ครม.ไฟเขียวหยุด 4-7 ก.ค. ชดเชยอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ประกาศวันหยุดชดเชย ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาตรงกับวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา
  • โดยให้หยุดชดเชย 2 วัน คือวันจันทร์ที่ 6 และอังคารที่ 7 ก.ค.
  • ส่วนสถาบันทางการเงินวันหยุดชดเชยจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หยุดไม่เกิน 3 วัน

วันนี้ (23 มิ.ย.63) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้ที่ประชุมครม. มีมติให้ประกาศวันหยุดชดเชย ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาตรงกับวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยให้หยุดชดเชย 2 วัน คือวันจันทร์ที่ 6 และอังคารที่ 7 ก.ค. โดยจะเลื่อนวันประชุม ครม.เป็นวันพุธที่ 8 ก.ค. โดยยืนยันว่าไม่ได้ใช้โควต้าวันหยุดสงกรานต์ ที่ทาง ครม.จะประเมินให้ใช้ในเดือนถัดๆไป และต้องประเมินสถานการณ์โควิด-19 ประกอบ

ส่วนสถาบันทางการเงินวันหยุดชดเชยจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หยุดไม่เกิน 3 วัน ส่วนสาธารณสุขจะมีข้อเสนอแนะ หรือเตรียมการรับมือวันหยุดยาวหรือไม่ นายอิทธิพล ระบุว่า ต้องหารือรายละเอียดในที่ประชุม ศบค. อีกครั้ง ทั้งนี้เป็นเพียงการแจ้งปฏิทินการประชุมครม.เท่านั้น

ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยืนยันว่า รัฐบาลยังไม่ได้มีแนวคิดกำหนดวันหยุดราชการพิเศษ ชดเชยวันสงกรานต์ทั้งหมด 8 วัน ในเดือนก.ค. คงไม่มีรัฐบาลไปทำแบบนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ตนคิดว่าวันหยุดวันสงกรานต์ ได้สั่งการให้ไปพิจารณา ว่าจะนำไปใส่ในช่วงใด

ทั้งนี้ อาจจะแบ่งเป็น 3 วาระ เช่น หยุดเสาร์อาทิตย์ และวันอังคาร ก็จะไปเติมให้หยุดในวันจันทร์เพิ่มขึ้นอีกวัน ซึ่งจะเหลือหยุดชดเชยอีก 2 วัน ก็จะไปหาวาระ ให้เหมาะสม เพราะการหยุดราชการนานหลายวัน ไม่ใช่สิ่งที่ดี ประชาชนอาจจะชอบ แต่ก็มีบางคนที่ไม่ชอบ ไม่อยากให้หยุด เพราะจะมีปัญหาในการติดต่อราชการ ซึ่งต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการอำนวยความสะดวกเพื่อประชาชน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ขอสื่อให้หยุดเสนอ และดราม่าในเรื่องนี้ ขอให้ดูความเป็นไปได้ และให้ดูว่าตนได้พูดและรัฐบาลได้กำหนดเรื่องนี้หรือไม่ หากยังไม่มีการพูด สื่อก็ไม่ควรนำไปเผยแพร่ต่อ เพราะหากมีการนำเสนอไป แล้วสาธารณสุขไม่เห็นด้วยคนที่ถูกเล่นงานก็คือ นายกร้ฐมนตรี

เปิดร่าง 22 ข้อ มาตรการปลดล็อกผับ บาร์ สถานบันเทิง

ประเด็นน่าสนใจ

  • วานนี้ รอง ผบ.ทบ. เผยได้หารือกับผู้ประกอบการสถานบันเทิง เพื่อกำหนดแนวทางปลดล็อกผับ บาร์ สถานบันเทิง
  • ร่างแนวทางการปฏิบัติแบบ New Normal ทั้งหมด 22 ข้อ
  • จะเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เร็วๆนี้ ก่อนเริ่มต้นผ่อนคลายระยะ 5

วานนี้ (22 มิ.ย.63) มีรายงานว่า หลังจากที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะทำงานคณะทำงานมาตรการผ่อนคลาย การบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้หารือกับผู้ประกอบการสถานบันเทิง เพื่อกำหนดแนวทางปลดล็อกผับ บาร์ สถานบันเทิง ไปเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ที่ประชุมได้ร่างแนวทางการปฏิบัติแบบ New Normal ทั้งหมด 22 ข้อ เพื่อผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการกลับมาเปิดกิจการได้ โดยจะเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เร็วๆนี้ ก่อนเริ่มต้นผ่อนคลายระยะ 5 ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 1 ก.ค.นี้

สำหรับมาตรการทั้ง 22 ข้อ ประกอบด้วย

  • 1.ควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้บริการให้เหมาะสมต่อพื้นที่ไม่ให้แออัด และมีการเว้นระยะห่างทางสังคม
  • 2.ต้องมีการตรวจคัดกรองอุณหภูมิพนักงานและผู้ใช้บริการทุกคน
  • 3.จัดให้มีบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณทางเข้า และตามจุดต่างๆตามความเหมาะสม
  • 4.งดการเข้าใช้บริการเป็นกลุ่มเกิน 5 คนขึ้นไป
  • 5.จัดระบบเข้าคิวบริเวณทางเข้าให้มีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลโดยมีผู้ควบคุมม
  • 6.จัดให้มีระยะห่างระหว่างโต๊ะ แต่ละโต๊ะไม่น้อยกว่า 2 เมตร หรือทำฉากกั้นระหว่างโต๊ะ
  • 7.กำหนดจุดวางเก้าอี้สำหรับแต่ละโต๊ะ ให้มีการเว้นระยะห่างระหว่างที่นั่งอย่างน้อย 1 เมตร โดยควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายเก้าอี้
  • 8.จัดให้มีการระบายอากาศที่ดี
  • 9.อนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น งดการส่งเสียงร้องเพลงและเต้นรำ
  • 10.ใช้เมนูกระดาษแบบครั้งเดียวทิ้ง แทนการใช้เมนูแบบเล่ม
  • 11.การสั่งเครื่องดื่มให้สั่งเป็นรายแก้ว โดยให้พนักงานเป็นผู้เสิร์ฟ แทนการสั่งเป็นเหยือกหรือเป็นขวด เพื่อเลี่ยงการสัมผัสขวด ถังน้ำแข็ง และแก้วของผู้อื่น รวมถึงป้องกันการสลับแก้วกัน
  • 12.พนักงานต้องใส่หน้ากากอนามัย และ face shield ตลอดเวลา
  • 13.จัดให้มีฉากกั้นระหว่างเวทีหรือพื้นที่การแสดง กับพื้นที่ในส่วนของผู้ใช้บริการ หรือจัดระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร
  • 14.พูดแสดงบนเวทีต้องสวม face shield ตลอดเวลา
  • 15.ต้องมีผู้ควบคุมไม่ให้เกิดการชุมนุม รวมกลุ่ม ตะโกน หรือใช้เสียงดัง และไม่ให้มีการเดินไปเดินมา
  • 16.จัดให้มีอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มสำหรับแต่ละบุคคล โดยมีช้อนกลางและที่วางช้อนกลางส่วนตัวสำหรับผู้ใช้บริการแบบหมู่คณะ
  • 17.ต้องทำความสะอาดสุขาทุก 30-60 นาที
  • 18.ทำความสะอาดพื้นที่บริการ โต๊ะ เก้าอี้ ราวจับ ลูกบิดประตู เคาน์เตอร์ จุดสัมผัสและอุปกรณ์อื่นๆ ด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ พร้อมกับจัดให้มีการระบายอากาศในพื้นที่ให้มีความเหมาะสม อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
  • 19.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการเล่น การแข่งขัน หรือทำให้เกิดการรวมกลุ่มการเชียร์กัน
  • 20.งดการใช้เครื่องเล่นหรืออุปกรณ์การเล่นเกมต่างๆ เช่น โต๊ะพูล เป้าลูกดอก ตู้เกม
  • 21.จัดพื้นที่สำหรับการสูบบุหรี่โดยเฉพาะและให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเหมาะสม
  • 22.งดให้พนักงานบริการ หรือตัวแทนประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มนั่งรวมกับผู้ใช้บริการ

‘เต้ มงคลกิตติ์’ เสนอเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย นำเม็ดเงินไปพัฒนาประเทศ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’มงคลกิตติ์’ ดัน แนวคิดการเปิดบ่อน กาสิโน แบบเสรี
  • ชี้เป็นการนำการพนันใต้ดินเข้าสู้ระภาษี นำเงินไปพัฒนาประเทศ
  • ทางด้าน ‘สิระ-ปารีณา’ ร่วมคัดค้าน ชี้ทำให้ประชาชนและสังคมจะตกเป็นเหยื่อของการพนัน

จากกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊ก มงคลกิตติ์ สุขสินธารา เกี่ยวกับแนวคิดการเปิดบ่อน กาสิโน แบบเสรี โดยระบุว่า หากสนับสนุน หรือ คัดค้าน การเปิดเอ็นเตอร์เทรนเม้นท์คอมเพล็กซ์ (กาสิโน ถูกกฎหมาย) ทั้งนี้มองว่า

  • เพื่อนำรายได้จากใต้ดินมาเข้าระบบภาษี
  • เพื่อนำเม็ดเงินไปสร้างสวัสดิการแก่พี่น้องประชาชน
  • แก้ปัญหาระบบส่วยบ่อน แก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นในเจ้าหน้าที่รัฐ

โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร่วมกับ ส.ส.อีก 20 คน เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาฯ ถึงเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว เมื่อวันที่ 13 พ.ย.62 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว พร้อมฝากแจ้งไปยัง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ สามารถเสนอความคิดเห็นแย้งได้ใน กมธ.

‘สิระ-ปารีณา’ เห็นต่าง แนวคิดเปิดบ่อนถูกกฎหมาย

โดย น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ว่า การพนันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม อีกทั้งจะเป็นบ่อนทำลายสังคมในอนาคต ซึ่งในอดีต มีนักธุรกิจวิ่งเต้น ยอมจ่ายเงินมหาศาล เพื่อให้เปิดบ่อนการพนันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีนักการเมืองให้การสนับสนุนบ้างไม่ให้การสนับสนุนบ้าง รัฐบาลในอดีตก็รีรอ เพราะถูกต่อต้านอย่างรุนแรง ดูอย่างเพื่อนบ้านบ่อนตามชายแดน

ทางด้าน นายสิระ เจนจาคะ กล่าวไม่เห็นด้วยถึงกรณีดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า ที่ผ่านตนได้คัดค้านการเปิดบ่อนเสรีมาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าการพนันนั้นไม่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับใคร ซึ่งผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับกลุ่มในทุน และมองว่าประชาชนและสังคมจะตกเป็นเหยื่อของการพนัน นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีช่องทางในการหารายได้เข้าประเทศมากมาย อาทิเช่น เรื่องการท่องเที่ยว จึงมองว่าการเปิดบ่อนเสรีนั้นไม่มีความจำเป็น