ภูเก็ต นำร่องประกาศเคอร์ฟิว จังหวัดแรก ห้ามออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 17.00-24.00น.

ประเด็นน่าสนใจ

  • โดยมาตรการนี้ให้มีผลตั้งแต่ 25 มี.ค. 63 เป็นต้นไป
  • ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ควบคุม ไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายมากขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 มี.ค.2563) นายภัครพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชาการจังหวัดภูเก็ต ลงนามในประกาศ จังหวัดภูเก็ต ฉบับที่ 4/2563 เรื่อง ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวในการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ หรือรวมกลุ่มนอกสถานที่พำนักทันที

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เพื่อสกัดกั้นและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีข้อความระบุว่า

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เป็นการระบาดใหญ่และให้ทุกประเทศเพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคให้สูงขึ้น

แต่ปัจจุบันยังคงพบการระบาดมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น อันส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ส่วนที่เกี่ยวข้องได้ยกระดับมาตรการเข้มงวดและเร่งด่วน เพื่อควบคุมไม่ให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง ตามมาตรการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2563 และมาตรการเข้มงวดอื่นๆ

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตอย่างเคร่งครัด ทั้งมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู้พื้นที่ และมาตรการการยับยั้งการระบาดภายในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ออกประกาศกำหนดให้ปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน 3 ฉบับ เป็นลำดับอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการ การเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคติดต่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 22,35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ในคราวประชุมครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาพำนักอาศัยในโรงแรม คอนโด อาคารชุด สถานที่พักหรือสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ใช้ชีวิตประจำวันโดยปกติ

โดยมิให้ออกนอกบริเวณเขตพื้นที่สถานที่พำนักนั้นไปยังสถานที่อื่นใด ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 นี้

กองทัพ วางกำลังรอบ กทม.ปริมณฑล หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • หวังไม่ให้เชื้อโควิด-19แพร่ระบาดตามจุดประสงค์รัฐบาล
  • ทัพบกยกโมเดลคุมม็อบปี 2557 มาดำเนินการ
  • ทัพเรือดูพื้นที่ย่านปิ่นเกล้า
  • ทัพอากาศดูพื้นที่ดอนเมือง-สนามบิน-สุวรรณภูมิ

ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีรายงานว่า ทางกองทัพ ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดย พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้แต่ละกองทัพภาค

เตรียมแผนและจัดกำลังทหารที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ร่วมกับตำรวจ เช่น การตั้งจุดตรวจคัดกรอง ควบคุมพื้นที่ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมาย โดยใช้มาตรการขั้นสูงสุดเพื่อยับยั้งเชื้อโควิด-19 ไม่ให้แพร่ระบาด

เบื้องต้นในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล จะใช้โมเดลเหมือนปี 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาเป็นโมเดลหลักในการควบคุมพื้นที่ สำหรับหน่วยที่จะคุมพื้นที่ ได้ยึดตามพื้นที่รับผิดชอบเดิม คือ

  • มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) จะคุมพื้นที่ในเมืองหลวงร่วมกับ สารวัตรทหาร (สห.) ของ 3 เหล่าทัพ
  • กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์(พล.ร.2 รอ.) จะดูแลโซนภาคตะวันออกของ กทม. ได้แก่ มีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก รังสิต สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ จ.ปทุมธานี
  • กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) รับผิดชอบโซนภาคตะวันตกของ กทม.และปริมณฑล ได้แก่ ปิ่นเกล้า พระราม 2 จ.นนทบุรีฝั่งตะวันตก บางแค พุทธมณฑล จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร
  • หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นปอ.) ดูแลพื้นที่ แจ้งวัฒนะ ดอนเมือง โซนใน จ.นนทบุรี -จ.ปทุมธานี

กองทัพเรือ จะดูและพื้นที่ ในแถบที่ตั้งของหน่วยหรือพื้นที่ปิ่นเกล้า

กองทัพอากาศ จะร่วมปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดอนเมือง ตามที่ตั้งของหน่วย ทอ. และสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นหลัก

สำหรับการสัญจรในช่วงที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ผู้ที่ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่ เช่น ข้าราชการ สื่อมวลชน ฯลฯ เมื่อถึงจุดตรวจต้องแจ้ง ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ แจ้งภารกิจ และแจ้งว่ามาจากไหนไปไหน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลเข้าระบบ หากเกิดการติดเชื้อจะได้ควบคุมพื้นที่ได้รวดเร็ว

ข้อมูลจาก/Army Times Thailand

“เบลล่า ราณี” บริจาค 2.5 ล้านบาท ให้ 5 รพ. ช่วยสถานการณ์โควิด-19

“เบลล่า-ราณี แคมเปน” อีกหนึ่งคนดังในวงการบันเทิงที่ได้ช่วยเป็นกำลังใจให้ บุคลากรการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากผลกระทบเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด ด้วยการบริจาคเงินส่วนตัว 2.5 ล้านบาท ให้กับหน่วยงานทางการแพทย์ทั้งหมด 5 สถานที่

เบลล่า ราณี บริจาค 2.5 ล้านบาท ให้หน่วยงานทางการแพทย์ จำนวน 5 ที่

เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น และอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังคงมีไม่เพียงพอต่อบุคลกรทางการแพทย์ที่ใช้ในการดูแลผู้ป้วยโควิด-19 ในไทย นักแสดสาว เบลล่า-ราณี จึงขอเป็นส่งกำลังใจให้บุคลากรการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการบริจาคเงินส่วนตัว รวมทั้งสิ้น 2,500,000 บาท ไปยัง 5 โรงพยาบาล ดังต่อไปนี้

  1. ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภัยโควิด) จำนวน 500,000 บาท
  2. มูลนิธิรามาธิบดี จำนวน 500,000 บาท
  3. มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า จำนวน 500,000 บาท
  4. สถาบันบำราศนราดูร จำนวน 500,000 บาท
  5. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (กองทุนบริจาค) จำนวน 500,000 บาท

นอกจากนี้ในอินสตาแกรมของเธอ bellacampen ยังได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความ ให้กำลังใจทุกคนด้วยว่า …

สำหรับช่วงเวลานี้ สิ่งที่เบลคิดว่าเราคนไทยทุกคนสามารถช่วยเหลือกันได้มากที่สุด คือ การอยู่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการรับและแพร่กระจายเชื้อ หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินทางหรือยังต้องทำงานนอกบ้าน ก็พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่สุ่มเสี่ยง งดการสังสรรค์ ป้องกันตัวเองและผู้อื่นอย่างเต็มที่ และที่สำคัญคือ “ไม่ปิดบังข้อมูล” หากได้ไปในที่ที่อาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อ สงสารคุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่เค้าเสียสละและทำเพื่อพวกเราอยู่นะคะ เราคนไทยทำได้ถ้าเราช่วยกันค่ะ แล้วเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ❤️

ภาพจาก : weirbellafamily, bellacampen