คริสตศาสนิกชนเข้าร่วม พิธีมิสซา ด้วยการเว้นระยะห่าง (Social Distancing)

คริสตศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีมิสซาประจำวัน โดยสวมใส่หน้ากากอนามัย พร้อมปฏิบัติตามการรักษามาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) เพื่อป้องกันการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (covid-19) ซึ่งก่อนเข้าโบสถ์ทางวัดได้บังคับใช้เจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ

ทั้งนี้วัดพระพระมหาไถ่ ได้ประกาศถึงพิธีกรรมในวันเสาร์และวันอาทิยต์ปัสกาที่จะถึงนี้ ทางวัดอนุญาตเพียงคณะสงฆ์ผู้ประกอบพิธี ผู้อ่าน และเจ้าหน้าที่วัด สำหรับพี่น้องท่านอื่นๆ สามารถร่วมพิธีกรรมดังกล่าวได้ผ่านทาง Facebook Live และ ช่องยูทบของทางวัด ในวันเวลาดังนี้ วันจันทร์ – วันศุกร์ ภาษาไทย เวลา 17.00 น. ภาษาอังกฤษ เวลา 07.00 น./ 08.00 น./ 17.30 น. วันเสาร์ ภาษาไทย เวลา 19.00 น. ภาษาอังกฤษ เวลา 17.30 น.วันอาทิตย์ ภาษาไทย เวลา 06.30 น./ 07.30 น./ 12.30 น./ 19.00 น.

อย่างไรก็ตามจากกรณีที่หลายสถานที่เตรียมคลายล็อกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 63 พระคาร์ดินัล ฟรีงซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประมุขอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้ออกประกาศ เรื่อง ขยายเวลาการร่วมพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรด โควิด-19 ออกไป

โดยจากการออกประกาศ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2020 ให้ทุกโบสถ์ในเขตอัครสัฆมณฑลกรุงเทพฯ งดการประกอบพิธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระคุณ ทั้งในวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 21 มี.ค. จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เม.ย. และได้ออกประกาศขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.ตามที่รัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั่วประเทศ บัดนี้ สถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุม รัฐบาลและผู้รับผิดชอบต้านสาธารณสุขได้ออกประกาศขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และได้ประกาศขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน คือ วันที่ 1 -31 พ.ค. 2020

อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จึงขอประกาศให้ทุกโบสถ์ในเขตอัครสังฆมณฑลได้ปฏิบัติตามแนวทางการร่วมพิธีกรรมผ่านการถ่ายทอด “ออนไลน์” ต่อไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2020 หรือเป็นไปตามวันและเวลาที่ส่วนราชการทั้งส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคออกประกาศ เนื่องจากความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคนี้ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทและสภาพแวดล้อม

ขอพี่น้องคริสตชนทุกท่าน ได้ร่วมมือกันเพื่อความดีของสังคม และร่วมใจกันภาวนา และร่วมพิธีกรรมโดยผ่านการถ่ายทอดทางสื่อต่างๆ

กยศ. ยืนยันมีเงินพอให้กู้เรียนทุกคน พร้อมปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนของผู้กู้ยืม

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กองทุนฯ ยืนยันว่ามีเงินเพียงพอให้นักเรียนและนักศึกษาได้กู้ยืมเรียนทุกคนอย่างแน่นอน

ปรับเกณฑ์คุณสมบัติรายได้ครอบครัว และเพิ่มค่าครองชีพรายเดือน ของผู้กู้ยืม

โดยในปีการศึกษา 2563 กองทุนได้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะเกี่ยวกับรายได้ครอบครัวของผู้กู้ยืมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จากเดิมรายได้ไม่เกิน 200,000 บาท/ปี เป็นไม่เกิน 360,000 บาท/ปี อีกทั้งกองทุนได้มีการปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกรายละ 600 บาท/เดือน

  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากเดิม 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท/เดือน
  • ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี จากเดิม 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท/เดือน

ผู้กู้ยืมที่เรียนระหว่างปีการศึกษา 2562 – 2566 เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนดจะคิดดอกเบี้ยอัตราไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี

สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่กำลังมองหาโอกาสทางการศึกษา เพื่อต่อยอดสู่สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก โดยเฉพาะสาขาวิชาที่อยู่ในโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน โดยให้สิทธิพิเศษกับผู้กู้ยืมที่เรียนระหว่างปีการศึกษา 2562 – 2566 เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนดจะคิดดอกเบี้ยอัตราไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมระดับปริญญาตรี จะได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 30 ส่วนผู้กู้ยืมระดับอาชีวศึกษา จะได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 50 เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC รวมถึงเป็นการป้อนกำลังคนในสายอาชีวะ/สายวิชาชีพที่ยังขาดแคลนสู่ตลาดแรงงานทั่วประเทศ

กองทุนฯ เตรียมงบให้กู้ยืมประมาณ 34,000 ล้านบาท

กองทุนฯ ได้เตรียมงบประมาณให้กู้ยืมจำนวนประมาณ 34,000 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่คาดว่าจะกู้ยืมในปีนี้ จำนวน 59,000 คน ซึ่งเงินที่ใช้ในการให้กู้ยืมดังกล่าวเป็นเงินที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมรุ่นพี่ โดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา และขณะนี้ได้เปิดระบบ e-Studentloan เพื่อให้นักเรียน นักศึกษายื่นแบบคำขอกู้ยืมล่วงหน้าแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.studentloan.or.th

อัปเดต ฝุ่นละออง PM 2.5 – 30 เม.ย. 63

  • สถานการณ์จุดความร้อนสะสมเมื่อวานนี้ทั้งวัน อยู่ที่ 199 จุด
  • จุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่พบในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว
  • พบในพื้นที่เกษตร 96 จุด, พื้นที่ สปก. 42 จุด, เขตชุมชน 34 จุด, พื้นที่อนุรักษ์ 24 จุด ถนน 3 จุด

จังหวัดที่พบมากสุด 3 อันดับแรก

  • อุบลฯ 36 จุด
  • ร้อยเอ็ด 20 จุด
  • นครพนม 18 จุด

ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในเช้าวันนี้ ยังไม่พบพื้นที่ระดับสีแดง แต่พบว่ามีค่าอยู่ในระดับสีส้ม ในหลายพื้นที่ด้วยกันในภาคอีสาน-ภาคกลาง

  • ภาคอีสาน 29 เม.ย. – 1 พ.ค. การไหลเวียน-การยกตัวของอากาศทำได้ไม่ดีนัก มีฝนอยู่บ้างแต่เป็นพท. เลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา
  • กทม. ปริมณฑล พื้นที่รอบอ่าวไทย การไหลเวียนอากาศ การยกตัวของอากาศจะเริ่มดีขึ้นในระยะนี้

ดังนั้นในช่วงนี้ หากไม่มีการเผาเพิ่มขึ้น ระดับฝุ่นละอองจะยังทรงตัวและมีแนวโน้มดีขึ้น