ชวน หลีกภัย ยันพร้อมเปิดสภา ประชุมวิสามัญ หาก ส.ส.ลงชื่อครบตาม รธน.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ห่วงการระบาดไวรัสโควิด-19 แนะ ปชช.ทำตามข้อแนะนำกระทรวงสาธารณสุขป้องกกันโรค
  • การเปิดประชุมสภาฯ สมัยประชุมสามัญ วันที่ 22 พ.ค. ยังคงตามเดิม

ที่ จุดแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวในประเด็นต่างๆ ดังนี้

ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 63 จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะ เพื่อเลือกกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า แทนนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่พ้นจากตำแหน่ง

โดยไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพราะไม่ได้เกี่ยวกับกมธ.แต่เป็นเรื่องของส.ส.ที่จะเข้าชื่อกัน โดยหากเข้าชื่อครบตามรัฐธรรมนูญก็จะดำเนินการไปตามกฎหมาย

การเปิดประชุมสภาฯ สมัยประชุมสามัญในเดือน พ.ค. ยังคงตามเดิม คือวันที่ 22 พ.ค. และต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน แต่ในขณะนี้ยังคงตามเดิม

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎร ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน จึงมีดำริให้มีการเผยแพร่แนวปฏิบัติป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และรู้จักวิธีการที่จะนำไปปฏิบัติตน ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโรคโควิด-19 แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 มีดังนี้

  • หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ไม่ต่ำกว่า 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือบ่อยๆ และไม่นำมือมาสัมผัสบริเวณใบหน้า จมูก ปาก และดวงตา
  • สวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไข้ ไอ จาม เจ็บคอ หายใจหอบเหนื่อยหรือต้องเดินทางไปยังชุมชนหรือสถานที่แออัด
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่มีผู้คนหนาแน่น หรือบริเวณพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมอบรม สัมมนา
  • งดการเดินทางไปต่างประเทศ
  • หากบุคคลที่เดินทางกลับจากต่างประเทศในช่วงระยะเวลาที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ให้บุคคลนั้นกักบริเวณในที่พักอาศัย เพื่อสังเกตอาการตนเองและไม่คลุกคลีกับบุคคลอื่นๆ เป็นเวลา 14 วัน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ
  • หากมีอาการ ไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจหอบเหนื่อย ให้รีบแจ้งสายด่วน 1422 พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางแก่เจ้าหน้าที่ และให้บุคคลนั้นปฏิบัติตนตามที่แพทย์สั่ง เพื่อสังเกตอาการอย่างเคร่งครัด
  • รับประทานอาหารปรุงสุก และงดใช้สิ่งของร่วมกับบุคคลอื่น
  • รักษาร่างกายให้อบอุ่น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่สัมผัสหรืออยู่ใกล้สัตว์เลี้ยง สัตว์ปีก โดยเฉพาะที่ป่วย หรือตายหากผู้ใดมีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจหอบเหนื่อย ให้รีบเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุด โดยไม่ควรใช้รถยนต์สาธารณะ

ทั้งนี้ กรณีที่มีเหตุสงสัย สอบถาม โทร ๑๔๒๒ สายด่วนกรมควบคุมโรค

ศิริราชร่วมวิจัย WIN-Masks หน้ากากอนามัยกันฝุ่น และป้องกันโควิด-19

ศิริราช – วช. – TCELS – มทร.ล้านนา – สทน. ร่วมวิจัย และพัฒนานวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks) เพื่อป้องกัน COVID-19

WIN-Masks หน้ากากอนามัยกันฝุ่น-ป้องกันโควิด-19

วันที่ 17 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจัดแถลงข่าว “ร่วมวิจัย และพัฒนานวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks) เพื่อป้องกัน COVID-19” ณ ห้อง C 203 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 2 รพ.ศิริราช

นวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks เพื่อป้องกัน COVID-19 เป็นหน้ากากสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้สัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 โดยตรง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ความเสี่ยง และประชาชนที่ต้องอยู่ในกลุ่มชนหรือพบปะผู้คนจำนวนมาก เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะเดียวกันลดขยะปนเปื้อนจากหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ด้วย

ตัวหน้ากากมีโครงสร้าง 3 ชั้น ได้แก่

  1. ผ้ากันไรฝุ่นศิริราชชนิดทอแน่น เคลือบสารนาโนกันน้ำ
  2. ผ้าไมโครไฟเบอร์ผสม ZnO ที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
  3. ผ้าฝ้ายที่สามารถดูดซับน้ำจากไอจาม ผ้า 3 ชั้นทำงานร่วมกัน ทำให้สามารถกรองฝุ่นและละอองฝอยจากเสมหะขนาดเล็กระดับ 2.5-5 ไมครอนได้ ซักล้างได้ มีคุณภาพมาตรฐาน ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ

WIN-Masks พัฒนาขึ้นภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โดยการสนับสนุนของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

การส่งมอบ ระยะแรกภายใน 3 สัปดาห์ จะสามารถส่งมอบได้ไม่เกิน 7,000 ชิ้น ภายใต้บรรจุภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ให้กับโรงพยาบาลหลัก ๆ ก่อน ส่วนการขยายผลต่อไปจะระดมทุนโดยอาศัยกลไก Crowd Funding ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ให้โรงงานที่ได้มาตรฐาน รับดำเนินการผลิตขยายผลให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ และดำเนินการให้ถึงมือประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนหลักหมื่นหรือหลักแสนชิ้น ขึ้นอยู่กับผลการระดมทุนและกำลังการผลิตของโรงงาน

โลหิตขาดทั่วประเทศ วิกฤติ COVID-19

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอให้ผู้ที่มีสุขภาพดีบริจาคโลหิตต่อเนื่อง ชี้สถานการณ์การระบาด COVID-19 ส่งผลกระทบผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมาก ทำให้โลหิตขาดแคลนทั่วประเทศ

ขอให้ผู้ที่มีสุขภาพดีช่วย บริจาคโลหิต

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 เป็นเหตุให้ผู้บริจาคโลหิตลดลงทุกแห่ง หน่วยงานมีข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ทำให้ปริมาณโลหิตที่ได้รับลดน้อยลง ถึงแม้จะเป็นช่วงของ COVID-19 ระบาด โลหิตก็ยังคงเป็นยารักษาโรคที่สำคัญ ซึ่งต้องได้มาจากการบริจาคเท่านั้น และต้องการใช้ทุกวัน

หากขาดโลหิตจะส่งผลต่อการรักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผู้ป่วยผ่าตัด ตกเลือดหลังคลอด และผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องใช้โลหิตเป็นประจำ ขณะนี้โลหิตขาดแคลนมาก ในส่วนกรุงเทพมหานครการบริจาคโลหิตลดลงถึง 25% ส่วนภูมิภาคการบริจาคโลหิตลดลงถึง 15% และหากสถานการณ์บริจาคยังลดลงต่อเนื่องต่อไป อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ

ผู้ที่มีสุขภาพดี คัดกรองตนเองก่อนบริจาคโลหิต ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรค COVID-19 หรือ ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์ และ โปรดให้ประวัติเพิ่มเติม กรณีต่อไปนี้

  • มีความใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
  • ทำงานอยู่ใกล้หรือในบริเวณสนามบิน
  • ทำงานใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • ทำงานด้านการคัดกรองผู้ติดเชื้อ COVID-19

สามารถบริจาคโลหิตได้ที่

ส่วนกลาง

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
  • สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค)
  • The Mall สาขา: บางกะปิ, งามวงศ์วาน, บางแค
  • โรงพยาบาลตำรวจ
  • โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
  • คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

ส่วนภูมิภาค

ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 13 แห่ง ได้แก่

  • ภาคฯ จ.ลพบุรี
  • ภาคฯ จ.ชลบุรี
  • ภาคฯ จ.ราชบุรี
  • ภาคฯ จ.นครราชสีมา
  • ภาคฯ จ.ขอนแก่น
  • ภาคฯ จ.อุบลราชธานี
  • ภาคฯ จ.นครสวรรค์
  • ภาคฯ จ.พิษณุโลก
  • ภาคฯ จ.เชียงใหม่
  • ภาคฯ จ.สงขลา
  • ภาคฯ จ.ภูเก็ต
  • ภาคฯ จ.นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง)
  • งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหิน เฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

ขอความร่วมมือผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางไปประเทศเสี่ยงตามความเป็นจริงใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600 – 99 ต่อ 1101, 1760, 1761, 1770