ปิดตำนานชีวิต อ.รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้แต่ง มานะ-มานี เสียชีวิตแล้ว

วานนี้(15 เม.ย.) เวลาประมาณ 10.00น. โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เจ้าของนิตยสารอะเดย์ ได้โพสต์ทวิตผ่าน @wongthanong ระบุข้อความ แสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไป ของ อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้ประพันธ์ หนังสือ “มานะ มานี ปิติ ชูใจ” ที่ถึงแก่กรรมอย่างสงบแล้ว เมื่อคืนวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

1-(1)

ทั้งนี้อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ อายุรวม 82 ปี เป็นนักเขียนเจ้าของรางวัลนราธิป ปี 2556 เป็นผู้แต่งมานะ มานี ปิติ ชูใจชุดแบบเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษา ในชั้นประถมปีที่ 1-6 ระหว่างปี พ.ศ. 2521- 2537 รวมทั้งสิ้น 12 เล่ม ซึ่งใช้ในการเรียนการสอนภาษาไทย

มานะ มานี ปิติ ชูใจ มีเรื่องราว ตัวละคร และการดำเนินเรื่องเหมือนชีวิตจริง สะท้อนสังคมชนบท ธรรมชาติ และมิตรภาพ เพื่อให้เรื่องสนุกสนาน น่าอ่าน และเพิ่มประสบการณ์ทางภาษา มีเรื่องราวแสดงบทบาทของตัวละครและเหตุการณ์ ที่แสดงบุคลิกนิสัยและคุณธรรม แต่ละบทมีภาพประกอบ ท้ายของแต่ละบท มีแบบฝึกฝนความรู้

1.2.3

อย่างไรก็ตามเมื่อข่าวการเสียชีวิตของอาจารย์รัชนี ได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้คนในสังคมออนไลน์ที่เกิดทันเรียนมานะ มานี หรือคนที่รู้จักมานะมานี พากันแชร์ข้อความไว้อาลัย รวมถึงมีการโพสต์ข้อความรำบึกถึงพระคุณของ อ.รัชนี เป็นจำนวนมาก โดยหลายคนบอกว่าที่อ่านออกเขียนได้ในวันนี้เพราะแบบเรียนมานะมานี รวมไปถึงแบบเรียนของอาจารย์รัชนีเป็นเครื่องส่งต่อความทรงจำระหว่างช่วงชีวิตวัยเด็กได้อย่างดี

1.2

แฉคลิปพร้อมใบสั่ง ตำรวจสั่งปรับ5,000 ฐานแต่งตัวไม่เรียบร้อย

ชาวเน็ตแฉคลิปพร้อมใบสั่ง ตำรวจสั่งปรับ5,000 ฐานแต่งตัวไม่เรียบร้อย วอนสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ หวั่นเป็นใบสั่งปลอม

1 (1)

สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ คุณต่าย มเหศวร ได้โพสคลิปพร้อมภาพใบสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยคลิปมีชื่อว่า “แฉหนักๆ!! โดน5,000 ข้อหาแต่งตัวไม่เรียบร้อย” เผยรายละเอียดว่า โชเฟอร์ขับรถคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปเขียนใบสั่งจ่ายค่าปรับ ซึ่งขณะนั้นมีผู้โดยสารนั่งมาด้วย โดยผู้โดยสารได้ถ่ายคลิปบันทึกเหตุการณ์ไว้

โชเฟอร์ขับรถอ้างว่าโดนใบสั่งข้อหาแต่งกายไม่สุภาพขณะขับรถ ซึ่งต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ซึ่งโชเฟอร์รีบไปส่งผู้โดยสารเพราะเกรงว่าจะเสียเวลาเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดใบขับขี่เอาไว้เพื่อให้มาเคลียร์ทีหลัง

ต่อมามีการนำคลิปมาแชร์บนสังคมออนไลน์พร้อมภาพใบสั่ง ซึ่งปรากฎว่าพบข้อผิดปกติเนื่องจากใบสั่งที่เขียนไม่มีการประทับตรายางว่ามาจากหน่วยงานสังกัดใด โรงพักใด ซึ่งหลายเลขของใบสั่งดังกล่าว เป็นใบสั่งเล่มที่ 01327 NO.01

โดยเจ้าของคลิปได้มีการเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเพราะเกรงว่าจะเป็นตำรวจเขียนใบสั่งปลอม ซึ่งเจ้าของคลิปเผยว่าวันที่เกิดเหตุชายโชเฟอร์แต่งกายด้วยเสื้อเชิ๊ตสีฟ้าพร้อมกางเกงขายาวสุภาพตามปกติ

ทั้งนี้ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 หมวด 10 บทกำหนดโทษ มาตรา 127 ระบุว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 26 วรรคสอง มาตรา 101 มาตรา 102 (1) (2) หรือ (4) มาตรา 103 มาตรา 103ทวิ มาตรา 104 มาตรา 105 มาตรา 106 หรือ มาตรา 107 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท รวมไปถึงมีกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแต่งกายของคนขับรถยนต์สาธารณะ ในข้อ 2 ดังนี้

ข้อ 2 ในขณะขับรถรับจ้าง คนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ และรถยนต์
บริการทัศนาจรต้องแต่งกายให้สะอาด สุภาพเรียบร้อยและรัดกุม ด้วยเครื่องแต่งกาย ดังต่อไปนี้
(1) เสื้อเชิ้ตคอตั้งหรือคอพับ แขนยาวหรือแขนสั้น ไม่มีลวดลาย การสวมเสื้อให้สอดชายล่าง
ของเสื้ออยู่ภายในกางเกง ยกเว้นเสื้อที่โดยสภาพไม่ต้องสอดชายล่างให้อยู่ภายในกางเกง
(2) กางเกงขายาวไม่มีลวดลาย
(3) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อ

1-(1)

ชาวเน็ต เถียงกันวุ่น โจทย์คณิตคิดไม่ออก-ติวเตอร์ดังช่วยเฉลย

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเป็นข้อถกเถียงกันอย่างหนักในโลกออนไลน์ จากกรณีที่มีคนในเฟซบุ๊ค แชร์ภาพคำถามโจทย์คณิตศาสตร์ที่ดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ง่ายเลย

1 (1)

เพราะเมื่อลองให้หลายคนตอบกลับได้คำตอบที่ไม่ตรงกัน ซึ่งโจทย์ที่ว่านี้คือ 6/2(1+2) = ? ซึ่งบางคนก็ตอบ 3 บางคนก็ตอบ 9 หรือบางคนก็ตอบ 1 สร้างความงงงวยให้กับหลายคนเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคนต่างยกทฤษฎีและหลายวิธีคิดมาอ้าง

โดยทาง Mthai News ได้มีการติดต่อสอบถามไปยังโรงเรียนกวดวิชาอาจารย์อรรณพ ซึ่งเป็นสถาบันติวเตอร์ทางด้านคณิตศาสตร์ชื่อดัง ได้อธิบายคำตอบและวิธีคิดของโจทย์ข้อนี้ว่า Concept ลำดับการคำนวณของเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Order of Operations (Priority Rules for Arithmetic) จะมีการคำนวนตามลำดับ โดย คำนวณจาก Priority สูงสุดก่อน ซึ่งวงเล็บวงในสุดจะมี Priority สูงสุด ในกรณีที่ถ้า Priority เท่ากัน ให้คำนวณจากเครื่องหมายทางซ้ายมือไปขวามือ

ในโจทย์ข้อนี้ 6/2(1+2) = ? สามารถอธิบายได้ว่า Priority ที่มากที่สุดอันดับแรก และ ต้องคำนวณก่อน คือ (1+2) ดังนั้น จะได้ว่า 6/2(1+2) = 6/2(3) จากนั้น Priority ของ การหาร และ การคูณ เท่ากัน การคำนวณจะคิดจาก ซ้ายมือไปขวามือครับ 6/2(3) จะได้เท่ากับ 3 (3) คำตอบของข้อนี้คือ 9

1-(1)