ผู้ประกาศข่าวดัง โพสต์ดึงสติ หลังคนวิตกไวรัสโควิด-19 แห่กักตุนอาหาร-น้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปรากฏภาพอาหารแห้งหมดเกลี้ยงห้าง หลังคนแห่กักตุนช่วงการระบาดของไวรัสโควิด
  • ผู้ประกาศข่าวดัง แนะคนไทยตั้งสติ นี่ไม่ใช่สงครามไม่ต้องกักตุนอาหาร
  • พร้อมย้ำไวรัสโควิด-19ไม่ได้ติดกันง่ายๆ หากดูแลตัวเองดีๆ และทำตามขั้นตอนป้องกันโรค

ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ต๊ะ นรากร ติยายน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว นารากร ติยายน แสดงความเห็นถึงกรณีที่ปรากฏภาพผู้คนจำนวนมาก แห่ซื้ออาหารแห้ง จำพวกปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จ และน้ำเพื่อตุนไว้เป็นเสบียงอาหาร เนื่องจากวิตกกังวลการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่อทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้ ว่า

ขอพี่น้องคนไทยตั้งสติ และเชื่อมั่นในระบบการสาธารณสุขของไทย อย่ากังวลการระบาดของไวรัสชนิดนี้มากเกินไป เพราะโรคชนิดนี้ใช่ว่าจะติดกันได้ง่ายๆ หากเราดูแลตัวเองดีๆ และปฏิบัติตามขั้นตอนการป้องกันโรค โอกาสติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ก็มีน้อยมาก ที่สำคัญนี่ไม่ใช่สงครามโลก ยังไม่จำเป็นต้องกักตุ้นอาหาร

มีคนส่งภาพเหตุการณ์ความชุลมุนในซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง มาให้ดู บนชั้นวางสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแห้ง ถูกกว้านซื้อไปเกลี้ยง!!!

อะไรกันเนี่ยคนไทยที่รัก 😷โรคโควิด19 มันติดต่อผ่านทางการสัมผัสน้ำลาย หรือละอองฝอยขนาดใหญ่ที่ผู้ป่วยไอ หรือจามออกมา ถ้าเราไม่ได้อยู่ใกล้คนป่วยน้อยกว่า 1 เมตร หรือ สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย หรือโชคร้ายโดนผู้ป่วยไอหรือจามใส่หน้าแบบตรงๆ เราไม่มีทางติดเชื้อได้เลย

โรคโควิด19 ไม่ติดต่อผ่านทางอากาศ ไม่ใช่แค่เดินผ่านกัน หรืออยู่ห้องเดียวกันแล้วจะติดต่อกันได้ ถ้าไม่มีการสัมผัสเชื้อก็ไม่ติดต่อกัน คนที่ติดเชื้อทุกคน คือคนที่ใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วย

ฉะนั้น ขอจงตั้งสติให้ดี. นี่ไม่ใช่สงครามโลกครั้งที่สาม ยังไม่ต้องกักตุนอาหาร ขอจงมั่นใจในความสามารถของบุคลากรสาธารณสุขของไทย

ขอให้เชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของไทย เก่ง มีความเข้มแข็ง อดทน ทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย สามารถควบคุมโรคได้

ปัญหาทุกวันนี้ เกิดจากการสื่อสารที่สับสน การบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพขอให้คนไทย ผนึกกำลัง หันหน้าเข้าหากัน ปฏิบัติตามขั้นตอนการป้องกันโรค ถ้าเราดูแลตัวเองดี เราจะปลอดภัย และไม่เพิ่มภาระให้ระบบสาธารณสุข

คนไทยจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
🤝🤝🤝🤝🤝🤝🤝🤝🤝

เศร้าใจ ยีราฟขาว แม่ลูกถูกฆ่าแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • การตายของพวกมันเกิดจากฝีมือพรานป่า ล่าเพื่อเอาเนื้อและหนัง
  • การสูญเสียครั้งนี้ส่งผลทำให้เหลือยีราฟขาวเพียงตัวเดียวเท่านั้น
  • ด้าน จนท. เร่งล่าผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอิสฮัคบินี ฮิโรลา ในเมืองการิสซา ทางตะวันออกของเคนยา ออกแถลงการณ์ระบุว่า ยีราฟขาวเพศเมียเพียงตัวเดียวที่เหลืออยู่ พร้อมลูกน้อยอีก 1 ตัว ถูกกลุ่มพรานฆ่าตายแล้ว

โดยเจ้าหน้าที่พบโครงกระดูกของยีราฟขาวแม่-ลูก ซึ่งเป็นสัตว์หายาก ไม่ค่อยพบในที่อื่นๆ ของโลก และคาดว่าพวกมันน่าจะถูกฆ่าตายอย่างน้อย 4 เดือนแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุว่าเป็นฝีมือของพรานคนใด แต่จะเร่งสืบสวนให้พบผู้ก่อเหตุ

ทำให้เคนยาเหลือยีราฟขาวเพศผู้เพียง 1 ตัว ซึ่งเป็นลูกของยีราฟขาวเพศเมียตัวสุดท้ายที่เพิ่งตาย สำหรับผิวสีขาวของยีราฟขาวเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากภาวะผิวเผือก (albino) แต่เกิดจากภาวะด่าง (leucism) ซึ่งเป็นความผิดปกติของสูญเสียเม็ดสีในสัตว์ พวกมันจึงมีตาสีดำ ต่างจากสัตว์เผือกที่ส่วนใหญ่จะมีตาสีแดง

ขณะที่มูลนิธิสัตว์ป่าแอฟริกา ระบุว่า ราว 40% ของประชากรยีราฟหายไปในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จากการลักลอบล่าเพื่อเอาเนื้อและหนังของพวกมัน

ทูลกระหม่อม ทรงชื่นชม นายกฯ สิงคโปร์ จัดการโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • พร้อมส่งกำลังใจให้ทุกคนผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้
  • สบายใจการระบาดโควิด-19 ที่จีน คุมได้แล้ว

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์อินสตาแกรมส่วนพระองค์ ทรงห่วงใยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ พร้อมยกมาตรการการป้องกันการระบาด อย่างสิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ที่จัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความว่า

เมื่อวันพุธ WHO ได้ออกมาประกาศว่า COVID-19 เป็น Pandemic คือโรคติดต่อที่ระบาดไปเป็นวงกว้างทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน หลังจาก WHO ได้ออกมาประกาศดังนี้

ลีเซียนลุง ท่านนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ก็ได้ออกมาพูดกับประชาชนของเขา อัพเดทข้อมูล และ status ของโรคในประเทศ

ในแง่มุมของโรคระบาด ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และผลกระทบทางด้านจิตใจ โดยได้อธิบายถึงแผนที่รัฐบาลจะทำให้ประชาชนของเขาใน stage ต่างๆ และในสถานการณ์การระบาดของโรคถ้ามันจะรุนแรงขึ้น

แต่ถ้าเราเป็นคนสิงคโปร์ เราก็คงอุ่นใจและมีความมั่นใจว่ารัฐบาลดูแลเขาอย่างมีประสิทธิภาพ และท่านนายกลีเซียนลุงก็เน้นว่าทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจในวิกฤติการณ์ และร่วมกันแก้ปัญหา (ไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกัน)

อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็สบายใจขึ้นบ้างว่าตอนนี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในจีนก็เป็นที่ควบคุมได้แล้ว ดังที่ท่านสีจิ้นผิงประกาศ และจีนก็ปิดโรงพยาบาลสนามที่เขาสร้างขึ้นมารับมือกับการระบาดครั้งนี้ไปแล้ว

ส่วนที่เกาหลีเขาก็ควบคุมการระบาดของโควิดได้แล้วเหมือนกัน ตามที่รัฐมนตรีสาธารณสุขของเกาหลีใต้คือนาย Park Neunghoo ออกมาประกาศ แล้วเขาก็ประกาศถึงความสำเร็จในระบบการคัดกรองโรค “โควิด-10” ซึ่งใช้ง่ายและสะดวกและฟรี และมีจุดตรวจอยู่ทั่วประเทศ

เพราะเขาว่า “การตรวจหาผู้ป่วยในระยะแรกสำคัญมาก เพราะไวรัสชนิดนี้เมื่อติดแล้วก็จะแพร่ขยายอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง ดังนั้นถ้าเราสามารถคัดกรองและตรวจพบผู้ติดเชื้อได้เร็ว เราก็จะสามารถควบคุมไวรัสได้” เกาหลีใต้สามารถตรวจวินิจฉัยโควิดได้ราว 15000 รายต่อวัน

ปัจจุบันได้ตรวจไปแล้ว 196,000 รายทั่วประเทศ เขามีจุดตรวจคัดกรองทั่วประเทศ และยังมีการตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้ขับขี่ยานพาหนะผ่านไปมาด้วย โดยผู้ถูกตรวจไม่ต้องลงจากรถเลย(ที่เมืองโกยาง) ซึ่งสะดวกมากๆ

และถ้าพบว่าป่วยเขาก็รักษาพยาบาลให้ฟรี สำหรับผู้ที่มีอาการไม่มากซึ่งเป็นส่วนใหญ่ก็รักษาตัวกักตัวเองอยู่บ้าน และรัฐบาลก็ให้การดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องหยูกยาอาหารการกินด้วย วันนี้ก็เล่าถึงเรื่องดีๆ ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้ด้วยกันนะคะ