พยากรณ์อากาศวันนี้ 8 มี.ค.63 :ไทยตอนบนอากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุด36-38 องศา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทุกภาคมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
  • กทม. ฝนเล็กน้อย สถานการณ์ฝุ่นลดลง

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสภาพอากาศโดยทั่วไป ประจำวันที่ 8 มีนาคม 2563 พบว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์อุณหภูมิต่ำสุด 17-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ประกาศ ปรับขึ้นเงินเดือน-เงินประจำตำแหน่ง กกต.

ประเด็นน่าสนใจ

  • การปรับขึ้นเงินเดือนนี้ มีตั้งแต่ระดับปฏิบัติงานไปจนถึงระดับสูง
  • เริ่มต้น 11,300 บาท ส่วนระดับสูงสุด คือ 90,770 บาท
  • ให้มีผลตั้งแต่ 1 มี.ค.2563

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศปรับขึ้นเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่ง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยมีใจความระบุว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานท้ายระเบียบคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2558 ให้สอดคล้องกับระเบียบ คณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการบริหารงานบุคคล (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2560

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 และมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 41 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2547 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยเงินเดือนและ เงินประจำตำแหน่ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2558 และใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 4 ให้พนักงานได้รับเงินเดือนตามระดับของประเภทตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในบัญชี อัตราเงินเดือนพนักงานท้ายระเบียบนี้”

ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 4/1 ข้อ 4/2 และข้อ 4/3 ของระเบียบ คณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2558

“ข้อ 4/1 ให้ปรับเงินเดือนพนักงานที่ได้รับอยู่เดิมเข้าสู่อัตราเงินเดือนตามระดับของประเภทตำแหน่งตามบัญชีท้ายระเบียบนี้

ในการปรับเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง หากไม่มีอัตราเงินเดือนที่เท่าเดิม ให้ได้รับอัตราเงินเดือน ในขั้นใกล้เคียงที่สุดที่สูงกว่า

ข้อ 4/2 พนักงานที่ได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงสุดตามระดับของประเภทตำแหน่งใด ให้ได้รับเงินเดือนในระดับถัดไปหนึ่งระดับของแต่ละประเภทตำแหน่งนั้นเท่านั้น

ข้อ 4/3 ในวาระเริ่มแรก

(1) พนักงานที่ได้รับเงินเดือนเดิมในอัตราขั้นสูงสุดตามระดับของประเภทตำแหน่งและได้รับค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ ของพนักงานและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูง หรือใกล้ถึงขั้นสูงของตำแหน่ง พ.ศ. 2553

และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้นำค่าตอบแทนพิเศษดังกล่าวมารวมกับเงินเดือนที่ได้รับอยู่เดิมในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ เป็นเงินเดือนของพนักงานนั้น แล้วปรับเข้าสู่อัตราเงินเดือนตามบัญชีท้าย ระเบียบนี้

(2) พนักงานที่ได้รับเงินเดือนเดิมสูงกว่าอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดตามระดับของประเภทตำแหน่ง ตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้อยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นชั่วคราวเป็น การเฉพาะรายตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้แล้วนำความในข้อ 4/2 มาใช้บังคับ ”

ประกาศ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อิทธิพร บุญประคอง
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

สำหรับบัญชีเงินเดือนในท้ายประกาศมี 14 ระดับ เริ่มจากระดับปฏิบัติงานไปจนถึงระดับสูง โดยเงินเดือนระดับปฏิบัติงาน เริ่มต้น 11,300 บาท ส่วนระดับสูงสุด คือ 90,770 บาท

รัฐบาล เผยสาเหตุเปิดบัญชีกองทุนสู้โควิด-19 ย้ำไม่คิดรับจาก ปชช.

ประเด็นน่าสนใจ

  • เป็นการเปิดบัญชีเพื่อรับเงินจากรัฐมนตรี แต่กหาปชช. จะร่วมด้วยก็ยินดี
  • ยืนยันเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวกับเงิน 2,000 บาท

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีมีประชาชนบางส่วนตั้งข้อสงสัย และไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชน เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ว่า

เจตจำนงตั้งต้นของรัฐบาลเรื่องจากการบริจาคเงิน เริ่มจากนายกรัฐมนตรีถามความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการสละเงินเดือน เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่นที่หลายประเทศได้ทำ ซึ่งทุกคนต่างเห็นพ้อง

แต่หากดำเนินการในรูปแบบกองทุน จะติดขัดข้อระเบียบปฏิบัติหลายอย่าง จึงเปิดเป็นบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล หมายเลขบัญชี 067-0138-290 ชื่อบัญชี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

“ไม่มีเจตนาเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนทั่วไป แต่มีภาคเอกชนบางส่วนสอบถามช่องทางร่วมสนับสนุน ซึ่งรัฐบาลยินดีให้ร่วมสมทบทุนผ่านช่องทางดังกล่าว รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจด้วย” นางนฤมล กล่าว

ด้าน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณีจัดตั้งกองทุนรับบริจาคเพื่อแก้ปัญหาโรคโควิด- 19 ว่า กองทุนนี้เป็นจุดเริ่มต้น ที่รับบริจาค เพื่อนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือทางการแพทย์ สาธารณสุข ทั้งบุคลากร เวชภัณฑ์ ต่างๆ รับมือกับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

โดยนากยรัฐมนตรี และ ครม. เตรียมบริจาคเงินเดือนในตำแหน่งเป็นทุนก่อนเท่านั้น สัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องนี้ ยืนยันว่า กองทุนนี้เป็นคนละส่วนกับการแจกเงินคนละ 2,000 บาทให้กับประชาชน เพราะเรื่องนั้นเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จึงต้องการให้ประชาชนได้เข้าใจ และแยกแยะว่าเป็นคนละส่วนกัน