กรมอุตุฯ เตือน ‘พายุนูรี’ ฝนตกหนักทั่วประเทศ กระทบ 13-16 มิ.ย.63

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 4 “พายุโซนร้อน “นูรี” กระทบ 13-16 มิ.ย.63
  • ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
  • พื้นที่เสี่ยงภัย อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุโซนร้อน “นูรี”” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2563

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (13 มิถุนายน 2563) พายุโซนร้อน“นูรี” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กม/ชม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม/ชม

คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 13-16 มิถุนายน 2563 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้

วันที่ 13 มิถุนายน 2563

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ในช่วงวันที่ 14 – 15 มิถุนายน 2563

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 16 มิถุนายน 2563

  • ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม
  • ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และนครปฐม
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.

เสียงวอนจากครอบครัวคนไทย “2 สัญชาติ” เมื่อต้องทิ้งอีกคนไว้ต่างประเทศ

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลปิดน่านฟ้า และอนุญาติให้เฉพาะคนไทย หรือ ชาวต่างชาติที่มี Work Permit เข้าประเทศเท่านั้น
  • ส่งผลให้ครอบครัวคนไทย ที่มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้
  • ทางกลุ่มครอบครัวคนไทยที่ยังคงติดค้างในต่างประเทศจึงอยากขอความชัดเจนจากรัฐบาล ในเรื่องของการเดินทางกลับไทย ก่อนที่จะมีการเปิด Travel Bubble

บทความนี้ รวบรวมจากกลุ่มคนไทยที่ยังคงติดค้างในต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยเหล่านั้นยังไม่ได้เดินทางกลับมาเนื่องจากความเป็น “ครอบครัว 2 สัญชาติ” ที่สามารถติดทางกลับมาได้เพียงฝ่ายที่ถือ “สัญชาติไทย” เท่านั้น

ท่ามกลางวิกฤติของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก และยังไม่มีวี่แววที่จะลดลงแต่อย่างใด ในหลายๆ ประเทศ โดยผลกระทบดังกล่าว ทำให้หลายประเทศมีการ “ปิดกิจการ” หรือ “ปิดเมือง” หลายแห่ง ส่งผลต่อประชาชนจำนวนมาก และนั่น ก็รวมไปถึง “คนไทยในต่างแดน” ด้วยอย่างแน่นอน

หลังจากในหลายประเทศทั้งในอเมริกา ยุโรป เอเซีย มีการระบาดใหญ่เกิดขึ้น ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และมีการประกาศ “ปิดน่านฟ้า” เพื่อป้องกันการแพร่ะระบาดของเชื้อโรค และอนุญาตให้ คนไทย หรือชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงาน บางส่วนสามารถเดินทางกลับเข้าประเทศได้

โดยผลการดำเนินการที่ผ่านมาสะท้อนภาพให้เห็นว่า ไทย สามารถจำกัดการระบาดได้เป็นอย่างดี แต่แน่นอนว่า ข้อจำกัดที่มีนั้นก็ส่งผลกระทบต่อคนไทยอีกจำนวนมากในต่างแดนเช่นกัน

เมื่อครอบครัวต้องทิ้งอีกคนหนึ่งไว้เบื้องหลัง เพราะไม่ใช่สัญชาติไทย

หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และยังคงอยู่ในต่างประเทศ หลายคนเลือกที่อยู่ต่อทั้งๆ ที่อยากกลับมาไทย แต่ทำไม่ได้เนื่องจาก ความเป็น “ครอบครัว 2 สัญชาติ”

ครอบครัว 2 สัญชาติคือ ครอบครัวที่มีคู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งปัญหาของกลุ่มครอบครัว 2 สัญชาติเหล่านี้ แม้ว่า จะมีหลักฐานการจดทะเบียนสมรสถูกต้อง แต่ฝ่ายคู่สมรสที่เป็นชาวต่างชาตินั้น “ไม่สามารถร่วมเดินทาง” กลับไทยมาด้วยได้

แหล่งข่าวรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ได้วางแผนจะย้ายครอบครัวกลับมาอยู่ไทย พร้อมสามีชาวต่างชาติ และลูก จึงได้วางแผนต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว และได้เร่งดำเนินการ หลังมีข่าวการระบาดของโควิด-19

ตนเองและสามี ได้ลาออกจากงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้ส่งของต่างๆ ออกจากสหรัฐฯ มาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตอนนี้ ของใช้ในบ้านต่างๆ ที่ส่งมาถึงไทยแล้ว แต่คนยังไปไม่ได้ เพราะยังติดปัญหาไม่สามารถเดินทางมาไทยได้ เนื่องจากสามี ไม่สามารถเดินทางมาด้วยได้ เนื่องจากติดข้อกำหนดของรัฐบาล ที่อนุญาตให้ “ผู้ที่มีสัญชาติไทย” เท่านั้น

ทำให้หลายครอบครัว สามารถเดินทางมาได้เพียงคนเดียว หรือ ร่วมกับลูก เท่านั้น ส่วนสามีหรือภรรยาชาวต่างชาติ ยังคงต้องติดค้างอยู่ในประเทศต้นทาง

หากรัฐจะเปิด Travel Bubble ก็ขอให้นึกถึงคนไทยในต่างแดนขอแค่ครอบครัว 2 สัญชาติของคนไทยด้วยเช่นกัน

ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อไหร่จะพิจารณาให้ชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นคนในครอบครัวของไทยเข้าประเทศได้ และดูเหมือนรัฐบาลจะมองสมาชิกในครอบครัวไทย เป็นเพียงนักท่องเที่ยว

อีกรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ตนเองต้องคลอดลูกและเลี้ยงลูก เพียงลำพังในตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสามี ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ไม่สามารถเดินทางมาได้ เพราะติดปัญหาเรื่องของ Work permit

ขณะนี้ กลุ่มคนไทยที่เป็นกลุ่มครอบครัว 2 สัญชาติ ได้ร่วมตัวกันใน Facebook ชื่อว่า “Farangs Stranded Aboard Due to lockdown in Thailand และ Thai Expats Stranded Overseas Due to COVID-19 Travel Restrictions” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารต่างๆ เพื่อหาทางที่จะกลับมาไทย

เรียกร้องขอ เพราะเข้าใจ

กลุ่มครอบครัวคนไทย 2 สัญชาติที่ได้รวมตัวกัน เพื่ออยากขอเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยพิจารณา ถึงความเป็นไปได้ ในการอนุญาตให้คนชาวต่างชาติที่เป็นคู่สมรส ในครอบครัว 2 สัญชาติของพวกเขา ได้เดินทางมาด้วยเท่านั้น

โดยอยากฝากให้รัฐบาลมองว่า นี่ก็คือครอบครัวของคนไทยที่อยู่ในต่างแดน ไม่ใช่เป็นเพียงชาวต่างชาติคนหนึ่งที่เป็นเพียงผู้เดินทางมาท่องเที่ยวและกลับประเทศเท่านั้น

ซึ่งทุกคนยินดีที่จะเข้าสู่มาตรการของรัฐ ไม่ว่าการกักตัวต่างๆ การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งก่อนการเดินและหลังการเดินทาง

ดังนั้น ก่อนที่รัฐบาลจะเลือกเปิด Travel Bubble กลุ่มคนไทยที่ยังคงติดค้างอยู่ในต่างประเทศเหล่านี้ ยังคงเฝ้ารอความชัดเจนจากทางรัฐบาลว่า เมื่อไหร่ ถึงจะอนุญาตให้พวกเขาเหล่านั้นได้เดินทางกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวได้อีกครั้ง

ศบค. แถลง ‘ยกเลิกเคอร์ฟิว’ คลายล็อกระยะที่ 4 บังคับใช้ 15 มิ.ย.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • โฆษก ศบค. เผยที่ประชุม ศบค. มีมติเห็นชอบมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 4
  • ให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563
  • แต่ยังคงมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งทางบก น้ำ อากาศ

วันนี้ (12 มิ.ย.63) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ​(โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่าในการผ่อนคลายระยะที่ 4 ว่าที่ประชุม ศบค. มีมติเห็นชอบมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 4 โดยให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 แต่ยังคงมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งทางบก น้ำ อากาศ

มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 มีดังนี้

ผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่

สำหรับการเรียน การสอน อบรม สัมมนา ในรูปแบบวิถีใหม่

  • โรงเรียน
  • โรงเรียนนอกระบบ ประเภทกวดวิชา
  • โรงเรียนนานาชาติ
  • สถาบันการศึกษา
  • หน่วยงานราชการ

1.กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต

▪️ ก.

  • การจัดประชุม
  • การอบรม
  • สัมมนา
  • จัดนิทรรศการ
  • ห้องประชุม
  • ศูนย์ประชุม
  • ศูนย์แสดงสินค้า
  • งานพิธี
  • การจัดเลี้ยง
  • แสดงสินค้า
  • นาฏศิลป์
  • คอนเสิร์ต
  • กิจกรรมต่างๆที่จัดในโรงแรม
  • โรงมหรสพ
  • โรงหนัง
    (ประชุม อบรม สัมมนา : 4 ตร.ม./คน)
    (จัดเลี้ยง งานอีเว้นท์ เปิดตัวสินค้า ประกวด แข่งกีฬา : ระยะนั่ง-ยืน 1 เมตร)
    (งานดนตรี คอนเสิร์ต : ลดความหนาแน่น : 5 ตร.ม./คน)

▪️ ข.

  • ภัตตาคาร
  • สวนอาหาร
  • ศูนย์อาหาร
  • โรงแรม
  • ร้านอาหาร
  • สถานที่ที่ได้รับอนุญาตตามกฏหมาย และได้รับการผ่อนคลายก่อนหน้านี้
    (จำหน่ายและนั่งดื่มแอลกอฮอล์ได้)
    (สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ โรงเบียร์ ยังไม่เปิด)

▪️ ค.

  • ศูนย์เด็กเล็ก
  • สถานรับเลี้ยงเด็ก
  • ศูนย์เด็กพิเศษ
  • สถานดูแลผู้สูงอายุ
  • สถานสงเคราะห์
    (เด็กเล็ก แบ่งกลุ่ม : 2 ตร.ม./คน)
    (ผู้สูงวัย วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และจุดคัดกรอง)

▪️ ง.

  • ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
  • อุทยานวิทยาศาสตร์
  • ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม
    (กรณีเข้าชมเป็นกลุ่ม แบ่งกลุ่มกลุ่มเด็ก เข้าชมเป็นรอบ)

▪️ จ.

  • กองถ่ายรายการ ละคร หนัง และวีดีทัศน์
    (กองถ่ายทำ รวมทุกแผนกไม่เกิน 150 คน และมีผู้เข้าชมไม่เกิน 50 คน)

2.กิจกรรมด้านออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ หรือ สันทนาการ

▪️ ก.

  • การอบตัว
  • อบสมุนไพร
  • อบไอน้ำ
  • สปา
  • นวดแผนไทย
  • ออนเซ็น
    (เน้นให้บริการแบบแยกห้องเดียว)
    (ห้องรวม ควบคุมจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการต่อรอบ : 5 ตร.ม. / คน)
    (อาบอบนวด ยังไม่เปิด)

▪️ ข.

  • ออกกำลังกายแบบกลุ่มในสวนสาธารณะ
  • ลานกิจกรรม
  • พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ
  • ลานกีฬากลางแจ้ง
    (จำกัดรวมกลุ่ม : 5 ตร.ม./คน รวมไม่เกิน 50 คน)

▪️ ค.

  • สวนน้ำ
  • สนามเด็กเล็ก
  • สวนสนุก
    (บ้านบอล บ้านลม ยังเปิดไม่ได้ เพราะมีพื้นผิวสัมผัสมาก เสี่ยงติดเชื้อ)
    (สวนน้ำ : 4 ตร.ม. ต่อ ผู้ใช้บริการ 1 คน)

▪️ ง.

  • สนามกีฬา
  • สถานที่ออกกำลังกาย
  • ลานเล่นกีฬา
  • การเรียนการสอน ประเภทกีฬา
  • จัดแข่งขันได้ ถ่ายทอดสดได้ “แต่ต้องไม่มีผู้ชม”
  • ต้องดำเนินตามขั้นตอนที่ทางราชการกำหนด

▪️ จ.

  • ตู้เกม เครื่องเล่นหยอดเหรียญ “ที่ได้รับอนุญาต”
    (ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์)
    (ร้านเกมส์ ข้างนอกยังไม่ได้)