัง อะนะตีโต (ตา), ล่วงความตายไปไม่ได้,

สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ, เราละเว้นเป็นต่าง ๆ คือว่า พลัดพราก

นานาภาโว วินาภาโว, ของรัก ของเจริญใจทั้งหลายทั้งปวง,

กัมมัสสะโกมหิ, เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของ ๆ ตน,

กัมมะทายาโท, เป็นผู้รับผลของกรรม,

กัมมะโยนี, เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด,

กัมมะพันธุ, เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์,

กัมมะปะฏิสะระโณ, เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย,

ยัง กัมมัง กะริสสามิ, จักทำกรรมอันใดไว้,

กัลยาณัง วา ปาปะกังวา, ดีหรือชั่ว,

ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสานิ, จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น,

เอวัง อัมเหหิ อะภิณหัง, เราทั้งหลายพึงพิจารณาเนือง ๆ

ปัจจะเวกขิตัพพัง. อย่างนี้แล

บทความแนะนำ

เริ่มแล้ว ขายหน้ากากอนามัย ที่ทำเนียบ ชิ้นละ 2.50 บาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • จุดจำหน่ายอยู่หน้าประตู 6 ทำเนียบรัฐบาล และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล
  • การจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่ทำเนียบจะมี 15 วัน วันละ 20,000 ชิ้น
  • การซื้อครั้งนี้ไม่จำกัดจำนวนชิ้นต่อคน

หลังจากกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม หลังจากพบว่าสินค้าดังกล่าวขาดแคลน หาซื้อไม่ได้ ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาคนซื้อปริมาณเยอะเกินความจำเป็น และเพื่อให้สินค้าเพียงพอต่อความต้องจึงการจึงจำกัดการซื้อ 10 ชิ้นต่อคน

ก่อนที่เวลาต่อมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมจะจัดจำหน่ายหน้ากากอนามัยราคาถูกตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อได้อย่างทั่วถึง และจะกระจายไปยังทุกอำเภอทั่วประเทศผ่านร้านธงฟ้าที่มีอยู่ทั่วประเทศนั้น

ในวันนี้ (7 ก.พ.) เวลา 10.00 น. รัฐบาลได้เปิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยราคาถูกให้แก่ประชาชนที่สนใจแล้ว โดยจำหน่ายในราคาชิ้นละ 2.50 บาท เป็นเวลา 15 วัน ที่บริเวณหน้าประตู 6 ทำเนียบรัฐบาลบริเวณ (เวิ้งตรงน้ำพุ) เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก และที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งทั้ง 2 จุดจะมีหน้ากากอนามัยรองรับการจำหน่ายจุดละ 10,000 ชิ้น ทั้งนี้ไม่มีการจำกัดจำนวนชิ้นที่ซื้อต่อคนแต่อย่างใด

สำหรับการกระทำความผิดขายสินค้าควบคุมเกินราคาที่เหมาะสม หรือปฏิเสธการขาย ให้แจ้งกรมการค้าภายในที่เบอร์ 1569 กรมการค้าภายในจะดำเนินคดี โดยโทษสูงสุด คือ จำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ