พยากรณ์อากาศวันนี้ 18 มี.ค.63 : ไทยตอนบนฝนลด อากาศร้อนจัดบางพื้นที่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคเหนือ-กลาง อุณหภูมิสุงสุด 40 องศาฯ
  • อีสานร้อนตอนกลางวัน มีฝนเล็กน้อยส่วนมากทางตอนเหนือของภาค
  • ใต้มีฝนเพิ่ม
  • กทม.ร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาฯ
  • แนะปชช.ดูแลสุขภาพจากสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสภาพอากาศโดยทั่วไปประจำวันที่ 18 มีนาคม 2563 พบว่า ตอนบนของประเทศไทย จะมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ขณะที่ฝนฟ้าคะนองลดลง

ดังนั้นขอให้ประชาชน บริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ ส่วนสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ และ กทม. นั้นมีการสะสมในปริมาณมาก เนื่องจากฝนลดลง ดังนั้นแนะปชช. ระมัดระวังเช่นกัน

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางตะวันออกของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ประมวลภาพถนนข้าวสาร ค่ำคืนสุดท้าย ก่อนปิด 14 วันหนีโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนไม่คึกคัก นทท.บางตา
  • ผู้ประกอบพร้อมทำตามมติ ครม. เพื่อความปลอดภัยปชช.

บรรยากาศสถานบันเทิง ถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร นักท่องเที่ยวลดลง ไม่คึกคัก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากข่าวพบ ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะเดียวกันเป็นผลมาจากมติคณะรัฐมนตรี ที่มีคำสั่งให้ สถานบริการ ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หยุดบริการเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม ในแหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ นิยมมาเที่ยวสังสรรค์

โดยที่ ถนนข้าวสาร พบว่าแต่ละร้านมีมาตรการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ในค่ำคืนนี้ บรรยากาศไม่คึกคัก ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มาเดินอยู่บ้างแต่ก็ค่อนข้างบางตาเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ นายธนวินฑ์ ภิญโญโสภณ เลขานายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า สถานบันเทิง ร้านนวด ในถนนข้าวสารมากกว่า 50 ร้าน ยอมรับและพร้อมปฎิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี

ซึ่งในส่วนการปิด 14 วัน เชื่อว่าร้านค้าทุกร้านยังคงจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างได้ตามปกติ แต่หากมีแนวโน้มปิดเกิน14 วันภาครัฐจะจัดการอย่างไรต่อไป ขอให้ภาครัฐช่วยชี้แจงมาตรการออกมาให้ชัดเจน

ขณะที่พนักงานนวดแผนไทยร้านนวดแห่งหนึ่งบนถนนข้าวสาร ระบุว่า ตั้งแต่เกิดโรคระบาดทำให้รายได้แต่ละวัดลดลง จากปกติมีรายได้เกือบ 2000 บาท ตอนนี้ไม่ถึง 500 บาท ซึ่งตามที่มีประกาศปิด 14 วัน หลังจากนี้คงต้องกลับไปอยู่บ้านกักตัว ขาดรายได้ไป ส่วนหลังจาก 14 วันจะกลับมาทำงานหรือไม่นั้นอาจต้องรอดูอีกครั้งหนึ่ง เพราะกลัวโรคระบาดเช่นกัน

ด้านนางสาวญาดา พรเพชรรัมภา ประธานสมาคมผู้ต้าแผงลอยถนนข้าวสาร ให้ข้อมูลว่าการที่ภาครัฐสั่งปิดร้านสถาบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ ก็เข้าใจได้เพราะเป็นเรื่องชีวิตและความปลอดภัย แต่ต้องยอมรับว่าร้านค้าในพื้นที่ก็มีผลกระทบไปด้วย

ส่วนตัวก็เห็นหลายร้านค้าเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ อาทิ มีการจัดโต๊ะให้มีระยะห่างระหว่างกัน 1 เมตร ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าภายในร้าน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามถนนข้าวสารเองก็มีมาตราการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ทั้งมีการตรวจคัดกรองทุกคนที่เข้าออกภายในถนนข้าวสาร และ ทุกร้านก็มีเจลล้างมือ รวมถึงมั่นดูแลความสะอาดอยู่ตลอด ซึ่งร้านค้าหลายร้านก็มีความรับผิดชอบต่อสังคมดำเนินการปิดไปล่วงหน้าก่อนมีประกาศดังกล่าวอีกด้วย

ข้อแนะนำจาก หมอเจี๊ยบ ลลนา ลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • ควรอยู่บ้าน งดไปพื้นที่สถานที่ชุมนุม
  • หากเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง เช่น เดินทางกลับต่างประเทศ ควรกักตัวทันที

หมอเจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ อดีตนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2549 ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว แนะนำขั้นตอนลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้

โดยข้อความแนะนำจาก หมอเจี๊ยบ เป็นข้อความจาก  Rama Channel ที่เผยขั้นตอนการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนี้

  1. อยู่บ้าน, ไม่ออกไปทำงาน, หยุดเรียน, งดไปสถานที่ชุมชม รวมถึงการไม่ชวนใครมาเที่ยวบ้าน
  2. หากเริ่มมีอาการ อย่างเช่น มีไข้, ไอ, หอบ, ปวดเมื่อย แนะนำให้โทรปรึกษาก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล (เพิ่มเติมจากวีดีโอ) สายด่วนของประเทศไทยรับแจ้งเหตุโทร 1422 โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เค้าจะส่งรถพยาบาลมารับ
  3. หากในบ้านที่เราอยู่มีหลายคน ให้แยกห้องนอนแล้วปิดประตูห้อง แยกห้องน้ำ แต่หากต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่นๆในบ้านให้คนอื่นใช้ให้เสร็จก่อน แล้วเราใช้เป็นคนสุดท้าย ใช้ผ้าคนหนูแยกกับคนอื่น รวมถึงแยกของใช้ส่วนตัวอื่นๆด้วย
  4. ขยะที่ทิ้งควรใส่ในถุงขยะ 2 ชั้น
  5. หากอยู่คนเดียว ให้สั่งอาหารมากิน หรือหากมีคนอื่นช่วยทำอาหารให้ ให้วางไว้ที่หน้าประตู ไม่รับของจากมือคนส่งโดยตรง (หรือของใช้อื่นๆ อะไรก็ตามที่ใครจะเอาเข้ามาให้ ให้วางไว้ที่หน้าประตูทั้งหมด) ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการเล่นกับน้องหมา น้องแมวที่บ้านเพราะเชื้อจากตัวเราอาจแพร่ไปอยู่บนขนน้อง แล้วคนอื่นมาเล่นกับน้องต่อ และขอเสริมจากวีดีโอ ควรมีปรอทวัดไข้ ติดไว้ด้วยนะคะ

ที่สำคัญการต่อสู้วิกฤตนี้ ทุกคนอย่าลืมดูแลสุขภาพ สวมหน้ากากอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือเป็นอันขาด

นอกจากนี้ หมอเจี๊ยบ ยังเผยข้อมูลด้วยว่า บุคคลธรรมดาก็สามารถลดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้ หากเราเป็นหนึ่งในคนที่จำเป็นต้องกักตัว เราไม่ละเลยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยคนที่จำเป็นต้องกักตัว มี 2 กรณีใหญ่ ๆ คือ

1. เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง สามารถอัพเดทว่ามีประเทศใดบ้างจาก https:/ddc.moph.go.th ในเว็ปนี้มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์อยู่เยอะมาก

2. สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ

View this post on Instagram

สิ่งนึงที่เราประชาชนคนธรรมดาสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดของ Covid-19 เพื่อตัวเราเองและสังคมได้ คือ เมื่อเราเป็นหนึ่งในคนที่จำเป็นต้องกักตัว เราไม่ละเลยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยคนที่จำเป็นต้องกักตัว มี 2 กรณีใหญ่ๆคือ 1. เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง สามารถอัพเดทว่ามีประเทศใดบ้างจาก https:/ddc.moph.go.th ในเว็ปนี้มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์อยู่เยอะมาก 2. สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ เจี๊ยบขอแชร์คลิปจาก Rama Channel สรุปจากคลิปมาง่ายๆ ดังนี้ 1. อยู่บ้าน, ไม่ออกไปทำงาน, หยุดเรียน, งดไปสถานที่ชุมชม รวมถึงการไม่ชวนใครมาเที่ยวบ้าน 2. หากเริ่มมีอาการ อย่างเช่น มีไข้, ไอ, หอบ, ปวดเมื่อย แนะนำให้โทรปรึกษาก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล (เพิ่มเติมจากวีดีโอ) สายด่วนของประเทศไทยรับแจ้งเหตุโทร 1422 โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เค้าจะส่งรถพยาบาลมารับ 3. หากในบ้านที่เราอยู่มีหลายคน ให้แยกห้องนอนแล้วปิดประตูห้อง แยกห้องน้ำ แต่หากต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่นๆในบ้านให้คนอื่นใช้ให้เสร็จก่อน แล้วเราใช้เป็นคนสุดท้าย ใช้ผ้าคนหนูแยกกับคนอื่น รวมถึงแยกของใช้ส่วนตัวอื่นๆด้วย 4. ขยะที่ทิ้งควรใส่ในถุงขยะ 2 ชั้น 5. หากอยู่คนเดียว ให้สั่งอาหารมากิน หรือหากมีคนอื่นช่วยทำอาหารให้ ให้วางไว้ที่หน้าประตู ไม่รับของจากมือคนส่งโดยตรง (หรือของใช้อื่นๆ อะไรก็ตามที่ใครจะเอาเข้ามาให้ ให้วางไว้ที่หน้าประตูทั้งหมด) หลีกเลี่ยงการเล่นกับน้องหมา น้องแมวที่บ้านเพราะเชื้อจากตัวเราอาจแพร่ไปอยู่บนขนน้อง แล้วคนอื่นมาเล่นกับน้องต่อ และขอเสริมจากวีดีโอ ควรมีปรอทวัดไข้ ติดไว้ด้วยนะคะ

A post shared by Lalana Kongtoranin (@jeab_lalana) on Mar 16, 2020 at 5:56am PDT