พยากรณ์อากาศวันนี้ 7 มี.ค.63 : ไทยตอนบนร้อนตอนกลางวัน ฝนคะนองบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสภาพอากาศ ประจำวันที่ 7 มี.ค. 2563 พบว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วน กทม. มีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์อุณหภูมิต่ำสุด 17-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมาอุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี และนครสวรรค์อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียสลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษายิงตัวเอง ก่อเหตุซ้ำยิงตัวเองอีกครั้ง!!

(เบื้องต้น) รายงานข่าวแจ้งว่า นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษา ที่เคยก่อเหตุยิงตัวเองระหว่างพิพากษาคดีความในห้องพิพากษาบัลลังก์ 4 ศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 62 จนได้รับบาดเจ็บ ได้ก่อเหตุยิงตัวเองอีกครั้งในพื้นที่ส่วนตัว อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม หากมีความคืบหน้าทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้จากการตรวจสอบไปที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้พิพากษารายนี้ก็พบว่า ได้มีการเขียนข้อความไว้คล้ายเป็น จม.สั่งลา ดังนี้

“เรียนเพื่อนๆพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก เรื่องจดหมายลาสืบเนื่องจากผมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาใช้อาวุธปืนยิงตนเองในห้องพิจารณาคดีที่ 4 ที่ศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562

ทั้งแถลงการณ์ผ่านสื่อออนไลน์แจ้งให้ประชาชนทราบถึงการที่นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 แทรกแซงผลคำพิพากษาที่ผมเป็นเจ้าของสำนวนรายละเอียดตามคำแถลงการณ์ 25 หน้าของผมซึ่งคงได้อ่านกันแล้ว

ต่อมาผมถูกศาลยุติธรรมตั้งกรรมการสอบสวนและยังถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งผมเชื่อว่าต้องถูกลงโทษออกจากราชการเป็นแน่ ทั้งการดำเนินคดีกับตัวผม เพิ่งจะเริ่มต้นการสูญเสียหน้าที่การงานที่รักนั้นคือ การสูญเสียตัวตนทั้งกลับกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง สภาพร่างกายและจิตใจของผมไม่อาจรับไหวเต็มไปด้วยความทุกข์ เส้นทางชีวิตของผมในชาตินี้ได้ขาดลงแล้ว

ผมขอยืนยันกับเพื่อนๆพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านว่าสิ่งที่ทำลงไปผมทำด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ต้องการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนและไม่เสียใจที่ได้กระทำ ผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน

ในอดีตที่เราใช้รัฐธรรมนูญ พ. ศ. 2540 ที่ถูกร่างขึ้นโดยสสร. ประชาชนและนักวิชาการทั้งหลายต่างยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเท่าที่ประเทศเราเคยมีมา

ท่านคงสงสัยว่าขณะใช้รัฐธรรมนูญดังกล่าวทำไมจึงไม่ให้มีการตรวจร่างคำพิพากษาในศาลชั้นต้นเพราะอะไรหรือสสร. รู้ว่าการตรวจร่างคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอาจเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงผลคำพิพากษาโดยอธิบดีผู้พิพากษาภาค

ขออนุญาตถามเพื่อนๆพี่น้องประชาชนชาวไทยง่ายๆว่าสิ่งที่ผมทำลงไปจนถูกสอบวินัยและตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญานี้ท่านพบความชั่วหรือความเลวอยู่ในการกระทำของผมบ้างหรือไม่ขอทุกท่านตอบในใจเบาๆก็พอส่วนผมรู้คำตอบมาตั้งแต่ต้นแล้วเสียดายที่ท่านไม่ใช่ผู้ตัดสิน

“ในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ผมไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดแต่วันนั้นสวรรค์ทรงเมตตาให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อเข้าใจว่าทรงมีพระประสงค์ให้มาอยู่กับครอบครัวสักระยะหนึ่งเท่านั้น ผมจึงจัดการซ่อมแซมแต่งบ้านบางส่วนให้เรียบร้อยขึ้น เพื่อให้สองแม่ลูกอยู่อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นสอนลูกให้เข้มแข็งสอนให้เป็นคนดีว่ า

“คนดีคือคนที่ทำในสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเองผู้อื่นและประชาชนภายในกรอบของศีลธรรม”

วันที่ 6-7 มีนาคม 2563 เป็นวันดีลูกปิดเทอมได้หนึ่งสัปดาห์ สมควรแก่เวลา ก่อนหน้านี้ฝึกคับขันธ์บางส่วนมาก่อนแล้ว ดับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ยังดีกว่าดับไม่ลง จึงตัดใจดับขันธ์ทั้งห้าด้วยกำลัง

ชีวิตเป็นเพียงแค่การเดินทางร่างกายที่แท้ไม่ใช่ของเรา ท้ายที่สุดย่อมเสื่อมสภาพกลับไปเป็นธาตุทั้งสี่ การพลัดพรากจากหน้าที่การงานหรือคนที่รักก็เช่นกัน ท้ายที่สุดย่อมต้องจากเหลือไว้แต่ความดีในความทรงจำของผู้อื่น เพื่อดับทุกข์จึงขอลาจากไปในเวลานี้แม้จะก่อนเวลาอันควร

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่านลาก่อน นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาฯ และผู้ต้องหา

ปล. ท่านที่เมตตาผม ท่านสามารถส่งวิญญาณผมให้ไปสู่สุคติได้ โดยให้ทุนการศึกษาแก่ลูกของผม ที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชีนายคณากร เพียรชนะ เลขบัญชี 714-236993-0”

อุดมสมบูรณ์ พบเสือโคร่งตัวแรก ในผืนป่าเขตสลักพระ

ประเด็นน่าสนใจ

  • การพบเสือโคร่งตอกย้ำความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่
  • ด้าน จนท. พร้อมตั้งชื่อเป็น SLT001M หรือ สลักพระไทเกอร์001

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดตื่นตาตื่นใจ หลังจากพบว่า มีเสือโคร่งเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

โดย นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้เผยถึงกรณีที่ กล้องดักถ่ายสัตว์ป่า ของงานวิจัย จากองค์กรสัตววิทยาแห่งลอนดอน Zoological Society of London (ZSL) จับภาพเสือโคร่งในพื้นที่เขตฯ ว่า

โดยเมื่อวันนี่ 27 ก.พ. 2563 ทางทีมงาน ZSL ได้นำภาพบันทึกจากกล้องดักถ่ายโครงการเสือโคร่งมาลงบันทึกให้ไว้ที่ห้องข้อมูล ในจำนวนภาพทั้งหมดได้พบเสือโคร่งจำนวน 3 ตัว จากการตรวจสอบฐานข้อมูลต่างๆประกอบกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ปรากฏว่าเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว ที่พบ มีรายละเอียดดังนี้

  • ตัวแรก รหัส HKT270M (Male) เป็นภาพถ่ายเสือโคร่งเพศผู้ พบบริเวณพื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าแม่ปลาสร้อย เป็นเสือที่มาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง
  • ตัวที่สอง รหัส TWT130M(Male) เป็นภาพถ่ายเสือโคร่งเพศผู้ พบบริเวณพื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยล้อ เป็นเสือที่มาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก
  • และตัวที่ 3 รหัส SLT001M(Male) เป็นภาพถ่ายเสือโคร่งเพศผู้ พบเจอใหม่ในบริเวณพื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ(เขาเสือ) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เจ้าหน้าที่ ZSL จึงได้ตั้งชื่อเสือโคร่ง ตัวใหม่นี้ว่า SLT001M (สลักพระไทเกอร์001) ซึ่งได้พบเจอที่เขตฯสลักพระเป็นครั้งแรก ซึ่งไม่ปรากฎว่าพบเจอที่ใดมาก่อน

การพบเสือโคร่งดังกล่าว เป็นตอกย้ำการทำงานของเจ้าหน้าที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการเฝ้าระวังไม่ให้มีการไล่ล่า การดูแลพื้นที่ป่า ทำให้ประชากรเสือในพื้นที่สลักพระ มีความสมบูรณ์และปลอดภัยจากภัยคุกคามต่าง ๆ และสามารถถ่ายเทประชากรสัตว์ป่าจากพื้นที่ป่าอื่น ๆ มาในพื้นที่ได้อีกด้วย