“ปิยบุตร” ไม่เห็นด้วย ศาล รธน. ไม่เปิดไต่สวนคดีเงินกู้พรรค

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพราะไม่ได้เปิดโอกาสให้พรรคชี้แจง
  • ยันกรรมการบริหารพรรคไม่ลาออกเพื่อหนียุบพรรค

ที่อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในคดีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ โดยจะไม่เปิดให้มีการไต่สวนตามคำร้องของพรรคอนาคตใหม่ ว่า

ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเมื่อวานนี้ (5 ก.พ.) ไม่อนุญาตให้มีการไต่สวนพยานในคดีที่พรรคอนาคตใหม่กู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และให้ส่งเอกสารบันทึกถ้อยคำพยานบุคคล 17 รายแทน

พวกเราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ เนื่องจากในกรณีนี้ ความปรากฎขึ้นมาแล้วว่า มีเอกสารของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลุดออกมา ยืนยันว่า กกต. ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

และระเบียบของ กกต.เอง เนื่องจาก กกต.ได้ส่งเรื่องไปที่อนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนถึง 2 คณะ และมีการยกคำร้องทั้ง 2 คณะ ตามกฎหมายเรื่องต้องยุติลงทันที แต่ กกต.กลับยังเดินหน้ากระบวนพิจารณาต่อไป

ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวน เพื่อพรรคจะได้ต่อสู้คดีหลังถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ กกต.ยังอ้างฐานความผิด คือการได้เงินมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อขอให้มีการยุบพรรค ทั้งๆ ที่ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ไม่เคยเปิดโอกาสให้พรรคได้ต่อสู้คดี

แต่อย่างไร เราตั้งใจว่า จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดกระบวนการไต่สวน เพื่อให้มีการเรียกเอาเอกสารชิ้นนี้ออกมาจาก กกต.และนำมาพิสูจน์กันในศาล ซึ่ง กกต.ก็ยังไม่ยอมรับชัดแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่

ไม่เคยบอกว่ากระบวนพิจารณาทำอย่างไร มีการข้ามขั้นตอนหรือไม่ เราจึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดกระบวนการไต่สวน แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดโอกาสนี้ไป

นายปิยบุตร กล่าวต่ออีกว่า ในพยานบุคคล 17 รายที่พรรคอนาคตใหม่ขอให้มีการไต่สวนนั้น หลายรายเป็นเจ้าหน้าที่ของ กกต.เอง ที่มีความเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิด สามารถกู้เงินได้

หลายรายเป็นเจ้าหน้าที่ กกต.ที่ยกคำร้องว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิด เราจึงต้องการให้พยานบุคคลเหล่านี้มาให้การในศาล จึงเป็นที่น่าเสียดายที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่เปิดโอกาสให้มีการสู้กันในศาล

สงสัยทำไม ? กำหนดการวันตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ ถึงต้องเกิดขึ้นก่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายปิยบุตร กล่าวว่า นอกจากนี้ หากดูตามจังหวะเวลาแล้ว จะเห็นได้ว่าเมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรมีดำรินัดพรรคร่วมฝ่ายค้านกับพรรคร่วมรัฐบาลมาตกลงกันว่าเราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเริ่มต้นในวันไหน

พรรคฝ่ายค้านเสนอไปว่าให้เริ่มวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ในช่วงบ่ายฝ่ายรัฐบาลตอบกลับมาว่าพร้อม ทำให้การกำหนดวันอภิปรายมีความชัดเจนแล้วว่าจะเริ่มต้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ แต่ในเวลาช่วงเย็นวันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญก็มีจดหมายข่าวออกมา

ซึ่งตารางเวลาที่ตนพูดมาทั้งหมดนี้ ทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมากวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานาว่า พรรคอนาคตใหม่มีโอกาสถูกยุบก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่มีชื่อพรรคอนาคตใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร

จะทำให้ ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้ ส.ส.บางส่วนย้ายไปสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ทำให้เสียงพรรคร่วมฝ่ายค้านหายไป ทำให้สภาวะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำหมดไป จะทำให้รัฐมนตรีทั้ง 6 รอดไปได้

“ภาพยนตร์ที่ชื่อยุบพรรคดำเนินการมาหลายครั้งในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการใช้การยุบพรรคเพื่อต้องการดึง ส.ส. ตัดสินแกนนำไม่ให้มีบทบาททางการเมือง ทำลายอุดการณ์ความคิดของพรรค

และวัตถุประสงค์ใหม่ล่าสุดอีกข้อหนึ่ง คือต้องการให้เราไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อเรารู้ว่าวัตถุประสงค์เป็นเช่นนี้ วิธีการที่ดีที่่สุดคือทำให้วัตถุประสงค์เหล่านี้ไม่สำเร็จให้ได้”

นายปิยบุตร กล่าว

ธนาธร เล็งอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรีนอกสภา หากพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินยุบพรรค

นายปิยบุตร กล่าวว่า เรายังคงเชื่อมั่นในความยุติธรรม พวกเราพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าจะทำให้วัตถุประสงค์ของการยุบพรรคในครั้งนี้ไม่สำเร็จให้จงได้ เรามั่นใจว่า ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่จะได้อภิปรายไม่ไว้เป็นครั้งแรก และแม้ว่าพรรคจะถูกยุบ ส.ส.ของพรรคก็จะคงเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรีอย่างเอางานเอาการแข็งขันต่อไป

การอภิปรายครั้งนี้พรรคอนาคตใหม่ได้เตรียมข้อมูลที่ไม่เคยปรากฎในสื่อใดมาก่อน มีประเด็นที่หนักและชี้ขาดสำคัญ ที่จะทำให้รัฐบาลเสียความชธรรมโดยสิ้นเชิง เราขอยืนยันว่าแม้จะยุบพรรคหรือไม่ เราจะนำเรื่องนี้มาอภิปรายในสภาอย่างแน่นอน

และถ้าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริงๆ นายธนาธรและตนจะเดินสายอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คนนอกสภา เพื่อประสานกับเพื่อน ส.ส.ของเราในสภาต่อไป

ยันกรรมการพรรคไม่ลาออก ก่อนการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายแล้วจะมีการให้กรรมการบริหารพรรคลาออกจาก ส.ส.เพื่อป้องกันการเสียที่นั่งในสภาหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนยังคงยืนยันเช่นเดียวกับคดีก่อนหน้านี้ เรามั่นใจว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบ

การให้กรรมการบริหารลาออกจาก ส.ส.เพื่อดัน ส.ส.อื่นให้ขึ้นมาแทน แสดงให้เห็นถึงการยอมจำนนต่อความอยุติธรรม เราจะไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรม เราจะต่อสู้จนถึงที่สุด

“ถ้าไม่ได้เป็น ส.ส.เราก็ทำงานการเมืองต่อไป ถ้าเราหยุดก็เท่ากับเรากำลังเข้าทางผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องยุบพรรคนี้ แต่เรายืนยันว่าเราไม่หยุด เรายังคงมั่นใจในเพื่อน ส.ส.เราว่าเดินหน้าสู้ต่อแน่นอน

และพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่เป็นแค่ร่างกายในรูปของพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เรากำลังทำให้พรรคอนาคตใหม่เป็นจิตวิญญาณ เป็นอุดมการณ์ เป็นความคิดด้วย แม้ร่างกายจะตายไป แต่จิตวิญญาณ อุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่จะยังคงอยู่ต่อไป” นายปิยบุตรกล่าว

ร่วมด้วยช่วยกัน หมอทหารบกลงพื้นแจกหน้ากากอนามัย คนกรุง ป้องฝุ่น-ไวรัสโคโรนา

ประเด็นน่าสนใจ

  • พื้นที่นำแจกคือพื้นที่ประชาชนสัญจรหนาแน่น เช่น สถานีรถไฟฟ้า ตลาด และสถานีขนส่ง
  • เวลา 7 ก.พ 63 โรงเรียน สวนมิสกวัน, BTS พญาไท, สะพานควาย,มาบุญครอง,ประตูน้ำ, สวนสันติภาพ

ที่ย่านประตูน้ำ หมอทหารบกลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยป้องกันโรค ให้กับประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ด้วยความห่วงใยจาก นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อสุขภาพของประชาชน

ในช่วงสถานการณ์การระบาดของ ” โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ” และวิกฤตฝุน PM 2.5 หลังบัญชาให้เหล่าทัพ ช่วยดูแลประชาชน โดยให้หน่วยแพทย์ทหารทุกเหล่าทัพดำเนินการรณรงค์ให้คำแนะนำ รวมทั้งแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพบก พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้ กรมแพทย์ทหารบก จัดชุดแพทย์รณรงค์ป้องกัน ให้คำแนะนำ และแจกหน้ากากอนามัย จำนวน 45,000 ชิ้น และจะแจกหน้ากาก 2,500 ชิ้นต่อจุด

กระจายแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร ทุกวัน ระหว่าง 6-7-8 กุมภาพันธ์ 2563 ในพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรหนาแน่น อาทิ สถานีรถไฟฟ้า ตลาด สถานีขนส่ง เป็นต้น

รวมทั้งการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโคโรนาไวรัสรวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ด้วย สำหรับกำหนดการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยของกรมแพทย์ทหารบกมีดังนี้

  • วันที่ 6 ก.พ .63 ช่วงเช้า 07.00 – 09.00 น. : 1. อนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ 2. BTS อนุสาวรีย์ 3. โรงเรียนสันติราษฎร์ ช่วงบ่าย 15.00 – 17.00 น : 1. ประตูน้ำ 2. BTS อารีย์ 3. สีลม
  • วันศุกร์ที่ 7 ก.พ 63 ช่วงเช้า 07.00 – 09.00 น. : 1. โรงเรียน สวนมิสกวัน 2. BTS พญาไท 3. สะพานควาย ช่วงบ่าย 15.00 -17.00 น. : 1. มาบุญครอง 2. ประตูน้ำ 3. สวนสันติภาพ
  • วันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 63 ช่วงเช้า 08.00 -10.00 น. : 1. เซ็นทรัลลาดพร้าว 2. ตลาดนัดจตุจักร 3. ตลาดราชวัตร ช่วงบ่าย 15.00 -17.00 น. : 1. เซ็นทรัลเวิลด์ 2. สยามสแควร์ 3. ตลาดศรีย่าน

อย่างไรก็ตามหน่วยสายแพทย์กองทัพบกทั่วประเทศ ยังคงลงพื้นที่ดูแลทั้งกำลังพล และประชาชน โดยเน้นย้ำกรดูแลตนเองในสถานการณ์ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 และเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา

ปตท.-บางจากลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 30 สต. มีผลตีห้า 7 ก.พ.

ประเด็นน่าสนใจ

  • การปรับราน้ำมันใหม่ทำให้ ดีเซล ลิตรละ 25.69
  • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 25.35 บาท และ แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 25.08 บาท

บมจ.ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก (PTTOR) ในกลุ่มบมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 30 สต. เว้น E85 ลง 15 สต. ให้มีผล 7 ก.พ. 2563 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

ซึ่งจากการปรับลดราคาดังกล่าว ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ปรับเป็นดังนี้

  • เบนซิน (เฉพาะ ปตท.) ลิตรละ 32.76 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 25.35 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 25.08 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 22.34 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 18.89 บาท
  • ดีเซลพรีเมียม ลิตรละ 29.54 บาท
  • ดีเซล ลิตรละ 25.69
  • ดีเซล B10 ลิตรละ 23.69 บาท
  • ดีเซล B20 ลิตรละ 22.69 บาท

ทั้งนี้ราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น