‘การบินไทย’ ส่งประกาศถึงเจ้าหนี้ ยังไร้กำหนดคืนเงินค่าบัตรโดยสาร

ประเด็นน่าสนใจ

  • บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีศาลล้มละลายกลาง ส่งเอกสารประกาศถึงเจ้าหนี้
  • พร้อมชี้แจงเจ้าหนี้ไม่จำเป็นต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

วานนี้ (14 มิ.ย.63) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงกรณีศาลล้มละลายกลาง ส่งเอกสารประกาศถึงเจ้าหนี้ ระบุว่า ตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2563 ซึ่งหากไม่มีการคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการจากเจ้าหนี้หรือผู้ทำแผน ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งให้บริษัทฯ ฟื้นฟูกิจการพร้อมทั้งแต่งตั้งผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนเพื่อกำกับดูแลการฟื้นฟูกิจการให้เป็นไปตามเป้าหมายนั้น

บริษัทฯ จึงได้รวบรวมรายชื่อของเจ้าหนี้ ซึ่งมีทั้งเจ้าหนี้การเงิน และเจ้าหนี้กระทำการให้แก่ศาล เพราะบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้าและ คู่ค้าที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีมาโดยตลอด และมีความจริงใจที่จะให้ลูกค้าและคู่ค้าได้รับทราบถึงกระบวนการฟื้นฟูกิจการ และการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทฯ โดยทั่วกัน

จากกรณีที่ลูกค้าอาจได้รับประกาศจากศาลล้มละลายกลางในเรื่องดังกล่าว และมีกระแสข่าว รวมทั้งความคิดเห็นเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าผู้มีอุปการคุณนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง บริษัทฯ ขอชี้แจงว่าลูกค้าที่เป็นเจ้าหนี้กระทำการ ได้แก่ ลูกค้าที่เป็นสมาชิกสะสมไมล์รอยัล ออร์คิด พลัส และลูกค้าที่ถือบัตรโดยสารของการบินไทย ท่านไม่จำเป็นต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แต่อย่างใด

ทั้งนี้ เพราะบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามนโยบายในการอำนวยความสะดวกและรักษาสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าเช่นเดิม เมื่อบริษัทฯ สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ส่วนลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสารนั้น บริษัทฯ จะได้กำหนดนโยบายร่วมกับผู้ทำแผนที่ศาลจะได้แต่งตั้งเพื่อลดภาระไม่ให้ลูกค้าต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการยื่นขอรับชำระหนี้ โดยบริษัทฯ จะแจ้งยืนยันในรายละเอียดให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ ลูกค้า และผู้โดยสารสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์การแลกไมล์สะสม การใช้บัตรโดยสารที่ท่านยังคงถืออยู่ และการขอคืนค่าบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 15/06/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 0 ราย (คงที่ 3,135 ราย)
  • ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จากสถานกักกันของรัฐ
  • ผ่านมาแล้ว 21 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 88 ของโลก

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 0 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,135 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,987 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 90 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 198 ราย

📍 10 อันดับ ประเทศที่คนไทยเดินทางกลับมา เข้าสถานกักกันของรัฐ
ข้อมูล 15 มิ.ย. 2563

  1. คูเวต 174 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 34 ราย
  2. อินโดนีเซีย 648 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 65 ราย
  3. ปากีสถาน 196 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 13 ราย
  4. ซาอุดิอาระเบีย 274 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 18 ราย
  5. กาตาร์ 216 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย
  6. คาซัคสถาน 55 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย
  7. ยูเออี 899 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 15 ราย
  8. รัสเซีย 412 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย
  9. มาเลเซีย 391 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 3 ราย
  10. ตุรกี 264 คน พบผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 เที่ยวบินนำคนไทยกลับประเทศ

▪️ วันที่ 15 มิ.ย. 2563
  • อินเดีย (นิวเดลี) XW9305 เวลา 07.10 น. ดอนเมือง จำนวน 191 คน คนไทยตกค้าง
  • อังกฤษ (ลอนดอน) TG917 เวลา 15.00 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 250 คน คนไทยตกค้าง
  • สิงคโปร์ SQ976 เวลา 17.25 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 29 คน คนไทยตกค้าง
▪️ วันที่ 16 มิ.ย. 2563
  • แอฟริกาใต้ (โจฮันเนสเบิร์ก) SA2986 เวลา 08.15 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 161 คน คนไทยตกค้าง
  • ญี่ปุ่น (โตเกียว) NH847 เวลา 15.30 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 192 คน คนไทยตกค้าง
  • อุซเบกิสถาน (ทาชเคนต์) UZB3533 เวลา 16.25 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 44 คน คนไทยตกค้าง
  • กาตาร์ (โดฮา-มัสกัต) WY0815 เวลา 18.00 น. สุวรรณภูมิ จำนวน 156 คน คนไทยตกค้าง

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 7,988,615 ราย +127,863 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 54,457 ราย +375 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 4,107,520 ราย +71,729 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 435,446 ราย +3,440 ราย

🌍 10 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,162,144 ราย
  2. บราซิล 867,882 ราย
  3. รัสเซีย 528,964 ราย
  4. อินเดีย 333,008 ราย
  5. อังกฤษ 295,889 ราย
  6. สเปน 291,008 ราย
  7. อิตาลี 236,989 ราย
  8. เปรู 229,736 ราย
  9. เยอรมนี 187,671 ราย
  10. อิหร่าน 187,427 ราย
    ** อันดับที่ 88 ประเทศไทย 3,135 ราย

ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 15/06/2563 | 11.30 น.

เจ้าหน้าที่ธนาคาร ย้ำต้องนำเงินมาคืนวันนี้ กรณีกดเงิน ATM ได้เงินเกิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 มิ.ย.63 มีประชาชนแห่กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หลังกดเงินแล้วได้เงินออกมาเป็น 10 เท่า
  • เบื้องต้นมีประชาชนบางส่วนทยอยนำเงินมาคืนธนาคารแล้ว
  • ทางด้านผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาระนอง ย้ำให้นำเงินมาคืนภายในวันนี้ ยืนยันมีหลักฐานชัดเจนว่าใครกดในช่วงเวลาดังกล่าว

จากกรณีคนกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาระนอง ถนนท่าเมือง ตำบลเขานิเวศน์ แล้วได้เงินไปเกินกว่าที่กดเป็น 10 เท่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ธนาคารระบุต้องมาคืนภายในวันนี้ (15 มิ.ย.63)

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงค่ำของวันที่ (13 มิ.ย.63) ซึ่งบางคนพบความผิดปกติในการกดเงินในคืนเกิดเหตุ ก็เร่งรีบมาดำเนินการลงบันทึกประจำวันทันที เพื่อเป็นหลักฐาน

ขณะที่ลูกค้าธนาคารบางคนกดเงินไป 1900 บาท แต่ปรากฎว่ามีเงินออกมา 19,000 บาท จึงรีบมาพบตำรวจและมาเจอเจ้าหน้าที่ธนาคารพอดี จึงมอบเงินส่งคืนให้ ผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาระนอง กล่าวว่า พอทราบเรื่อง ธนาคารได้ทำการปิดระบบดังกล่าวแล้ว ไม่สามารถถอนได้ แต่ก็พบว่า มีเงินไหลออกจากตู้ไป ประมาณกว่า แสนบาท ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด เพราะต้องรอทำการในวันนี้

โดยตอนนี้มีพลเมืองดีที่พบความผิดปกติ ทยอยนำเงินมาคืน ตอนนี้ ประมาณ 9 หมื่นกว่าบาท พร้อมยืนยันว่า ธนาคารทราบว่าบุคคลใดกดเงินไปในช่วงเวลาที่ระบบผิดปกติ เนื่องจากมีการบันทึกข้อมูลตามบัตรเอทีเอ็ม เพราะฉะนั้นขอให้คนที่กดเงินและได้เงินไปมากกว่าจำนวนเงิน ต้องนำเงินมาคืนก่อนถูกดำเนินคดี