พยากรณ์อากาศวันนี้ 26 มี.ค.63:ไทยตอนบนอากาศร้อน เหนือ-กลาง อุณหภูมิแตะ 41 องศา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขอให้ ปชช. ระวังสุขภาพจากสภาวะอากาศร้อน-ร้อนจัด ไว้ด้วย
  • ภาคอีสานและภาคตะวันออกจะมีฝนฟ้าคะนอง
  • กทม.ร้อนตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 39 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 26 มีนาคม 2563 พบว่า ไทยตอนบนมีอากาศร้อน ร้อนจัดในบางพื้นที่ โโยเฉพาะภาคเหนือ และภาคกลางที่มีอุณหภูมิสูงสุด 41 องศาเซลเซียล

ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนอง จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด และฝนฟ้าคะนองในช่วงนี้ไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ มีเมฆบางส่วนกับมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ ด้าน กทม. อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 39 องศาฯ ขณะที่สถานการณ์ฝุ่นควันลดลงทั้งใน กทม. และตอนบนของประเทศ

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และอำนาจเจริญ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ผบ.ทบ. สั่งเคอร์ฟิวทหาร หลังรบ. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ป้องโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการนี้เพื่อปกป้องกำลังพล และครอบครัวให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ห้ามออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น และต้องกลับเข้าบ้านพักเกิน 21.00 น.
  • งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการ

วันนี้ (25 มี.ค.) พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีคำสั่งการถึงกำลังพลกองทัพบก ว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ของรัฐบาล

ในส่วนของกองทัพบกมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์ และยุทโธปกรณ์ทุกประเภทสนับสนุนรัฐบาล และศอฉ. ของรัฐบาล แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 การเตรียมความพร้อมในเรื่องกำลังพลจึงมีความสำคัญสูงสุดในห้วงเวลานี้

ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมพิทักษ์ และปกป้องกำลังพล และครอบครัวของกองทัพบกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอสั่งการให้ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยมีผลการบังคับใช้กับกำลังพลในสังกัดกองทัพบกทุกนาย ดังนี้

  1. กำลังพลที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัยโดยเด็ดขาด ยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป

    และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการโรคระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ห้ามกลับเข้าบ้านพักของทางราชการเกินเวลา 21.00 น.

    หากมีความจำเป็นให้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเป็นรายบุคคลส่วนกำลังพลที่มีบ้านพักอาศัยส่วนตัวอยู่นอกหน่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการติดตาม และเฝ้าระวังให้แจ้งที่อยู่บ้านพักและช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา

    ส่วนหน่วยที่มีการฝึกร่วมกับมิตรประเทศในที่ตั้งให้ดำเนินการตามมาตรการนี้เช่นเดียวกัน ยกเว้นการฝึกนอกที่ตั้งให้ปฏิบัติตามตารางการฝึกและคำสั่งของกองทัพบก เรื่องมาตรการควบคุมโรคระบาด

    2. การเดินทางออกนอกพื้นที่กทม. หรือจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งให้กระทำได้ในเฉพาะกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง เช่น การเดินทางไปราชการ การสับเปลี่ยนกำลังของหน่วย

    หากไม่มีคำสั่งให้กำลังพลทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. ถึงวันที่ 22 เม.ย. 2563 ยกเว้นการลากิจที่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินให้รายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเองและผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน และอนุมัติอย่างรวดเร็ว

    3. ให้ผู้บังคับหน่วยหน่วยปรับปรุงอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โรงยิมใต้ถุนกองร้อย สโมสรของหน่วยเพื่อลดความแออัดของกำลังพล และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับกำลังพล และเพื่อกักบริเวณในการระวังผู้ที่กลับจากการลาพัก

    4. ให้หน่วยปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติประจำวัน เพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำขอให้หน่วยรักษาวินัยในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เช่น การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร มีอุปกรณ์ ภาชนะ กระติกน้ำดื่มส่วนตัว

    การกระจายที่นั่ง แบ่งผลัดรับประทานอาหารการออกกำลังกายกลางแจ้งกลางแดด กิจกรรมใดที่ต้องรวมพลพร้อมกันจำนวนมาก ให้พิจารณาแบ่งการปฏิบัติเป็นผลัดเพื่อลดความแออัด

    5.งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการ เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค จัดให้มีการเยี่ยมญาติสามารถปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการการระวังป้องกันโรคระบาด

    เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล ส่วนพลทหารฯ และกำลังพลทุกระดับที่ได้ลาพักไปแล้วเมื่อกลับมาขอให้หน่วยได้จัดสถานที่ให้อยู่ต่างหาก และกันตัวเองออกจากกำลังพลส่วนใหญ่เป็นเวลา 14วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ หากพบอาการป่วยให้ส่งตรวจรักษาทันที

    6.ให้ทุกหน่วยพิจารณาจำกัดทางเข้า – ออกของหน่วย ส่วนกองร้อยกองรักษาการณ์ทุกหน่วยให้แปรสภาพเป็นเจ้าหน้าที่คัดกรองเฝ้าระวังบุคคลเข้าหน่วย โดยจัดหาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือตามจุดเข้า – ออก โดยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่กองรักษาการณ์ให้ใส่หน้ากากทุกนาย และบันทึกการเข้า-ออกอย่างเคร่งครัด

    7. ผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับกองพัน จะต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด และอยู่กับหน่วย ยกเว้นหน่วยในสนาม โดยมีผู้บังคับการกรม และผู้บัญชาการกองพล หรือเทียบเท่าเป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง หากไม่กำกับการปฏิบัติหรือได้รับการรายงานถือว่าขัดคำสั่ง จะมีผลในการปรับย้ายทันที

    ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล และครอบครัวของกองทัพบก ผู้บังคับหน่วยทุกนายจะต้องทุ่มเทเสียสละดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะพลทหาร ซึ่งกำลังพลถึง 120,000 นาย ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามคำสั่งทั้ง 7 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 23 เม.ย. 2563

ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า หากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจทั่วโลก ตนมีความห่วงใยต่อพลทหารกองประจำการที่กำลังจะปลดประจำการสิ้นเดือน เม.ย.2563 จึงขอเสนอทางเลือกให้สมัครเป็นทหารกองประจำการต่อ โดยกองทัพบกจะพิจารณาโอกาสให้เป็นนักเรียนนายสิบ

ทั้งนี้ กองทัพบก มีกำลังพลที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 5 นาย กำลังพลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงและอยู่ระหว่างการกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 238 นาย

ทั้งนี้กำลังพลของกองทัพบกดังกล่าวได้ให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่บ้านตามมาตรการของรัฐบาล และกองทัพบกได้มีระบบการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ติดเชื้อโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • พระอาการเบื้องต้นยังไม่รุนแรง และยังมีสุขภาพดี
  • เบื้องต้นพระองค์ทรงกักตัวเองอยู่ในวังที่ในสกอตแลนด์ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลและแพทย์

วันนี้ (25 มี.ค.63) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายข่าวว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ พระชนมายุ 71 พรรษา ทรงได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 หลังผลการตรวจหาเชื้อออกมาเป็นบวก

สำนักพระราชวังแคลเรนซ์เฮาส์ ยืนยันว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงแสดงอาการไม่รุนแรง และยังมีสุขภาพดี ทั้งนี้ไม่สามารถทราบได้ว่าพระองค์ทรงได้รับเชื้อจากใคร เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามปกติ

ขณะที่ผลการตรวจวินิจฉัยของพระชายาคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ ยังไม่พบว่าทรงติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 พระองค์ทรงกักตัวเองอยู่ในวังที่ประทับในสกอตแลนด์ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลและแพทย์