กทม. อนุโลมไม่ปิด ปากคลองตลาด -ตลาดนัด

ประเด็นน่าสนใจ

  • เหตุยังจำเป็นต่อวิถีชีวติของประชาชน
  • ขณะที่บรรยากาศเงียบเหงา มีผู้คนมาจับจ่ายไม่มากนัก

ที่ ปากคลองตลาด เขตพระนคร พ่อค้าแม่ค้าร้านขายดอกไม้ ได้เปิดขายดอกไม้ตามปกติ ท่ามกลางบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนเดินทางมาไม่มากนัก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยกรุงเทพมหานคร ยังคงอนุโลมให้ ตลาดและตลาดนัดสามารถขายดอกไม้เพิ่มเติมได้ เพราะดอกไม้ยังคงมีความจำเป็นในการใช้ พร้อมกับพิจารณาปิดสถานเพิ่มเติมอีก 5 สถานที่ ได้แก่ สนามแข่งขันทั้งคนและสัตว์ สนามเด็กเล่นทั้งสวนสาธารณะและในหมู่บ้าน สถานที่แสดงมหรสพและมีการละเล่นสาธารณะ รวมถึงพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเป็นต้น

ด้าน ร้อยตำรวจเอกพงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงมาตรการการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ว่า จากการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรุงเทพฯ ได้ออกคำสั่งใหม่ เป็นคำสั่งที่เปลี่ยนแปลงที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยมีจุดประสงค์ เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ออกโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ ได้พิจารณาอนุโลมสถานที่บางสถานที่ และให้ปิดเพิ่มในบางสถานที่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป ยกเว้นสถานรับเลี้ยงเด็ก ของรัฐ และเอกชน ยกเว้นในโรงพยาบาล ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม เป็นต้นไป

สำหรับสถานที่ที่มีคำสั่งปิดเพิ่ม 5 สถานที่ ประกอบด้วย 1.สนามแข่งขัน 2.สนามเด็กเล่น รวมทั้งในสาธารณะ และหมู่บ้าน 3.สถานที่แสดงมหรสพ หรือ สถานที่มีการแสดง การละเล่น สาธารณะ 4.พิพิธภัณฑ์ และ 5.ห้องสมุด

ตัวอย่างเช่น สนามแข่งขัน เช่น สนามแข่งขันนกพิราบ นกเขา ที่มีการประกวดเสียงให้มีการปิดทั้งหมด ส่วนสถานที่แสดงมหรสพ มีการแสดงหรือการละเล่น สาธารณะ เช่น ลานดนตรี หนังกลางแปลง รวมถึงโรงลิเก เป็นต้นและได้ขยายคำสั่งจากเดิมมีผลถึงวันที่ 12 เมษายนนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงให้มีผลถึงวันที่ 30 เมษายนนี้

ส่วนสถานที่ที่ควรปิดเพิ่มและอนุโลม โดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพฯ ได้พิจารณาสถานที่ที่ควรปิดเพิ่ม ประกอบด้วย

  1. ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรม และสถานที่รับจัดเลี้ยง ตัวอย่าง บ้านทรงไทยที่รับจัดเลี้ยงไม่ว่าในหรือนอกโรงแรม มีผลในวันนี้ (28 มี.ค.) แม้จะมีผลกระทบบ้าง เช่น ผู้ที่ต้องแต่งงา มีงานประชุมที่โรงแรม หรือสถานที่จัดเลี้ยง แต่เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจ เพราะหากเกิดความผิดพลาด จะไม่สามารถแก้คืนมาได้ หากเชื้อกระจายในวงกว้าง
  2. ร้านสนุ๊กเกอร์ ซึ่งในตอนแรกครอบคลุมอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติอาจมีผู้สับสน ว่าร้านสนุ๊กเกอร์เป็นสถานบริการหรือไม่ จึงได้ออกให้ชัดเจน ว่าต้องปิดทั้งหมด ให้มีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. หรือวันที่ 28 มีนาคมนี้
  3. สถานที่รับเลี้ยงเด็กของรัฐ เอกชน ยกเว้นในโรงพยาบาล โดยจะให้ปิดในวันที่ 31 มีนาคมนี้
  4. คลินิกเวชกรรม ที่เสริมความงาม ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพฯได้มีการออกการปิดสถานที่เสริมความงาม แต่ในทางปฏิบัติคลินิกเสริมความงาม มีใบจดทะเบียนเป็นสถานที่ประกอบเวชกรรม ดังนั้นเพื่อความชัดเจน จึงได้ออกประกาศสถานที่ที่ประกอบเวชกรรม เสริมความงามให้ปิด

อย่างไรก็ตามสถานที่ที่อนุโลมให้เปิดได้เพิ่มมี 3 สถานที่หลัก

1.สถานที่ที่จัดให้รับประทานอาหารของโรงพยาบาล โดยให้นั่งทานได้ แต่ต้องทำตามที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอย่างเคร่งครัด คือ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล

2.ตลาดและตลาดนัด อนุญาตให้ขายดอกไม้เพิ่มเติมได้ เพราะดอกไม้จำเป็นในการใช้ ล3.หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจในห้างสรรพสินค้า เช่น ไปรษณีย์ในห้าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในห้าง

เรื่องดีๆ ในยามวิกฤติ เต่ามะเฟือง ที่หาดท้ายเหมืองฝักเป็นตัวแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • เต่ามะเฟืองที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง โผล่จากไข่เป็นตัวแล้ว
  • รวม 75 ตัวจากไข่ 105 ฟอง

วันนี้ (28 มี.ค.) เพจ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โพสต์ภาพการฟักไข่ของลูกเต่ามะเฟือง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง พร้อมข้อความระบุว่า

“มหกรรมเต่าโผล่ ดีใจมากท่ามกลางสถานการณ์โควิด” กรม ทช. ขอสรุปรายงานสถานการณ์การฟักไข่ของเต่ามะเฟือง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ในช่วงวันที่ 26-28 มีนาคม 2563 รวมแล้วในหลุมไข่บริเวณหาดท้ายเหมือง หน้าที่ทำการอุทยานฯ จ.พังงา พบลูกเต่ามะเฟืองฟักออกจากไข่ รวม 75 ตัวจากไข่ 105 ฟอง

ซึ่งลูกเต่าชุดนี้ใช้เวลาฟักต่อเนื่องรวมกันถึง 3 วัน ทยอยฟักออกจากไข่ ในวันแรก (วันที่ 26 มีนาคม 2563) 26 ตัว เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดทรายดู ยังพบว่ามีลูกเต่ากำลังฟัก จึงกลบทรายไว้ ต่อมาวันที่สอง (27 มีนาคม 2563) ฟักออกมาอีก 47 ตัว

และล่าสุดเช้าวันนี้ (28 มีนาคม 2563) ฟักออกมาเพิ่มอีก 2 ตัว รวมแล้วรังนี้มีลูกเต่ามะเฟืองฟักออกจากไข่และเดินกลับสู่ทะเล 75 ตัว ใช้ระยะเวลาในการเพาะฟัก 55-57 วัน และยังมีไข่ที่เหลืออีก 30 ฟอง เจ้าหน้าที่จะเฝ้ารอต่ออีก 2 วัน เผื่อยังมีลูกเต่าที่หลงเหลือในชุดต่อไปฟักออกมาอีก

สำหรับหลุมไข่ที่รอการฟักยังมีอีก 3 รัง เรียงลำดับดังนี้

  1. หาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต
  2. หาดบ่อดาน จ.พังงา
  3. หาดเกาะคอเขา จ.พังงา

ซึ่งจะทยอยฟักต่อเนื่อง และจะฟักครบถ้วนไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนนี้ สามารถติดตามข้อมูลการขึ้นวางไข่และฟักไข่ของ เต่ามะเฟืองได้ที่ https://km.dmcr.go.th/th/c_258/d_19178

รมว.คลัง เตือนระวัง แก๊งต้มตุ๋นลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • มิจฉาชีพกลุ่มนี้จะทำการในลักษณะอำนวยความสะดวกปชช.ลงทะเบียนด้วยการให้แจ้งหมายเลขบัญชี
  • ขู่เอาผิดถึงที่สุดหากจับได้

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (28 มี.ค.) ดร.อุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้โพสต์เตือนภัยผ่านเพจส่วนตัว ให้ระวังแก๊งต้มตุ๋นลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาท โดยระบุว่า

กระทรวงการคลัง ได้รับรายงานว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม พยายามแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ถูกต้องผ่านโซเชียลมีเดีย จากมาตรการช่วยเหลือยาวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวน 5,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้พยายามชักจูงให้ประชาชนบอกหมายเลขบัญชี โดยอ้างว่าจะรับลงทะเบียนให้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับความสะดวก รวมทั้งขอค่าตอบแทนบางส่วนจากเงินที่ได้รับจากมาตรการช่วยเหลือนี้

ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อผู้ที่หาผลประโยชน์โดยไม่ถูกต้องเหล่านั้น เพราะท่านจะมีความเสี่ยงได้รับความเสียหายทางการเงินตามมา ขณะเดียวกันขอวิงวอนให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว หยุดดำเนินการเอาเปรียบประชาชนทันที

กระทรวงการคลังได้แจ้งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกรณีข้างต้นแล้ว และพร้อมจะดำเนินตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพราะถือเป็นการเอาเปรียบและซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนอย่างหนักอยู่แล้ว