ผบ.เหล่าทัพ ประกาศคืน ไม่ขอรับเงินเดือน ส.ว. หวังเป็นทุนป้องไวรัสโควิด-19

ประเด็นน่าสนใจ

  • อีกทั้งป้องกันข้อครหารับเงิน 2 ทาง
  • โดยเงินเดือนที่จะไม่รับตั้งแต่ ก.พ.-30ก.ย. ซึ่งเป็นการสิ้นสุดทำหน้าที่ ส.ว.
  • ตำแหน่ง ส.ว. มีเงินเดือน เดือนละ 113,560 บาท

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ 6 นาย ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่ขอรับเงินเดือน ส.ว. และพร้อมคืนเงินดังกล่าว ตั้งแต่เดือนก.พ.2563 ไปจนถึงเกษียณราชการวันที่ 30 ก.ย.2563 ที่จะเป็นการสิ้นสุดการทำหน้าที่ ส.ว.โดยตำแหน่ง ว่า

กระแสข่าวดังกล่าวเป็นจริง โดยได้หารือร่วมกันใน ที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุเพื่อป้องกันข้อครหารับเงินเดือนหลายทาง และนำไปเป็นทุนในการต่อสู้วิกฤติการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ ส.ว. ได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่งเดือนละ 71,230 บาท และเงินเพิ่มเดือนละ 42,330 บาท รวมเป็นเงินเดือนละ 113,560 บาท

ด้านนายพนเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เผยว่า จะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใด ตามวัตถุประสงค์ของ ผบ.เหล่าทัพ

สำหรับ ผบ.เหล่าทัพที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ประกาศไม่ขอรับเงินเดือนในตำแหน่ง ส.ว. ได้แก่

  • พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม
  • พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
  • พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก
  • พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
  • พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
  • พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ลิเดีย โพสต์อัปเดตอาการป่วย โควิด-19 ‘แมทธิว ดีน’ ขอโทษทำแตกตื่น

ประเด็นน่าสนใจ

  • เบื้องต้นแมทธิว ไม่มีอาการป่วย แต่เพื่อความแน่ใจจึงขอตรวจ
  • ขณะที่ครอบครัวยังปกติไม่มีไข้ และเตรียมจะไปตรวจร่างกายกันทุกคน

หลังจากที่วานนี้ ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อจู่ๆ ดาราหนุ่ม แมทธิว ดีน ได้ประกาศว่าเขาติดไวรัส “โควิด-19” และขอให้คนที่อยู่ใกล้ชิดในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา เฝ้าดูอาการตนเอง จนสร้างความตื่นตกใจให้กับคนดังจากหลากหลายวงการนั้น

ล่าสุด ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ภรรยาของดาราหนุ่ม ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เปิดเผยความคืบหน้าอาการป่วยของสามี พร้อมกับขอโทษที่ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดการแตกตื่น ว่า

“พี่แมทขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและเป็นห่วงทั้งครอบครัว พี่แมทขอโทษที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน ขอชี้แจงรายละเอียดดังต่อไปนี้นะคะ

พี่แมทแทบจะไม่มีอาการเลย ไม่มีนำ้มูก ไม่มีไอ ไม่เจ็บคอ แต่เบื้องต้นเมื่อ 2 วันที่แล้ว ปวดเมื่อยเล็กน้อย (เข้าใจว่าจากออกกำลังกาย เพราะวันอาทิตย์ซ้อมหนักกลางแดด)

ตามมาด้วยการคัดจมูกนิดหน่อย เหมือนเป็นภูมิแพ้ธรรมดาที่เค้าเป็น แต่วันต่อมาพี่แมทก็เป็นไข้อ่อนๆ 36.9 – 37 กว่า เลยไปเช็กที่ รพ. เผื่อจะเป็นอะไร

เมื่อถึงหน้าโรงพยาบาลก็จะมีการยิงปืน laser เพื่อวัดอุณหภูมิ ของพี่แมทบอกว่าไม่มีไข้ แต่ด้วยการที่เค้าไม่ค่อยเชื่อในความแม่น laser เค้าเลยขอตรวจอย่างละเอียด และผลตรวจคือ 38.3 มีไข้ พี่แมทไปตรวจเมื่อวานที่ 12 มี.ค. 2563

  1. ขั้นตอนต่อไปหลังจากรู้ว่ามีไข้คือ swab จมูกเพื่อตรวจว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ไหม ผลรู้ภายใน 1 ชม. ซึ่งพี่แมทไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ คุณหมอให้ตรวจต่อ Virus อีก 21 สายพันธุ์ ผลรู้ภายใน 8 ชม.

    แต่คุณหมอแนะนำต่อให้ตรวจเช็ก CoVid19 เพิ่ม ซึ่งผลจะรู้วันรุ่งขึ้น คุณหมอส่งตัวพี่แมทกลับบ้านพร้อมคำแนะนำการปฏิบัติเบื้องต้น เราจ่ายค่าตรวจไปทั้งหมดหมื่นกว่าบาท

  2. กลับมาถึงบ้านพี่แมทแยกตัวออกจากทุกคนในบ้าน เพื่อป้องกันไว้ก่อนระหว่างที่รอผล พี่แมทสั่งปิดค่ายมวยทันทีเผื่อว่าผลออกมาว่าเป็นบวก คืนนั้นก็ทราบผลว่า 21 สายพันธุ์ไม่ได้เป็น ต้องรอผล CoVid19 วันรุ่งขึ้น ซึ่งช่วงตอนกลางวันที่ผ่านมาก็ได้รับการยืนยันว่าเป็น (13 มี.ค. 2563)
  3. มันคือการรับผิดชอบต่อทุกคนและต่อสังคมที่จะต้องแจ้งให้ทราบนะ เพราะคนที่เจอเราและคนอื่นๆ จะได้เฝ้าระวังและป้องกันปฏิบัติในทางที่ดีที่สุด ปัญหาตอนนี้คือเราควรระวังกันกี่ต่อ คนที่เจอพี่แมทต้องกักตัว แล้วคนที่เจอเดียต้องกักตัว

    แล้วคนที่เจอคนที่เจอเดียต้องกักตัวไหม? ใครบ้างที่ควรไปตรวจ? ต้องรอมีอาการก่อนไหม? อันนี้ไม่โทษใคร หรือคิดว่าใครจะมีคำตอบนะแต่แค่ระบายถึงปัญหาของโรคใหม่ที่มีข้อมูลน้อย

  4. ตอนนี้พี่แมทได้มีรถมารับไปที่โรงพยาบาลเรียบร้อย ทางครอบครัวไม่สามารถเยี่ยมหรือเจอได้เท่าที่เจ้าหน้าที่บอก ต้องอยู่เฝ้าดูแลรักษาจนกว่าจะตรวจแล้วไม่พบเชื้อ
  5. ทางครอบครัวทุกคนจะไปตรวจวันพรุ่งนี้ ตอนนี้คนในครอบครัวยังไม่มีอาการ ไม่มีไข้ ลูกๆ ยังปกติ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ มันใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด และจำนวนของคนที่เป็นคงมากกว่าที่เรารู้

View this post on Instagram

พี่แมทขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและเป็นห่วงทั้งครอบครัว พี่แมทขอโทษที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน ขอชี้แจงรายละเอียดดังต่อไปนี้นะคะ: 1.พี่แมทแทบจะไม่มีอาการเลย ไม่มีนำ้มูก ไม่มีไอ ไม่เจ็บคอ แต่เบื้องต้นเมื่อ 2 วันที่แล้ว ปวดเมื่อยเล็กน้อย (เข้าใจว่าจากออกกำลังกาย เพราะวันอาทิตซ้อมหนักกลางแดด) ตามมาด้วยการคัดจมูกนิดหน่อยเหมือนเป็นภูมิแพ้ธรรมดาที่เค้าเป็น แต่วันต่อมาพี่แมทก็เป็นไข้อ่อนๆ 36.9 – 37กว่า เลยไปเช็คที่ร.พ. เผื่อจะเป็นอะไร เมื่อถึงหน้าโรงพยาบาลก็จะมีการยิงปืน laser เพื่อวัดอุณหภูมิ ของพี่แมทบอกว่าไม่มีไข้ แต่ด้วยการที่เค้าไม่ค่อยเชื่อในความแม่น laser เค้าเลยขอตรวจอย่างละเอียด และผลตรวจคือ 38.3 มีไข้ (เพราะฉะนั้นการตรวจโดยปืนยิงเลเซอร์แบบนี้ตามที่ต่างๆอาจจะไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่นัก) พี่แมทไปตรวจเมื่อวานนี้คือวันที่ 12 มีนาคม 2563 2.ขั้นตอนต่อไปหลังจากรู้ว่ามีไข้คือ swab จมูกเพื่อตรวจว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ไหม ผลรู้ภายใน 1ช.ม. ซึ่งพี่แมทไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ คุณหมอให้ตรวจต่อ Virus อีก 21 สายพันธุ์ ผลรู้ภายใน 8 ช.ม. แต่คุณหมอแนะนำต่อให้ตรวจเช็ก CoVid19 เพิ่ม ซึ่งผลจะรู้วันรุ่งขึ้น คุณหมอส่งตัวพี่แมทกลับบ้านพร้อมคำแนะนำการปฏิบัติเบื้องต้น เราจ่ายค่าตรวจไปทั้งหมด หมื่นกว่าบาท. (แล้วคนที่ไม่สามารถจ่ายเท่านี้จะมีการตรวจไหม?) 3.กลับมาถึงบ้านพี่แมทแยกตัวออกจากทุกคนในบ้านเพื่อป้องกันไว้ก่อนระหว่างที่รอผล พี่แมทสั่งปิดค่ายมวยทันทีเผื่อว่าผลออกมาว่าเป็นบวก คืนนั้นก็ทราบผลว่า 21 สายพันธุ์ไม่ได้เป็น ต้องรอผล CoVid19 วันรุ่งขึ้น ซึ่งช่วงตอนกลางวันที่ผ่านมาก็ได้รับการยืนยันว่าเป็น (13 มีนาคม 2563) 4.มันคือการรับผิดชอบต่อทุกคนและต่อสังคมที่จะต้องแจ้งให้ทราบนะ เพราะคนที่เจอเราและคนอื่นๆจะได้เฝ้าระวังและป้องกันปฏิบัติในทางที่ดีที่สุด ปัญหาตอนนี้คือ เราควรระวังกันกี่ต่อ? คนที่เจอพี่แมทต้องกักตัว แล้วคนที่เจอเดียต้องกักตัว แล้วคนที่เจอคนที่เจอเดียต้องกักตัวไหม? ใครบ้างที่ควรไปตรวจ? ต้องรอมีอาการก่อนไหม? อันนี้ไม่โทษใคร หรือคิดว่าใครจะมีคำตอบนะแต่แค่ระบายถึงปัญหาของโรคใหม่ที่มีข้อมูลน้อย 5.ตอนนี้พี่แมทได้มีรถมารับไปที่โรงพยาบาลเรียบร้อย ทางครอบครัวไม่สามารถเยี่ยมหรือเจอได้เท่าที่เจ้าหน้าที่บอก ต้องอยู่เฝ้าดูแลรักษาจนกว่าจะตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 6.ทางครอบครัวทุกคนจะไปตรวจวันพรุ่งนี้ ตอนนี้คนในครอบครัวยังไม่มีอาการ ไม่มีไข้ ลูกๆยังปกติ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ มันใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด และจำนวนของคนที่เป็นคงมากกว่าที่เรารู้ (please help translate to English🙏🏻)

A post shared by Lydia Sarunrat Deane (@lydiasarunrat) on Mar 13, 2020 at 12:13pm PDT

นายกฯ ขอคนไทย รวมใจสู้โควิด-19 ยันดูแลปชช.อย่างดีที่สุด

ประเด็นน่าสนใจ

  • แนะจะวิพากษ์การทำงาน ก็ขอให้ครบถ้วนอย่าเอาที่ล้มเหลว
  • ยืนยันทุกหน่วยงานพร้อมสู้ภัยแล้ง-เศรษฐกิจตกต่ำ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกสารจากนายกรัฐมนตรี เรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยระบุว่า

จากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสปอดอักเสบ หรือ COVID-19 และสถานการณ์สำคัญอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เช่น ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาการว่างงาน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นในห้วงเวลานี้เราจึงควรที่จะร่วมมือ รักสามัคคีกัน เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้

ขอทุกภาคส่วน ช่วยกันหาทางออกให้ประเทศในการระบาด COVID-19

เรื่องมาตรการรองรับการระบาดของ COVID-19 เรามีหลายอย่างที่แตกต่างด้วยอัตลักษณ์ ความคิดความอ่าน จำนวนประชากร รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศ ซึ่งคงนำมาเปรียบเทียบกับต่างประเทศไม่ได้มากนัก

ในการทำงานของรัฐบาลและส่วนราชการขณะนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลจำเป็นต้องนำข้อมูลจากต่างประเทศ แนวทางการปฏิบัติที่เป็นสากล และข้อมูลต่างๆ ในประเทศมาพิจารณาร่วมกัน มีองค์ประกอบหลายอย่างหลายมิติที่ต้องช่วยกันแก้ไข ทุ่มเท เสียสละ

ทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน ภาคสื่อมวลชน สื่อสังคมออนไลน์ ต้องขอความกรุณาทุกส่วนช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ ด้วยความเข้าใจใคร่ครวญ คิดวิเคราะห์ รับฟังและเชื่อมั่น

เรื่องใดที่เป็นปัญหารัฐบาลก็กำลังดำเนินการแก้ไข แต่หากยังคงมีการให้ข่าวบิดเบือน ให้ร้ายป้ายสีกันโดยจับแต่ประเด็นย่อยๆ ในขณะที่ทุกหน่วย ส่วนราชการกำลังทำงานใหญ่แก้ไขปัญหาให้ประชาชนอยู่

ถึงแม้อาจสร้างความลำบากให้กับภาครัฐในการปฏิบัติงานบ้าง แต่แน่นอนยังคงต้องขับเคลื่อนทุกกลไกให้เกิดการประสานสอดคล้องซึ่งกันและกัน รัฐบาลมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย มาตรการลงไป โดยใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง ประกอบกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่เผชิญอยู่

วอนอย่าโจมตีว่ารัฐไม่สามารถจัดการแก้การระบาดได้

ดังนั้น อยากจะขอร้องว่าถ้าอยากจะสื่อความหรือวิพากย์วิจารณ์ก็ขอให้เป็นเรื่องๆ อย่างครบถ้วนทุกมุม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ไม่ใช่เอาแต่มองว่าล้มเหลวไปเสียทั้งหมด

หรือรัฐบาลไม่มีความสามารถบ้าง ทุกคนควรต้องพิจารณาไตร่ตรองดูว่าขณะนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร เปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ว่าจะการระบาดของ COVID-19 ภัยแล้ง ปัญหาความยากจน และอื่นๆ

ยันไทยเป็นประชาธิปไตย เพราะให้อิสระในการแสดงความเห็น โดยเฉพาะช่องทางในโซเชียล

หลายประเทศมีการปกครองแตกต่างกัน มีอำนาจตามกฎหมายต่างกัน ประชาชนเชื่อฟัง เคารพกฎหมายต่างกัน หลายคนอาจมองว่าเรายังไม่เป็นประชาธิปไตย ขอให้ พิจารณาดูว่า วันนี้เรามีประชาธิปไตยเต็มที่แล้วหรือยัง

สื่อโซเชียลออกข่าวโดยเสรีหรือไม่ มีใครไปห้าม หรือปิดกั้นหรือไม่ ถ้าไม่ผิดกฎหมาย หากเราใช้มาตรการทางสังคมเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ เสนอหนทาง ปฏิบัติที่เหมาะสมที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์

การจัดการน้ำ สู้ภัยแล้ง ทุกหน่วยทำเต็มที่

สำหรับเรื่องบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ทำงานกันอย่างเต็มที่ ทั้งการเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่เสี่ยง การขุดเจาะน้ำบาดาล การจูงน้ำ

การเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึงมาตรการเยียวยาต่างๆ อย่างไรก็ตามยังคงต้องทั้งกำกับดูแลทั้งน้ำต้นทุน แหล่งกักเก็บน้ำ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ การเติมน้ำ การระบายน้ำ การขุดเจาะน้ำบาดาล ซึ่งได้ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำมาแล้ว 5 ปี

และจะสามารถเพิ่มการเก็บกักน้ำได้จำนวนมากหากฝนตกตามพื้นที่ตามฤดูกาลที่คาดการณ์ไว้ ปัญหาสำคัญ คือการดำเนินงานโครงการใหม่ๆ ที่อาจต้องใช้เวลาบ้าง เนื่องจากจะต้องได้รับความยินยอมจากประชาชน และไม่กระทบสิ่งแวดล้อมก็ต้องขอความร่วมมือกันต่อไป

เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยว

เรื่องเศรษฐกิจไทย ยังคงต้องพึ่งพาการส่งออก การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของประชาชนเป็นหลัก รายได้ของรัฐคงมาจากภาษีที่เก็บจากรายได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต รายได้จากรัฐวิสาหกิจ ฯลฯ

อย่างไรก็ตามเราจะต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับอุปสงค์ อุปทาน การเกษตรก็ต้องสอดคล้องกับดิน สภาพอากาศ ความคุ้มทุน การค้าขายก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีและวัฒนธรรมของผู้อุปโภคบริโภค หลายอย่างที่ต้องปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเวลานี้ที่เศรษฐกิจโลกก็ตกต่ำ สงครามการค้า ประกอบกับผลกระทบจากการระบาด โรค COVID-19 อีกด้วย

ยืนยันรัฐบาลจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

รัฐบาลยืนยันจะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด การร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ในห้วงนี้คงต้องดำเนินการในทุกเรื่องควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนทุกคนให้ความร่วมมือในการทำงานของรัฐบาลและส่วนราชการ เรื่องการระบาด ของโรค COVID-19

อย่าได้ตื่นตระหนก มีสติ ระมัดระวัง รับผิดชอบรักษาสุขภาพตนเอง ผู้อื่น และสังคม รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นว่าเราทุกคนจะฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ ไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณในความร่วมมือ

สวัสดี