สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 30/03/2563 | 13.00 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 136 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
    ผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 1389-1524)
▪️ สัญชาติ
  • ไทย 1297 ราย
  • ต่างชาติ 227 ราย
▪️ พื่นที่พบผู้ป่วย
  • กรุงเทพฯ 715 ราย
  • ปริมณฑล 144 ราย
  • 3 จังหวัดภาคใต้ 82 ราย
  • จังหวัดอื่นๆ 583 ราย
▪️ อายุเฉลี่ย
  • อายุน้อยสุด 6 เดือน
  • อายุมากสุด 84 ปี
  • เฉลี่ยอายุ 40 ปี
▪️ เพศ
  • ชาย 59.6%
  • หญิง 40.4%
▪️ อาการที่พบ
  • มีอาการ 82.1%
  • ไม่มีอาการ 17.9%

▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 16 ราย
▪️ เพิ่ม ผู้ป่วยเสียชีวิต 2 ราย

  • รายที่ 1 เป็นชายไทย ชาวจังหวัดยะลา อายุ 54 ปี มีประวัติเดินทางมาจากมาเลเซีย เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (29 มี.ค. 63)
  • รายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 56 ปี รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พบอาการปอดอักเสบรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อวานนี้ (29 มี.ค. 63)
🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 71 ราย)

▪️ สนามมวย 2 ราย
▪️ เกี่ยวข้องสถานบันเทิง “จำนวน 10 ราย”
ผับทองหล่อ,นานา, สขุมวิท, สวนหลวง และผับต่างจังหวัด คือ เชียงใหม่, สมุทรปราการ

▪️ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ “จำนวน 59 ราย”
▪️ ร่วมพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย “จำนวน 0 ราย”

🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 59 ราย)

▪️ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ “จำนวน 21 ราย”

  • เป็นคนไทย 17 ราย เดินทางกลับมาจากอเมริกา กาตาร์ ออสเตรเลีย อังกฤษ ฝรั่งเศส ปากีสถาน สเปน
  • ชาวต่างชาติ 4 ราย ชาวรัสเซีย ฝรั่งเศส แอลเบเนีย และเดินทางผ่านไปยังอินเดีย

▪️ ผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่แออัดใกล้ชิดคนจำนวนมากและเกี่ยวชาวต่างชาติ “จำนวน 15 ราย”

อาชีพ
  • ช่างเสริมสวย
  • คนขับรถโดยสาร
  • พนักงานขาย
  • พนักงานนวด สปา
  • พนักงานบาร์ เป็นต้น

▪️ บคลากรทางการแพทย์ จำนวน 2 ราย (ยอดสะสม 21 ราย)
▪️ ไปสถานที่แออัด จำนวน 3 ราย
▪️ เกี่ยวข้องกับขนส่งสาธารณะ จำนวน 4 ราย
▪️ อื่นๆ จำนวน 14 ราย

🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” (จำนวน 6 ราย)
แต่ยังอยู่ในระหว่างสอบประวัติและการสอบสวนโรค

🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 127 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 1,388 ราย+อาการหนัก 23 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 9 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 1524 ราย

📍 อัปเดต! ผู้ป่วยอาการหนัก 23 ราย ทุกรายอาการวิกฤตเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

📍 การติดเชื้อผู้ป่วยรายใหม่

  • ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น
  • แต่ช่วงวันที่ 21-28 มี.ค. 2563 พบว่าผู้ป่วยรายใหม่จากต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพฯ

📍 กระจายตัวผู้ป่วยต่างจังหวัด ในช่วง 7 วันล่าสุด
(วันที่ 23-29 มี.ค. 2563)

  • อุบลราชธานี 7 ราย ผู้สัมผัสกับเซียนมวยกรุงเทพฯ และคนทำงานที่ปอยเปต
  • ชลบุรี 17 ราย ชาวต่างชาติ, นั่งร้านเหล้า, มาจากกรุงเทพฯ
  • สระแก้ว 8 ราย ทำงานที่ปอยเปต
  • ภูเก็ต 32 ราย กระบี่ 6 ราย ทำงานในที่สถานบันเทิง ร้านอาหาร, โรงแรม, ขับรถรับจ้าง
  • ยะลา 22 ราย ปัตตานี 23 ราย ร่วมพิธีศาสนาที่มาเลเซีย

📍 จำนวนคนต่างชาติเข้าประเทศไทย ทางเครื่องบิน
(วันที่ 22-27 มี.ค. 2563)

ท่าอากาศยาน จีน อิตาลี สเปน อเมริกัน
ภูเก็ต 1426 215 96 393
เชียงใหม่ 1078 9 13 145
สุวรรณภูมิ 498 26 24 153
เชียงราย 302 0 0 13
ดอนเมือง 17 0 2 58
สมุย 8 7 7 44
กระบี่ 5 29 12 29
อู่ตะเภา 0 4 3 93
สุราษฏร์ธานี 0 0 0 1
หาดใหญ่ 0 2 0 0
ยอดรวม 3334 292 157 929

เพิ่มความเข้มข้นการคัดกรอง ก่อนและลงเครื่อง และติดตามการคุมไว้สังเกตอาการ 14 วัน

สรุปแถลง สธ. โควิด-19 วันที่ 30/03/2563 | 13.00 น.

สถิติผู้ป่วย “ไวรัสโควิด-19” ในไทยแต่ละจังหวัด (30 มี.ค. 2563)

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มี.ค. 2563 มียอดผู้ติดเชื้อ “ไวรัสโควิด-19” ในประเทศไทยทัั้งหมด 1,524 ราย (เพิ่มมา 136 รายจากเมื่อวาน) ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก 23 ราย, ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 1,388 ราย, รักษาหาย 127 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิต 9 ราย ข้อมูลในบทความนี้อัปเดตยอดผู้ติดเชื้อในแต่ละจังหวัด

สถิติผู้ป่วย “ไวรัสโควิด-19” ในไทย (30 มี.ค. 2563) ยอดแต่ละจังหวัด

  1. กรุงเทพฯ จำนวน 721 ราย
  2. นนทบุรี 73 จำนวน ราย
  3. ภูเก็ต จำนวน 49 ราย
  4. ยะลา จำนวน 42 ราย
  5. สมุทรปราการ จำนวน 41 ราย
  6. ชลบุรี จำนวน 39 ราย
  7. ปัตตานี จำนวน 33 ราย
  8. สงขลา 29 ราย
  9. เชียงใหม่ จำนวน 21 ราย
  10. ปทุมธานี จำนวน 15 ราย
  11. อุบลราชธานี 12 ราย
  12. สุราษฎร์ธานี จำนวน 11 ราย
  13. นครราชสีมา จำนวน 11 ราย
  14. บุรีรัมย์ จำนวน 10 ราย
  15. กาญจนบุรี 9 ราย
  16. สุรินทร์ จำนวน 9 ราย
  17. อุดรธานี จำนวน 8 ราย
  18. กระบี่ จำนวน 8 ราย
  19. ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 7 ราย
  20. นราธิวาส จำนวน 7 ราย
  21. นครปฐม 7 ราย
  22. สมุทรสาคร จำนวน 7 ราย
  23. ฉะเชิงเทรา จำนวน 7 ราย
  24. นครสวรรค์ จำนวน 7 ราย
  25. สระแก้ว จำนวน 5 ราย
  26. ราชบุรี จำนวน 5 ราย
  27. พัทลุง จำนวน 4 ราย
  28. เชียงราย จำนวน 4 ราย
  29. สระบุรี จำนวน 4 ราย
  30. มุกดาหาร จำนวน 4 ราย
  31. ขอนแก่น จำนวน 4 ราย
  32. แม่ฮ่องสอน จำนวน 4 ราย
  33. ตรัง จำนวน 3 ราย
  34. นครศรีธรรมราช จำนวน 3 ราย
  35. เพชรบูรณ์ จำนวน 3 ราย
  36. ปราจีนบุรี จำนวน 3 ราย
  37. จันทบุรี จำนวน 3 ราย
  38. ร้อยเอ็ด จำนวน 3 ราย
  39. สุโขทัย จำนวน 2 ราย
  40. เลย จำนวน 2 ราย
  41. ชัยภูมิ 2 ราย
  42. ตาก จำนวน 2 ราย
  43. ระยอง จำนวน 2 ราย
  44. ลพบุรี จำนวน 2 ราย
  45. พะเยา จำนวน 2 ราย
  46. กาฬสินธุ์ จำนวน 2 ราย
  47. สุพรรณบุรี จำนวน 2 ราย
  48. เพชรบุรี จำนวน 1 ราย
  49. แพร่ จำนวน 1 ราย
  50. นครนายก จำนวน 1 ราย
  51. พิษณุโลก จำนวน 1 ราย
  52. ยโสธร จำนวน 1 ราย
  53. ศรีสะเกษ จำนวน 1 ราย
  54. หนองคาย 1 ราย
  55. หนองบัวลำภู จำนวน 1 ราย
  56. อำนาจเจริญ จำนวน 1 ราย
  57. อุทัยธานี จำนวน 1 ราย
  58. ลำพูน จำนวน 1 ราย
  59. อุตรดิตถ์ จำนวน 1 ราย
  60. มหาสารคาม จำนวน 1 ราย

**อยู่ระหว่างสอบสวน 259 ราย

อนุทิน มอบอุปกรณ์ป้องกันที่ได้รับบริจาคจากมูลนิธิแจ็ค หม่า ให้ รพ.

29 มีนาคม 2563 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าเยี่ยมชมระบบบริหารจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ พร้อมมอบอุปกรณ์ป้องกันที่ได้รับบริจาคจากมูลนิธิแจ็ค หม่า และมูลนิธิอาลีบาบา ให้โรงพยาบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และคณะผู้บริหาร เยี่ยมชมระบบบริหารจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

นายอนุทินกล่าวว่า ได้มาเยี่ยมชมการจัดบริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด – 19 ซึ่งโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ได้จัดโซนดูแลรักษาเป็นการเฉพาะ มีคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจครบวงจร ตั้งแต่การตรวจ จ่ายยา เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ และหอผู้ป่วยเฉพาะโรค ขณะนี้รับผู้ป่วยได้ 70-80 คน ห้องแยกโรคความดันลบ และห้องไอซียูสำหรับผู้ป่วยหนัก ในวันนี้ ได้มอบชุดป้องกันตนเอง (Protective Suit) จำนวน 10,000 ชุด หน้ากากอนามัย (Protective Mask) จำนวน 10,000 ชิ้น ที่ได้รับบริจาคจากมูลนิธิแจ็ค หม่า และมูลนิธิอาลีบาบา มอบให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ในภาวะโควิด-19 ได้จัดสรรและมอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดส่งอุปกรณ์ป้องกันที่ได้รับบริจาคจากมูลนิธิแจ็ค หม่า และมูลนิธิอาลีบาบา ให้ รพ. ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์
  • คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
  • โรงพยาบาลศิริราช

โดยได้มอบ ชุดป้องกันตนเอง (Protective Suit) แห่งละ 10,000 ชุด และหน้ากากอนามัย (Protective Mask) แห่งละ 10,000 ชิ้น

ส่วนที่เหลือจะจัดส่งให้ โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลนราธิวาส เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยมีอุปกรณ์ในการทำงานอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ได้รับข้อมูลจากองค์การเภสัชกรรมว่าในวันจันทร์ (30 มี.ค. 2563) จะได้รับยาอะวีแกน (Avigan) ที่จัดซื้อจากประเทศจีนจำนวน 40,000 เม็ด และอีก 100,000 เม็ดภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้