โรงทานวัดปทุมฯ แจกอาหารวันละ 500 ชุด ช่วยบรรเทาความทุกข์ยากช่วง โควิด-19

วันนี้ ( 23 เม.ย 63 ) ณ บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม กางเต็นท์เป็นที่ตั้งโรงทาน เจ้าหน้าที่ชู้ป้ายข้อความ #เราไม่ทิ้งกัน แจกฟรีข้าวและน้ำ คอยโบกมือให้ผู้ที่เดินทางมารับอาหาร เช่น พนักงานส่งอาหาร คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนขับแท็กซี่ และพนักงานห้างสรรพสินค้าย่านนั้น โดยที่ไม่ต้องลงจากรถ

ทั้งนี้ โรงทานวัดปทุมวนารามที่แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มวันละ 500 ชุด เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (covid-19 )ตามพระดำริสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งวัดปทุมวนารามร่วมกับมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกและอุบาสกอุบาสิกาวัดปทุมวนาราม ได้จัดแจกจ่ายอาหารตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.00 น. ทุกวัน (อาจหมดก่อนเวลา)

สถาบัน สจล.จัดส่งนวัตกรรมช่วยแพทย์สู้ภัย COVID-19

23 เม.ย. 63 ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มีการจัดส่งมอบตู้ตรวจเชื้อ COVID-19 (Swab Test) แบบความดันลบ (Negative Pressure) และแบบความดันบวก (Positive Pressure) จำนวนกว่า 130 ตู้ โดยกำหนดส่งล็อตแรก 50 ตู้ พร้อมนวัตกรรมการแพทย์อื่นๆเช่น เครื่องช่วยหายใจอัตโนมัติ (Mini Emergency Ventilator), หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ COVID-19 (UV C Robot), และหุ่นยนต์ขนส่งเวชภัณฑ์ (Med Transpoter Robot) เตรียมส่งให้โรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 22 แห่ง

สจล. ระดมพลัง เพื่อผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์สู้วิกฤต COVID-19

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลที่ผ่านมา ทีมนักวิชัน และพัฒนานวัตกรรม สจล. ระดมพลังกันอย่างสุดความสามารถ เพื่อผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์สู้วิกฤต COVID-19 โดยยึดหลักการวิจัย และพัฒนา (Research and Development) ที่รับฟังเสียงตอบรับจากทีมแพทย์ เพื่อนำมาปรับปรุงผลงาน ให้ตรงตามความต้องการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์โดยทุนบริจาคของประชาชนทั่วประเทศ

สำหรับโรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่สนใจรับนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อใช้ในการใช้สู้ COVID-19 สามารถติดต่อสำนักบริหารงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรมพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KRIS) ได้ที่ โทร.091-812-0416 หรืออีเมล kannika.li@kmitl.ac.th หรือประชาชนที่สนใจร่วมบริจาคเพื่อสบทบทุนการผลิตนวัตกรรมเพื่อแจกจ่ายให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ สามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี สจล.นวัตกรรมสู้ COVID-19 เลขที่บัญชี 693-031-750-0

มจธ./จุฬาฯ/มข. นำมหาลัยไทยติดอันดับ Time Higher Education Impact Ranking 2020

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 63 Times Higher Education ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม หรือ Time Higher Education Impact Ranking 2020 พบมหาวิทยาลัยไทยเข้าร่วมและได้รับการจัดอันดับ 19 แห่ง

Times Higher Education ประกาศผลการจัดอันดับ มหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

นำโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น จาก 760 สถาบัน ใน 85 ประเทศ ทั่วโลก ทั้งนี้การจัดอันดับดังกล่าวใช้เกณฑ์การประเมินมหาวิทยาลัยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ SDG ผ่านการประเมินตัวชี้วัดที่ได้รับการสอบเทียบอย่างรอบคอบ

โดยครอบคลุมตัวชี้วัดที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ในมิติการศึกษา การวิจัย การดำเนินงาน และกิจกรรมการมีส่วนร่วมของสาธารณะ

จุดเด่นของ มจธ.จากการประเมิน The Times Higher Educations Impact Ranking 2020

มจธ. เข้าร่วมในการส่งผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่สอดคล้องกับ Sustainable Development Goals (SDGs) ของสหประชาชาติ (United Nations) ใน 17 หัวข้อ ตามคำเชิญของ Times Higher Education ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมซึ่งได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยมีมหาวิทยาลัยทั่วโลกเข้าร่วม 788 แห่งจาก 85 ประเทศ และ มจธ.ได้นำส่งผลงานปีนี้เป็นปีแรก และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่ 101-200 ของโลก และเป็นอันดับที่หนึ่งของประเทศร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยขอนแก่

รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “มจธ. มีจุดเด่นอยู่ที่ SDG เป้าหมายที่ 12 Responsible Consumption and Production (แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน) เป้าหมายที่ 2 Zero Hunger (ขจัดความหิวโหย) และเป้าหมายที่ 6 Clean Water And Sanitation (การจัดการน้ำและสุขาภิบาล) โดย SDG เป้าหมายที่ 12 ที่มีการวัดผลจากผลงานวิจัยและการใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยด้านการบริโภคและการผลิตยั่งยืน ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 81.4% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 26 ของโลก ในขณะที่ SDG เป้าหมายที่ 2 ที่มีการวัดผลจากผลงานวิจัยด้านการขจัดความหิวโหย การเรียนการสอนหัวข้อความยั่งยืนด้านอาหาร ความมุ่งมั่นที่จะลดขยะเศษอาหาร และขจัดความหิวโหยในนักศึกษาและชุมชน ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 76.5% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 27 ของโลก และ SDG

เป้าหมายที่ 6 Clean Water and Sanitation (การจัดการน้ำและสุขาภิบาล) ที่มีการวัดผลจากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การใช้น้ำ และความมุ่งมั่นที่ให้ความมั่นใจว่าทำให้เกิดการจัดการน้ำที่ดีในชุมชนเป็นวงกว้าง ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 67.0% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 14 ของโลก ซึ่งถือได้ว่า การดำเนินงานของ มจธ.ในด้านการจัดการความยั่งยืนในสามเป้าหมายที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นอยู่ในระดับดี ในขณะที่ SDG เป้าหมายที่ 17 Partnerships for The Goals (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) ซึ่งเป็นการวัดผลด้านการสนับสนุน SDG โดยผ่านความร่วมมือกับต่างประเทศ และมีผลงานที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี และได้รับการตีพิมพ์ ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 70.7-80.6% ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับที่ 101-200 ของโลก นอกจากนั้นในSDG อีก 13 เป้าหมายที่เหลือ มจธ. ได้มีการดำเนินการและเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกหัวข้อ”

มุมมองคนรุ่นใหม่ต่อความยั่งยื

นายศิวกร จิตร์ถาวรมณี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มจธ. หนึ่งในแกนนำนักศึกษากลุ่ม GREEN HEART มจธ. ที่ได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ได้ให้ความเห็นไว้ว่า “ความยั่งยืนที่ดีที่สุดคือความยั่งยืนในหัวใจของทุกคน พวกเราจึงเรียนรู้ และส่งต่อคุณค่าของหัวใจสีเขียว (GREEN HEART) ให้กับเพื่อนพี่น้องและชุมชน เพื่อสร้างสังคมสีเขียวที่ยั่งยืน เพราะโลกแห่งอนาคต คือโลกที่ต้องการความยั่งยืนในทุกๆ ด้าน”