สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 23/06/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 5 ราย (รายที่ 3,152 – 3,156 ราย)
  • ผู้ติดเชื้อรายใหม่ มาจากอียิปต์ และกาตาร์ เข้าพักสถานกักกันของรัฐ
  • ผ่านมาแล้ว 29 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 92 ของโลก

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 1 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,156 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 3,023 ราย +1
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 75 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 219 ราย +5

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 1 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันของรัฐ (จำนวน 5 ราย)

▪️ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ 2 ราย
  • รายที่ 1 ผู้ป่วยชาย อายุ 31 ปี อาชีพนักศึกษา จากเมืองไคโร
  • รายที่ 2 ผู้ป่วยหญิง อายุ 22 ปี อาชีพแม่บ้าน
  • วันที่ 9 มิ.ย. 2563 เดินทางถึงไทย และเข้าพักสถานกักกันของรัฐที่ จ.ชลบุรี
  • วันที่ 13 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ไม่พบเชื้อ
  • วันที่ 20 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 พบเชื้อ
▪️ ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากประเทศกาตาร์ 3 ราย
  • รายที่ 3 ผู้ป่วยหญิง อายุ 31 ปี
  • รายที่ 4 ผู้ป่วยชาย อายุ 22 ปี อาชีพพนักงานนวดสปา
  • รายที่ 5 ผู้ป่วยชาย อายุ 52 ปี อาชีพพนักงานขับรถเครน
  • วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เดินทางจากเมืองโดฮาถึงไทย และเข้าพักสถานกักกันของรัฐที่ จ.ชลบุรี
  • วันที่ 21 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ ผล คือ พบเชื้อ (ทุกรายไม่มีอาการ)

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 เที่ยวบินนำคนไทยกลับประเทศ

▪️ วันที่ 23 มิ.ย. 2563

  • เนปาล (กาฐมาณฑุ) RA4011 เวลา 11.35 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 10 คน คนไทยตกค้าง
  • ญี่ปุ่น (โตเกียว) JL031 เวลา 15.40 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 201 คน คนไทยตกค้าง นักศึกษา นักท่องเที่ยว แรงงานฝึกงาน พระสงฆ์
  • อินเดีย (มุมไบ) FD9322 เวลา 18.45 น. ดอนเมือง จำนวน 185 คน คนไทยตกค้าง นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ เด็กเล็ก
  • เวียดนาม (โฮจิมินท์) VZ3973 เวลา 22.15 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 80 คน คนไทยตกค้าง

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 9,187,861 ราย +141,794 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 57,888 ราย +3,145 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 4,937,251 ราย +98,913 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 474,339 ราย +3,636 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,388,153 ราย
  2. บราซิล 1,111,348 ราย
  3. รัสเซีย 592,280 ราย
  4. อินเดีย 440,450 ราย
  5. อังกฤษ 305,289 ราย
  6. สเปน 293,584 ราย
  7. เปรู 257,447 ราย
  8. ซิลี 246,963 ราย
  9. อิตาลี 238,720 ราย
  10. อิหร่าน 207,525 ราย
    ** อันดับที่ 92 ประเทศไทย 3,156 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 23/06/2563 | 11.30 น.

‘สมชัย’ จี้ กกต. กรณีมีการซื้อเสียงที่ จ.ลำปาง ย้ำมีหลักฐานชัดเจน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.63 มีการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง
  • ผลการเลือกตั้ง นายวัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ คว้าชัยไป 61,980 คะแนน
  • ทางด้านอดีตกรรมการการเลือกตั้ง เผยมีชาวบ้านแจ้งร้องเรียนการซื้อเสียงเลือกตั้ง

วันนี้ (23 มิ.ย.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังคงติดตามกรณีอ้างว่ามีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งซ่อม เขต 4 จ.ลำปาง อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า

ภาพเงินซื้อเสียง เย็บแม็คๆ ละ 300 บาท 2 แม็ค 600 บาท แจกให้แก่ชาวบ้านหมู่ที่ 11 ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดลำปาง ที่ ประชาชน นำมามอบเป็นหลักฐานและพรรคเสรีรวมไทย ได้นำไปร้องต่อสำนักงาน กกต. จังหวัดลำปางเมื่อวานนี้ (ใส่ซองพลาสติกเพื่อกันรอยนิ้วมือ)

ชื่อ นามสกุล ของ บุคคลที่ซื้อเสียงในคลิปมีแล้ว บ้านเลขที่ของสถานที่เกิดเหตุมีแล้ว วันเวลาของเหตุบันทึกไว้ชัดเจน มีบุคคลพร้อมให้การเป็นพยาน กกต. อย่ารีรอที่จะดำเนินการ หาก สนง. กกต.จังหวัด ไม่รู้ กกต.กลาง จะให้ผมพาไปก็ได้

พร้อมกันนี้ได้โพสต์ถึง ระเบียบรางวัลสินบนนำจับซื้อเสียง ของ กกต. ประกาศใช้ตั้งแต่มีนาคม 2562 แต่ กกต.ไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ให้คนรู้ มีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการการคุ้มครองพยาน และ กำหนดให้ พนักงานสอบสวนของ กกต.ต้องลงไปหาหลักฐานเมื่อมีการร้องทุจริตจากประชาชน

หากเรื่องเป็นจริง จนทำให้แจกใบเหลือง ผู้แจ้งเบาะแสจะได้เงินรางวัล 100,000-200,000 บาท หากไปถึงใบแดง จะได้เงินรางวัล 100,000-300,000 บาท ใครมีหลักฐาน พบว่ามีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หรือ พร้อมเป็นพยานบุคคล รีบเลยครับ แปร 300 บาท เป็น 300,000 บาท

ขอบคุณ : สมชัย ศรีสุทธิยากร

‘วราวุธ’ ขอโทษชาวแพร่ ปมรื้อ ‘บอมเบย์ เบอร์มา’ ย้ำสั่งย้าย หน.สวนรุกขชาติฯ แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ การรื้อถอนอาคารไม้โบราณ บ้านบอมเบย์ เบอร์ม่า ที่ จ.แพร่
  • วานนี้ที่ประชุมสภาฯ มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าว เป็นข้อกังวลทั้งเรื่อง การซ่อมแซม การหาผู้รับผิดชอบ และการวางแนวทางไม่ให้เกิดเหตุดงกล่าวขึ้นอีกในอนาคต
  • ทางด้าน ‘วราวุธ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงพร้อมขอโทษชาว จ.แพร่ กรณีการรื้อถอน ระบุได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว พร้อมทั้งสั่งย้าย หัวหน้าสวนรุกขชาติเชตวัน

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง เป็นประธานในการประชุมวุฒิสภา โดย นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การรื้อถอนโบราณสถาน บ้านบอมเบย์ เบอร์ม่า ที่ จ.แพร่ โดยระบุว่า ขณะนี้เกิดการกระทำผิดกฎหมายชัดแจ้ง เป็นกฎหมายที่มีโทษทางอาญา เพราะอาคารหลังดังกล่าวถือเป็นโบราณสถาน ซึ่งอาจมีความเข้าใจผิดว่าเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นโบราณสถานแล้วจะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรเท่านั้น

มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504

นิยามคำว่า โบราณสถาน หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุ หรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้าง หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลป ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี

นายคำนูณ ยังระบุอีกว่า ตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.โบราณสถาน ให้รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเป็นโบราณสถานตามนิยามของกฎหมายไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนแต่อย่างใด ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งการดำเนินการตามกฎหมาย และการซ่อมแซมให้เหมือนเดิมให้มากที่สุด แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น รวมทั้งจะดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก

‘วราวุธ ศิลปอาชา’ ขอโทษชาวแพร่ ย้ำได้สั่งย้ายหัวหน้าสวนรุกขชาติเชตวันแล้ว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลุกขึ้นชี้แจง ว่า ต้องขอโทษที่ทำให้ชาว จ.แพร่ เสียความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น คือ เจ้าหน้าที่ไม่เห็นหัวอกของประชาชน ซึ่งการกระทำใดๆ ของภาคราชการจะต้องถือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นสำคัญ ขณะนี้ได้ให้กรมอุทยานฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวน รวมถึงย้ายหัวหน้าสวนรุกขชาติเชตวันแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการกระทำความผิดจะไม่ปกป้อง และต้องขอโทษที่ให้สัมภาษณ์ทั้งที่ยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น เบื้องต้นกรมอุทยานฯ จะขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อให้อาคารกลับมาเหมือนเดิมมากที่สุด ส่วนไม้ที่ถูกคัดแยกออกมา ทางกระทรวงฯ จะเป็นผู้ดูแล หากใครมีข้อมูลว่ามีการเอาไม้ไปขายขอให้แจ้งมาจะดำเนินการให้ถึงที่สุด