‘วิษณุ’ เผย เดือนหน้ามีลุ้นหยุดชดเชยเกิน 4 วัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • รองนายกรัฐมนตรี เผยการพิจารณาวันหยุดเป็นอำนาจของ ครม.
  • พร้อมระบุว่า วันหยุดนั้นขึ้นอยู่กับมติ ครม. หากให้เกิน 4 วัน ได้ก็ถือว่าได้ ไม่ได้เป็นปัญหา

วันนี้ (13 มิ.ย.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการพิจารณาวันหยุดชดเชยสงกรานต์ ว่า ตอนนี้เร็วไปที่จะพูดถึง เพราะเดือนหน้ามีวันหยุดถึง 4 วันให้เรียบร้อยก่อนซึ่งการพิจารณาวันหยุดเป็นอำนาจของ ครม. ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องนำมาพูดกันในที่ประชุม ศบค. เพราะไม่เกี่ยวกับโควิด-19 แต่เป็นเรื่องสิทธิผู้ใช้แรงงาน

วันหยุดราชการ มีผลต่อข้าราชการ กับผู้ใช้แรงงาน ข้าราชการจะหยุดหรือไม่ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพราะข้าราชการทำงาน 24 ชั่วโมง ที่หยุดเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลกรุณาให้ แต่ผู้ใช้แรงงานถือเป็นสิทธิ ที่ 1 ปี ควรจะมีวันหยุดได้กี่วัน เมื่อดึงวันสงกรานต์ออกมา ก็ต้องคืนกลับให้ผู้ใช้แรงงาน แต่ข้าราชการจะได้หยุดไปด้วย

เมื่อถามว่า โดยหลักการแล้วหากหยุดจะต้องไม่เกิน 4 วันใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับมติ ครม. หากให้เกิน 4 วัน ได้ก็ถือว่าได้ ไม่ได้เป็นปัญหา ทั้งนี้ที่เราเคร่งครัดกัน คือเรื่องของตลาดหุ้นกับธนาคาร ซึ่งเป็นคนละอย่างกัน เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่หยุดยาว 6 วันหรือ 9 วันมีลุ้นใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สุดท้ายก็เกิน 4 วันอยู่ดี มีข้อยกเว้นได้

ในส่วนของการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการประชุม ศบค. ล่าสุดที่ผ่านมา ยังไม่มีการพูดถึง เนื่องจากยังต้องประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นับจากนี้อีก 15 วัน โดยคาดว่าจะมีการพูดคุยในที่ประชุม ศบค. ก่อนปลายเดือน 1 สัปดาห์ แล้วจึงนำเข้าที่ประชุม ครม. 23 มิถุนายน นี้

ทั้งนี้กิจการ กิจกรรมในระยะที่ 4 ที่ยังไม่อนุญาตให้เปิด ยังไม่มีการหารือกันว่าจะผ่อนคลายเมื่อใด แต่ก็จะมีการประเมินกัน เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ประเมินทุก 2 สัปดาห์ แต่หากยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน กิจการต่างๆ เหล่านี้ก็สามารถเปิดได้

และหาก ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปแล้วสถานการณ์แพร่ระบาดแย่ลง นายกฯ ก็สามารถกลับมาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ทันที แล้วค่อยนำเรื่องเข้า ครม. ภายใน 3 วัน ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ นายวิษณุ ได้ยกตัวอย่างว่า ในต่างประเทศอย่างอิตาลี มีทนายความฟ้องร้องรัฐบาล กรณีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล่าช้า จนทำให้สถานการณ์ในประเทศแย่ลง มีคนบาดเจ็บล้มตาย

นอกจากนี้ที่อังกฤษก็มีการฟ้องร้องนายกฯ ที่ประกาศล็อคดาวน์ เมื่อ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ช้าไป ทำให้เกิดความเสียหาย แต่สำหรับประเทศไทย เมื่อประกาศไปแล้ว กลายเป็นเรื่องโอเวอร์ มีคนไปฟ้องว่าทำประชาชนเดือดร้อน

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 13/06/2563 | 11.30 น.

สรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019

📍 สถานการณ์ในประเทศไทย

  • ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 5 ราย (รายที่ 3,130 – 3,134 ราย)
  • รายใหม่ทั้ง 5 ราย เดินทางมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย และเข้าสถานกักกันของรัฐ
  • ผ่านมาแล้ว 19 วัน ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ
  • ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 87 ของโลก +1

🔵 ผู้ป่วยหายกลับบ้าน 0 ราย
⚫️ ผู้ป่วยเสียชีวิต 0 ราย

📍 ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ แบ่งเป็น 1 กลุ่ม

🔸 กลุ่มที่ 1 ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันของรัฐ (จำนวน 5 ราย)
  • ผู้ป่วยชายทั้ง 5 ราย เป็นนักเรียน นักศึกษา เดินทางมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย
  • วันที่ 12 มิ.ย. 2563 ตรวจหาเชื้อ และพบเชื้อ
  • โดย 3 รายแรก อายุ 21 ปี 23 ปี และ 26 ปี มีอาการไข้เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น เข้ารักษาที่โรงพยาบาลใน จ.ฉะเชิงเทรา
  • อีก 2 ราย อายุ 24 ปี และ 26 ปี มีอาการไอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น เข้ารักษาที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ

🔹 ผู้ป่วยสะสม 3,134 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยหายกลับบ้าน 2,987 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 89 ราย
🔹 รวมผู้ป่วยเสียชีวิต 58 ราย
🔹 รวมติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย
🔹 อยู่ในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine 197 ราย +5

📍 ช่วงอายุ

  • อายุน้อยสุด 1 เดือน
  • อายุสูงสุด 97 ปี
  • อายุเฉลี่ย 39 ปี

📍 ผู้ป่วยยืนยัน แยกตามพื้นที่รักษา

  1. กรุงเทพฯ และนนทบุรี 1,746 ราย
  2. ภาคเหนือ 95 ราย
  3. ภาคกลาง 438 ราย
  4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย
  5. ภาคใต้ 744 ราย

🌍 สถานการณ์ทั่วโลก

▪️ ผู้ป่วยสะสมทั่วโลก : 7,732,948 ราย
▪️ ผู้ป่วยอาการหนักทั่วโลก : 53,887 ราย
▪️ รักษาหายทั่วโลก : 3,956,279 ราย
▪️ เสียชีวิตทั่วโลก : 428,248 ราย

🌍 5 อันดับ ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสม

  1. สหรัฐอเมริกา : 2,116,922 ราย
  2. บราซิล 829,902 ราย
  3. รัสเซีย 511,423 ราย
  4. อินเดีย 309,603 ราย
  5. อังกฤษ 292,950 ราย
    ** อันดับที่ 87 ประเทศไทย 3,134 ราย

| ติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 : https://news.mthai.com/covid-19

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย วันนี้ 13/06/2563 | 11.30 น.

‘กรุงเทพโพลล์’ เผยประชาชน ร้อยละ 51.8 อยากให้แจกเงินในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “คนไทยไปไหน…หลังผ่อนคลายมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ” เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 8 – 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา
  • สถานที่ที่ประชาชนไม่คิดว่าจะไป ร้อยละ 91.1 โรงภาพยนตร์
  • ประชาชน ร้อยละ 51.8 อยากให้แจกเงินแบบให้เปล่า หากมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วงเดือน ก.ค. – ต.ค. 63

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “คนไทยไปไหน…หลังผ่อนคลายมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,204 คน ระหว่างวันที่ 8 – 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า สถานที่ ที่ประชาชนได้ไปมากที่สุดภายหลังมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติได้รับการผ่อนปรน ร้อยละ 83.1 ตลาด ตลาดนัด ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ร้อยละ 44.8 ห้างสรรพสินค้า, ร้อยละ 40.1 ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม

ส่วนสถานที่ที่ประชาชนไม่คิดว่าจะไปเพราะกังวลการติดเชื้อมากที่สุด ร้อยละ 91.1 โรงภาพยนตร์, ร้อยละ 83.8 การใช้สนามบินภายในประเทศ,ร้อยละ 81.5 สถานบริการ สปา ร้านนวด

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าอยากให้มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วงเดือน ก.ค. – ต.ค. 63 อย่างไร ร้อยละ 51.8 อยากให้แจกเงินแบบให้เปล่า,ร้อยละ 24.1 นำใบเสร็จค่าที่พัก ค่าอาหาร มาลดหย่อนภาษี และร้อยละ 21.2 ให้วอชเชอร์ส่วนลดที่พักร้านอาหาร

ส่วนความคาดหวังต่อการหยุดชดเชยแทนวันสงกรานต์ ร้อยละ 46.6 อยากให้ไปรวมกับวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่เลย, ร้อยละ 33.3 หวังให้หยุด ในช่วงเดือนที่ไม่มีวันหยุดเลยเช่น เดือนกันยายน และร้อยละ 20.1 หวังว่าจะหยุดยาวติดต่อกันไปเลย ในช่วงวันหยุดยาวช่วงใดช่วงหนึ่ง