“ซีเอ็ด” แจก e-books ฟรี กว่า 300 เล่ม สนับสนุนให้ทุกคนอยู่บ้านอ่านหนังสือ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีแนวโน้มขยายวงกว้างและยกระดับขึ้นเรื่อยๆ นั้น นายเกษมสันต์ วีระกุล ประธานกรรมการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) และพนักงานทุกคน ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ขอแสดงความห่วงใยเพื่อนสมาชิกและนักอ่านทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความปลอดภัยให้คนไทยห่างไกล COVID-19

ขอมอบสิทธิพิเศษขยายเวลาดาวน์โหลด “e-books ฟรี กว่า 300 เล่ม ” สนับสนุนให้ทุกคนอยู่บ้านอ่านหนังสือ เพื่อร่วมกันหยุดโควิด-19 โดยคลิกที่ http://bit.ly/3aAMStX (บนคอมพิวเตอร์) หรือ​ http://bit.ly/2VQWRan (บนมือถือ)​ ก็สามารถโหลดอ่าน e-books สบายๆ อยู่ที่บ้าน โดยเริ่มโหลดได้ตั้งแต่ 28 มี.ค. 2563 จนถึงวันที่เราจะชนะ COVID-19 ไปด้วยกัน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

ซีเอ็ดมุ่งมั่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจ กำลังใจ พร้อมอยู่เคียงข้างคุณและสังคมไทยเพื่อให้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

Readebooks #Safeathome #เราจะสู้โควิด19ไปด้วยกัน #อยู่บ้านอ่านหนังสือ

รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดตั้ง รพ.สนามแห่งแรกในไทย รองรับผู้ป่วย COVID-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่เริ่มมีอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทย ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลต่อการเข้ารับการรักษา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จึงได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19

รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ใช้อาคารหอพักเอเชียนเกมส์ อาคาร D รองรับผู้ป่วย COVID-19

โดยใช้อาคารหอพักเอเชียนเกมส์ อาคาร D ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอาคาร 14 ชั้น สามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 308 เตียง โดยบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ยาและเวชภัณฑ์นั้น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด ล่าสุดได้รับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากแอลกอฮอล์ จาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่จะนำมาใช้ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19

รศ.นพ. ดิลก ภิยโยทัย คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ผู้ป่วยที่ถูกส่งมาตัวมาที่ รพ.สนามแห่งนี้ จะมาจากโรงพยาบาลที่ร่วมในโครงการ จำนวน 5 แห่ง คือ รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี, รพ.วชิรพยาบาล, รพ.จุฬาลงกรณ์ และรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลดังกล่าว โดยหลังได้รับการตรวจอาการและพักดูอาการอย่างน้อย 48 ถึง 72 ชั่วโมง แล้วไม่มีภาวะวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรืออยู่ในห้องไอซียู จึงจะถูกส่งตัวมาเพื่อพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ ซึ่งมีระบบรวมถึงมาตรการการเฝ้าระวังการติดเชื้อเทียบเท่ามาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลทั่วไป

และแม้ว่าหอพักแห่งนี้จะอยู่ในบริเวณเดียวกับหอพักนักศึกษาทั่วไป แต่เชื้อไวรัส COVID-19 เป็นโรคที่ติดต่อจากสารคัดหลั่ง ไม่ได้ฟุ้งกระจายภายในอากาศ จึงไม่มีความเสี่ยงและไม่มีความวิตกกังวล นอกจากนี้ เรายังให้บริการตรวจคัดกรองผู้ป่วยทั่วไป โดยเริ่มจากการประเมินความเสี่ยง ผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการเราก็จะใช้วิธีการให้ความรู้เป็นส่วนใหญ่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตระหนก อีกทั้งเป็นการใช้ทรัพยากรในการตรวจหาเชื้อไวรัสให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด

ภาพจาก : TUH.Official

มจธ. ผลิตแอลกอฮอล์-แอลกอฮอล์เจล มอบให้ชุมชนรอบ มจธ.บางขุนเทียน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำโดย ผศ.สุชาดา ไชยสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์การจัดการด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (ศูนย์ EESH) และคุณผดุง บุญเพ็ชร ผู้แทนจาก สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรกายภาพ มจธ.บางขุนเทียน (สทภ.บางขุนเทียน) ได้ส่งมอบแอลกอฮอล์เจล และแอลกอฮอล์ 70% ผลิตโดยมดอาสา จาก สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มจธ. (NBF) มอบให้ชาวช้านในชุมชนรอบ ๆ มหาลัย

ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผลิตแอลกอฮอล์เจล มอบให้ชุมชนรอบ มจธ.บางขุนเทียน

โดยได้มอบให้กับประธานชุมชนหัวป่า ประธานชุมชนวัดลูกวัว และประธานชุมชนแก้วขำทับ ซึ่งเป็นสามชุมชนที่อยู่รอบ มจธ. บางขุนเทียน เพื่อใช้ในชุมชน ในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมไปถึงเชื้อโรคต่างๆ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งในความร่วมมือกันอย่างแข็งขัน (Strong together) ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19

โดยการให้ความรู้ความเข้าใจวิธีการป้องกันตนเอง และวิธีทำความสะอาดที่ถูกสุขลักษณะ อาทิเช่น การล้างมือ ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำวิธีปฎิบัติตน เมื่อต้องเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง ตามหลักการ Social Distancing การเพิ่มระยะห่างในการเข้าสังคม ทั้งนี้เพื่อให้ มจธ.เป็นมหาวิทยาลัยที่ช่วยเหลือชุมชน สังคมรอบข้างทั้งในด้านของการส่งเสริมสุขภาพและสุขอนามัย

ตามเป้าหมายของการเป็น Healthy University ที่สอดคล้องกับSDG 2030 เป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนทุกระดับ เป้าหมายที่ 11 เมืองและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน และเป้าหมายที่ 17 ร่วมมือแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืน