พยากรณ์อากาศวันนี้ 7 ก.พ. 63 : ตอนบนของประเทศยังหนาว กทม.มีฝุ่นสะสม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยอดดอยและยอดภู ต่ำสุด 4-15 องศาเซลเซียส
  • ภาคกลาง-ใต้ มีฝนบางแห่ง
  • แนะปชช. ระวังสุขภาพกับอากาศแปรปวน คนกรุงควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน หลังฝุ่นยังคงหนาแน่น

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการเผยแพร่รายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 7 ก.พ. 2563 โดยพยากรณ์อากาศ ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า

โดยยอดดอย และยอดภู มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-15 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขณะที่ กทม. และปริมณฑล มีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่เท่านั้น และฝุ่นละออง หมอกควันยังคงมีสะสม

สำหรับพยากรณ์อากาศ ประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ มีดังนี้

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ ทางตอนบนของภาค อากาศหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาค อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า

อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-10 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดขลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา

ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

เผยความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวที่บางสะพาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • 18.30 น.วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • ประชาชนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน แต่ไม่มีรายงานเสียหาย
  • คาดเกิดจากรอยเลื่อนเคลื่อนตัว

จากเหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ลึก 3 กิโลเมตร ที่บริเวณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน แต่ไม่มีรายงานความเสีย หรือผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น

ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน ได้ออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีจุดศูนย์กลาง อยู่ที่ อ.บางสะพาน

ซึ่งหลังจากได้รับรายงานตนจึง ประสานทางผู้นำท้องถิ่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 7 ตำบล ให้เข้าไปสำรวจความเสียหาย และแจ้งให้ประชาชนระมีดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ส่วนสาเหตุนั้น คาดว่าเกิดจากรอยเลื่อนระนองได้ขยับเคลื่อนตัว

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนนั้น เมื่อหลายปี 2549 เคยเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ อ.สามร้อยยอด จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาแล้ว ซึ่งแรงสั่นสะเทือนขณะนั้นสะเทือนถึงเขตเทศบาลบ้านกรูด ทำให้ผนังบ้านร้าว บ้านเรือนบางส่วนเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่กระทบโครงสร้างหลัก 

ส่วนสาเหตุครั้งนั้นคาดว่า เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนตะนาวศรี ที่วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 40 กม. และไม่มีการเตือนสึนามิ เพราะเกิดขึ้นบนบก

คมนาคม ผุดไอเดียติดเครื่องฟอกอากาศบนรถเมล์ ด้าน อ.เจษฯ ไม่เห็นด้วย

ประเด็นน่าสนใจ

  • คมนาคมคิดแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศบนหลังคารถเมล์
  • โดยใช้หลักการเคลื่อนที่ของรถ เพื่อนำอากาศเข้ามาในท่อ และมีไส้กรองอากาศ
  • ด้าน อ.เจษฯ ไม่เห็นด้วย เพราะเหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำใช้ไม่ได้จริง
  • ชี้หากอยากแก้ปัญหาจริง ควรเปลี่ยนหันมาใช้รถไฟฟ้าแทน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในการจัดทำเครื่องฟอกอากาศเคลื่อนที่ ซึ่งจะติดบนหลังคารถ

โดยจะเริ่มติดตั้งกับรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ นำร่องเส้นทางละ 3 คัน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 129 เส้นทาง ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมแล้วประมาณ 387 คัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

สำหรับเครื่องฟอกอากาศเคลื่อนที่ จะใช้หลักการเคลื่อนที่ของรถเพื่อนำอากาศเข้ามาในท่อ และมีไส้กรองอากาศ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะเริ่มทดลองให้รถเมล์ ขสมก.ติดตั้งบนหลังคา ในการทดสอบค่าของอากาศว่าเครื่องดังกล่าวสามารถฟอกได้ตามทฤษฎีหรือไม่ เพื่อเป็นต้นแบบที่จะใช้กับรถคันอื่นๆ ต่อไป และขยายผลไปในพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไปด้วย

ทั้งนี้ จากการทดสอบแบบจำลองสถานการณ์ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าหากรถวิ่งด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะฟอกอากาศได้ 2 หมื่นคิวต่อ 1 ชั่วโมง ต่อ 1 คัน ซึ่งคนปกติจะใช้อากาศบริสุทธิ์หายใจประมาณ 0.5 คิวต่อชั่วโมง ซึ่งรถเมล์ 1 คัน หากวิ่ง 1 ชั่วโมง อากาศบริสุทธิ์จะรองรับคนได้ 40,000 คน

ทั้งนี้หลังจากข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะเป็นเหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สิ้นเปลืองงบประมาณ และหากจะแก้ไขปัญหาฝุ่งพิษจริง ก็ควรเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าแทน

ไปกันใหญ่แล้วครับ มีการเด้งรับไอเดียกันด้วย … ทำเครื่องฟอกอากาศในสภาพพื้นที่เปิด แบบบนหลังคารถเมล์อย่างนั้น มันตำน้ำพริกละลายแม่น้ำชัดๆ นอกจากจะเปลืองงบประมาณแล้ว ยังแสดงถึงความเขลาทางวิชาการด้วยนะครับ

เอาเครื่องฟอกอากาศที่คิดจะไปติดบนหลังคารถเมล์นั้น ลงมาติดในห้องผู้โดยสารของพวกรถเมล์ปรับอากาศ (ที่เวลาส่วนใหญ่จะปิดประตูไว้ ทำให้เหมือนกับเป็นสภาพพื้นที่ปิด) ยังจะมีประโยชน์มากกว่ามากครับ

และถ้าผู้บริหารทางกระทรวงคมนาคมและ ขสมก. มีวิสัยทัศน์ มีกึ๋นจริง ก็ควรจะต้องมีแผนการเปลี่ยนรถเครื่องยนต์สันดาปดีเซลทั้งหมด ให้กลายเป็นรถเมล์ไฟฟ้าได้แล้วครับ นั่นคือทางออกเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน

อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์