กระทรวงการคลัง เปิดโต๊ะแก้ปัญหาเงินเยียวยา 5,000

30 เม.ย.63 วันนี้ที่บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง ได้มีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนร้องเรียน กรณีไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท จาก www. เราไม่ทิ้งกัน.com ทั้งกรณีมีปัญหาการลงทะเบียนและยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งให้ตั้งรับเรื่องร้องเรียน 5 โต๊ะ และมีเจ้าหน้าที่มารับเรื่อง รวมถึงช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนเบื้องต้น โดยมีการแจกบัตรคิวให้กับประชาชน เจลล้างมือ และจัดพื้นที่เว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง มีคำสั่งให้จัดโต๊ะรับเรื่องร้องทุกข์ประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีคำสั่งให้จัดโต๊ะรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตอบได้ว่าจะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ แต่หากมีการส่งข้อมูลครบถ้วนทุกอย่างตามที่กำหนด ยืนยันว่าได้รับเงินเยียวยาแน่นอน ทั้งนี้ในวันที่ 1 พ.ค.จะมีการเปิดปุ่มทบทวนสิทธิให้กับผู้ที่กดยกเลิกในระบบโดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย

หน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท มีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ 6.25 ล้านราย

นอกจากนี้ นายธนกร ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาทว่า มีผู้ลงทะเบียนที่เข้าสู่ขั้นตอนการคัดกรองตามหลักเกณฑ์จำนวน 22.3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ 6.25 ล้านราย เนื่องจากมีสิทธิหรือเข้าข่ายจะได้รับสิทธิเยียวยาจากรัฐบาลผ่านกลไกอื่นอยู่แล้ว ได้แก่ หัวหน้าครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 4.2 ล้านราย ข้าราชการและผู้ประกันตนที่ได้รับชดเชยรายได้ในระบบประกันสังคม 1.1 ล้านราย โดยมีผู้ขอยกเลิกการลงทะเบียน 9.5 แสนราย

มีผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิเยียวยา 16 ล้านราย ผ่านเกณฑ์แล้วจำนวน 10.6 ล้านราย

ดังนั้น มีผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิเยียวยาทั้งสิ้น 16 ล้านราย ซึ่งผ่านเกณฑ์แล้วจำนวน 10.6 ล้านราย ซึ่งกระทรวงการคลังจ่ายเงินแล้ว 7.5 ล้านราย อยู่ระหว่างรอพิจารณาทบทวนสิทธิ์อีก 5.4 ล้านราย โดยจะเร่งให้โอนเงินภายในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่มาร้องทุกข์ที่กระทรวงด้วย และขอให้คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์นั้นยื่นทบทวนสิทธิ์ทางออนไลน์เท่านั้น ไม่ต้องเดินทางมาที่กระทรวงการคลัง

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 30/04/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • 🔻 เพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 7 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยัน (รายที่ 2,948 – 2,954)
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 59 ของโลก
🔵 เพิ่ม ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 22 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย หรือ สถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ (จำนวน 0 ราย)

▪️ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ จำนวน 0 ราย

🔸 กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ (จำนวน 7 ราย)

▪️ ค้นหาเชิงรุกในชุมชน (Active case finding) จำนวน 4 ราย

  • ภูเก็ต 3 ราย
  • กระบี่ 1 ราย

▪️ ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ (เข้าสถานที่กักกันโรค State Quarantine) จำนวน 3 ราย

  • มาจากมาเลเซีย 3 ราย เข้าสถานที่กักกันที่กรุงเทพฯ
🔸 กลุ่มที่ 3 ได้รับผลแล็บยืนยันว่า “พบเชื้อแล้ว” อยู่ระหว่างสอบสวนโรค (จำนวน 0 ราย)
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,687 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 213 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 54 ราย
🔹 ผู้ป่วยสะสม 2,954 ราย

📍 จังหวัดที่มีผู้ป่วยรายใหม่

  • ภูเก็ต 3 ราย
  • กระบี่ 1 ราย
  • กรุงเทพฯ 0 ราย แต่นำเข้าสถานที่กักกันโรค 3 ราย

📍 สถิติผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค PUI
ตั้งแต่ 4 ม.ค. 2563

  • สะสม 62,018 ราย
  • ผู้ป่วยยืนยัน 2,947 ราย
  • เปอร์เซ็นต์ตรวจพบติดเชื้อ 4.75%

▪️ เปลี่ยนเกณฑ์สอบสวนโรค PUI (ตั้งแต่ 7 เม.ย. 2563)

  • สะสม 33,991 ราย
  • ผู้ป่วยยืนยัน 727 ราย
  • เปอร์เซ็นต์ตรวจพบติดเชื้อ 2.14%

▪️ 12 อันดับ จังหวัดที่พบผู้ป่วย 2,954 ราย 68 จังหวัด

  1. กรุงเทพฯ 1,488 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 12 ราย
  2. ภูเก็ต 216 ราย
  3. นนทบุรี 157 ราย
  4. ยะลา 113 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 8 ราย
  5. สมุทรปราการ 113 ราย
  6. ชลบุรี 87 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 4 ราย
  7. ปัตตานี 79 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 12 ราย
  8. สงขลา 44 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 19 ราย
  9. เชียงใหม่ 40 ราย
  10. ปทุมธานี 39 ราย
  11. นราธิวาส 28 ราย เข้าสถานที่กักกันโรค 5 ราย
  12. นครปฐม 22 ราย
  • อยู่ระหว่างสอบสวน 39 ราย

📍 มาตราการที่ยังคงไว้

  • ควบคุมการเดินทางเข้าไทย ทุกช่องทาง น้ำ อากาศ บก และขยายห้ามอากาศยานบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราวออกไป 1 เดือน คือ 1-31 พ.ค. 2563
  • ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน “เคอร์ฟิว” ระหว่าง 22.00 น. ถึง 04.00 น.
  • งด หรือ ชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัด
  • งดการดำเนินกิจกรรมคนหมู่มาก
  • ทำงานที่บ้าน

📍 มาตราการผ่อนปรนแบ่งเป็น “กิจการ” และ “กิจกรรม”
โดยทางศบค.จะเป็นผู้กำหนด (มาตรฐานกลาง) ให้ทุกพื้นที่ให้ยึดถือปฏิบัติ

  • “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด” เป็นผู้กำหนดรายละเอียดต่อไป
  • มาตรการแต่ละพื้นที่สามารถเข้มข้น (มากกว่าได้) แต่ต่ำกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้
  • ยึดปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก รองลงมาเป็นสังคม และเศรษฐกิจ
สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 30/04/2563 | 11.30 น.

📍 เริ่ม 3 พฤษภาคม 2563 “กิจการ” และ “กิจกรรม” ที่ผ่อนปรน

(ประเมินผล 14 วัน หากตัวเลขผู้ป่วยยังเพิ่มขึ้น จะทบทวนการผ่อนปรนคลายล็อคดาวน์ แต่ยอดผู้ป่วยไม่เพิ่ม และลดลง จะผ่อนปรนกลุ่มกิจการ กิจกรรม อื่นๆต่อไป)

“ทุกอย่างการผ่อนปรน หรือ คลายล็อคดาวน์ ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกๆคน ขอให้ช่วยกัน”

1.ตลาด
  • ตลาดสด
  • ตลาดนัด
  • ตลาดน้ำ
  • ตลาดชุมชน
  • ถนนคนเดิน แผงลอย
2. ร้านจำหน่ายอาหาร
  • ร้านอาหารทั่วไป ห้องแถวไม่เกิน 2 คูหา (นั่งระยะห่าง)
  • ร้านเครื่องดื่มขนมหวาน ไอศรีม (นอกห้าง)
  • ร้านอาหารริมทาง
  • รถเข็น หาบเร่
3. กิจการค้าปลีก-ส่ง
  • ซุปเปอร์มาร์เก็ต
  • ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง/ยืนรับประทาน
  • รถเร่ หรือ รถวิ่งขายสินค้าอุปโภค บริโภค
  • ร้านค้าปลีกขนาดย่อม
  • ร้านค้าปลีกชุน
  • ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม
4. กีฬาสัมทนาการ
  • กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดินรำไทเก๊ก
  • สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกาย (โดยไม่ได้เล่นเป็นทีม และไม่มีการแข่งขัน) ได้แก่
  • เทนนิส
  • ยิงปืน
  • ยิงธนู
  • จักรยาน
  • กอล์ฟและสนามซ้อม
5. ร้านตัดผม เสริมสวย
  • เฉพาะตัด สระ ไดร์ผม
6. อื่นๆ
  • ร้านตัดขนสัตว์
  • ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์

⭐️ #ยังไม่เปิดให้ขายสุรา เพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรค การชุมนุมรวมกลุ่มกัน ย้ำอีกครั้งว่า “ยังไม่ขาย” จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

▪️ มาตราการดำเนินการ ตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ 1 ข้อที่ 11
  • เรื่องการป้องกันโรค
  • ทําความสะอาด เช็ดทําความสะอาดพื้นผิวสัมผัส ก่อน-หลัง ทำกิจกรรม และให้กําจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
  • ให้เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ ลูกค้า ผู้ร่วมกิจกรรม ลูกจ้าง (สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า)
  • ให้บุคคล เคร่งครัดล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
  • ให้บุคคล เว้นระยะห่าง นั่ง หรือ ยืน ห่างกัน (อย่างน้อย 1-2 เมตร) เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย
  • ให้ (ควบคุมจํานวนผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด) หรือ (ลดเวลาในการทํากิจกรรมให้สั้นลง)

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 30/04/2563 | 11.30 น.
สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 30/04/2563 | 11.30 น.
ข้อมูล : วช. 5G

ศบค. ปลดล็อก 6 กลุ่มกิจการ-กิจกรรม ตั้งแต่ 3 พ.ค. นี้

30 เม.ย. 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงว่า ศบค. ได้เห็นชอบให้เปิดให้กลุ่มกิจกรรมและกิจการดำเนินการได้ 6 ประเภท ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.นี้

ศบค. เปิดให้กลุ่มกิจกรรมและกิจการดำเนินการได้ 6 ประเภท

  1. ตลาด ตลาดสด, ตลาดนัด,ตลาดน้ำ, ตลาดชุมชน ,ถนนคนเดิน, แผงลอย สามารถขายสินค้าได้ทุกประเภท แต่ต้องมีระยะห่างระหว่างแผงค้าไม่ต่ำกว่า 1 เมตร และสวมใส่หน้ากากอนามัย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
  2. ร้านอาหาร ร้านอาหารทั่วไป, ร้านเครื่องดื่ม, ขนมหวาน,ไอศครีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง, รถเข็น,หาบเร่ โดยจะต้องมีขนาดไม่เกิน 2 คูหา ถ้าร้านอาหารขนาดใหญ่จะเป็นเฟสต่อไป ส่วนร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ายังไม่อนุญาตให้เปิด
  3. กิจการค้าปลีก-ส่ง ซุปเปอร์มาเก็ต, ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง-ยืนรับประทาน, รถเร่ หรือ รถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค, ร้านค้าปลีกขนาดย่อม-ร้านค้าปลีกชุมชน, ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม
  4. กีฬา สันทนาการ กิจกรรมในสวนสาะรณะ ได้แก่ เดินรำไทเก็ก ,สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายดดยไม่ได้เล่นเป็นทีม และไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ธนู จักรยาน กอล์ฟและสนามซ้อม
  5. ร้านตัดผม เสริมสวย ร้านตัดผม เฉพาะตัด สระ ไดร์ผม
  6. อื่นๆ ร้านตัดขนสัตว์ ,ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์

รัฐจะประเมินผลทุก 14 วัน ถ้าจัดการกันดีจะปรับให้ผ่อนคลายมากขึ้น

สำหรับมาตรการดังกล่าว รัฐบาลต้องการคุ้มครองทั้งผู้ประกอบกิจการและผู้บริโภค ซึ่งต้องให้ความร่วมมือและช่วยกันปฏิบัติตาม โดยจะประเมินผลทุก 14 วัน หากพบว่ามีการจัดการกิจการและกิจกรรมได้ดี จะปรับให้ผ่อนคลายมากขึ้น แต่หาก 14 วัน ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 2 หลัก หรือ 3 หลัก อาจจะต้องมาคิดทบทวนใหม่ทั้งหมด