กรมสรรพกร ยันไม่นำข้อมูล เราไม่ทิ้งกัน มาตรวจสอบภาษี

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยเพราะมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว
  • ขอผู้ลงทะเบียนอย่ากังวลใจจากกระแสข่าวดังกล่าว

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีกระแสข่าวออกมาว่า กรมสรรพากรจะนำข้อมูล ของผู้ลงทะเบียนเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ไปใช้ในการตรวจสอบย้อนหลังของกลุ่มผู้มีอาชีพอิสระนั้น

ทางนางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บ ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้ออกมาเปิดเผยว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง กรมสรรพากร ไม่มีมาตรการนำข้อมูลผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาโควิด-19 ผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com มาใช้ในการตรวจสอบภาษี

เพราะกรมสรรพากรมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว จึงขอให้ประชาชนอย่ากังวล และขอส่งกำลังใจให้คนไทยทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ไปได้ด้วยดี หากมีข้อมูลสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161 หรือที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ

ส่วนการช่วยเหลือประชาชนของกรมสรรพากร ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น กรมสรรพากรได้มีมาตรการภาษีเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 12 มาตรการ โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่น

ขยายเวลายื่นแบบเสียภาษีจาก วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2563 มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ในส่วนค่าตอบแทนพิเศษที่ได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขในปี 2563

สำหรับการปฏิบัติงาน เสี่ยงภัยเกี่ยวกับ COVID-19 เพื่อลดภาระภาษีและเพิ่มขวัญกำลังใจ และมาตรการเพิ่มวงเงินหักลดหย่อน ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ จากเดิมหักได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 25,000 บาท เป็นต้น

พยากรณ์อากาศวันนี้ 30 มี.ค.63 : เหนือ-กลาง-อีสานมีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงถึง 42 องศาฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ไทยตอนบนอากาศร้อนโดยทั่วไป
  • อีสาน-กลาง ระวังพายุฝนลมแรง
  • 1-4 เม.ย.จะเกิดพายุฤดูร้อนลมแรงแนะระวัง
  • กทม. ร้อนตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 39 องศาเซลเซียส

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 30 มีนาคม 2563 พบว่า ตอนบนของประเทศมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง อุณหภูมิสูงสุดแตะ 42 องศาเซลเซียล

ขณะเดียวกันช่วงวันที่ 1-4 เมษายน นี้ช่วงประเทศไทยตอนบนจะเกิดพายุฤดูร้อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่า ลูกเห็บตกเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อน และระวังอันตรายที่อาจเกิดจากพายุฤดูร้อนในช่วงดังกล่าวด้วย

ส่วนใต้ เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ขณะที่ กทม. อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 39 องศาเซลเซียส

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ 

อากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง 

อากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก 

อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) 

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) 

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 29/03/2563 | 12.00 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔺 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 143 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 1138-1388)

▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยัน กลับบ้าน 118 ราย
▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย ผู้ชาย อายุ 68 ปี อยู่จังหวัดนนทบุรี มีประวัติเชื่อมโยงในสนามมวย

🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 70 ราย)

▪️ สนามมวย 5 ราย
▪️ เกี่ยวข้องสถานบันเทิง “จำนวน 15 ราย”
▪️ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ “จำนวน 49 ราย”
▪️ เดินทางกลับจากงานบุญที่มาเลเซีย “จำนวน 1 ราย”

🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 43 ราย)

▪️ คนไทยเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง “จำนวน 16 ราย”
▪️ คนต่างชาติเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง “จำนวน 6 ราย”
▪️ ผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่แออัดใกล้ชิดคนจำนวนมากและเกี่ยวชาวต่างชาติ “จำนวน 6 ราย”
▪️ บคลากรทางการแพทย์ จำนวน 8 ราย
ติดจากผู้ป่วย จำนวน 6 ราย และอีก 2 รายไม่ได้ติดจากผู้ป่วยและยังคงสอบประวัติเพิ่มเติม
▪️ ไปสถานที่แออัด เช่น งานแฟร์ คอนเสิร์ต จำนวน 2 ราย
▪️ อื่นๆ จำนวน 5 ราย

🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 30 ราย)
แต่ยังอยู่ะในระหว่างสอบประวัติและการสอบสวนโรค

🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 229 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 1152 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 7 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 1388 ราย

📍 สรุปผู้ป่วยแต่ละจังหวัด (ทั้งหมด 59 จังหวัด)

▪️ อายุเฉลี่ย

  • อายุน้อยสุด 6 เดือน
  • อายุมากสุด 84 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 40 ปี

▪️ สัญชาติ

  • ไทย 1172 ราย
  • ต่างชาติ 216 ราย

▪️ เพศ

  • ชาย 61.1%
  • หญิง 38.9%
    .
    ▪️ อาการป่วย
  • มีอาการ 81.6%
  • ไม่มีอาการ 18.4%

▪️ พื้นที่ที่พบผู้ป่วย

  • กรุงเทพฯ 641 ราย
  • ปริมณฑล 135 ราย
  • 3 จังหวัดชายแดนใต้ 82 ราย
  • จังหวัดอื่นๆ 530 ราย

▪️ พื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

  • กรุงเทพฯปริมณฑล
  • ชลบุรี
  • ภูเก็ต
  • 4 จังหวัด ภาคใต้
  • สรแก้ว

📍 จังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วย

  • วิธีปฏิบัติการจัดการที่แตกต่างออกไป
  • สิ่งที่จังหวัดกลุ่มนี้ทำนั้นทำเหมือนกรุงเทพฯช่วงแรกๆ คือ เฝ้าระวัง กลุ่มที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงอย่างกรุงเทพฯ
  • ติดตามอาการกลุ่มคนเหล่านี้ให้ได้ 14 วัน

📍 จังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยน้อย 1-3 คน

  • กลุ่มผู้ป่วยที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น
  • ปฏิบัติวางแผน คือ พยายามตรวจจับกลุ่มคนเหล่านี้ให้เร็วที่สุด
  • เข้าไปสอบสวนโรค ควบคุมโรค ให้เร็วที่สุด
  • ยุทธศาสตร์ “ตรวจสอบคนนอกพื้นที่” เข้าไปในจังหวัดนั้นๆ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกรมควบคุมโรคในนาทีนี้ เพื่อที่จะทำให้มีจังหวัดที่ปลอดผู้ป่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งมีจังหวัดที่ปลอดผู้ป่วยมากเท่าไหร่ ยิ่งควบคุมโรคจังหวัดใกล้เคียงได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

📍 จังหวัดที่มีผู้ป่วยอยู่มาก (แต่ไม่ได้แพร่กระจายไปในวงกว้าง)
เช่น สุรินทร์ อุดรธานี กาญจนบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์

  • วิธีการดำเนินงานเหมือนกับกรุงเทพฯที่มีจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเหมือนกัน
  • เน้นหนักใน 2 เรื่องสำคัญ คือ เรื่องตรวจจับให้ได้โดยเร็วแล้วลงไปสอบสวนโรค
  • อีกเรื่องนึงที่ต้องเพิ่มขึ้นไป คือ เรื่องเว้นระยะห่างทางสังคม 1-2 เมตร ให้มากขึ้น
  • แต่สถานการณ์ยังดีกว่ากรุงเทพฯ