ชาวเน็ตเถียงกันวุ่น โจทย์คณิต 6/2(1+2) = ? คิดไม่ออก

วันนี้(9 เม.ย.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ค แชร์ภาพคำถามโจทย์คณิตศาสตร์ที่ดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ง่ายเลยเพราะเมื่อลองให้หลายคนตอบกลับได้คำตอบที่ไม่ตรงกัน

1 (1)

ซึ่งโจทย์ที่ว่านี้คือ 6/2(1+2) = ? ซึ่งบางคนก็ตอบ 3 บางคนก็ตอบ 9 หรือบางคนก็ตอบ 1 สร้างความงงงวยให้กับหลายคนเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคนต่างยกทฤษฎีและหลายวิธีคิดมาอ้าง

โดยทาง Mthai News ได้มีการติดต่อสอบถามไปยังโรงเรียนกวดวิชาอาจารย์อรรณพ ซึ่งเป็นสถาบันติวเตอร์ทางด้านคณิตศาสตร์ชื่อดัง ได้อธิบายคำตอบและวิธีคิดของโจทย์ข้อนี้ว่า Concept ลำดับการคำนวณของเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Order of Operations (Priority Rules for Arithmetic) จะมีการคำนวนตามลำดับ โดย คำนวณจาก Priority สูงสุดก่อน ซึ่งวงเล็บวงในสุดจะมี Priority สูงสุด ในกรณีที่ถ้า Priority เท่ากัน ให้คำนวณจากเครื่องหมายทางซ้ายมือไปขวามือ

ในโจทย์ข้อนี้ 6/2(1+2) = ? สามารถอธิบายได้ว่า Priority ที่มากที่สุดอันดับแรก และ ต้องคำนวณก่อน คือ (1+2) ดังนั้น จะได้ว่า 6/2(1+2) = 6/2(3) จากนั้น Priority ของ การหาร และ การคูณ เท่ากัน การคำนวณจะคิดจาก ซ้ายมือไปขวามือครับ 6/2(3) จะได้เท่ากับ 3 (3) คำตอบของข้อนี้คือ 9

1-(1)

ชาวเน็ตตั้งแง่สงสัย รอดทหารเพราะเป็นหอบหืด ?

วันนี้(8 เม.ย.) จากกรณีที่ณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงชายชื่อดังที่มีอายุครบเกณฑ์ทหารและได้ผ่อนผันมาถึง 3 ครั้ง โดยในครั้งนี้ ณเดชน์ได้มารายงานตัวตามระเบียบและได้ สด. 43 แล้ว เนื่องใช้สิทธิของการมีโรคประจำตัว เป็นโรคหอบหืด โดยประเด็นดังกล่าวได้เกิดข้อสงสัยในกลุ่มชาวเน็ตว่า การเป็นโรคหอบหืดถึงกับรอดพ้นการเกณฑ์ทหารเลยหรือ ? และเป็นการใช้อภิสิทธิ์หรือไม่ ?

1.2

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปได้ตั้งกระทู้ชื่อ “ผู้ที่เป็นหอบหืด ฝึกทหารไม่ได้จริงหรือ?” ตั้งคำถามถึงกรณีดังกล่าว สมาชิกชื่อคุณ boebus ได้เผยเรื่องราวส่วนตัวว่า ตนเคยเป็นหอบหืดตั้งแต่เด็กและเคยนอนโรงพยาบาลแต่ก็ยังสามารถเรียนรด.ได้ ตอนออกกำลังกายมากขึ้นแทบจะไม่มีอาการของโรค โดยอาการหอบมีหลายระดับ

ซึ่งคนที่เป็นหอบขนาดฝึกทหารไม่ได้จริงๆ ควรจะเป็นหอบหืดระดับที่แค่ออกกำลังกายนิดหน่อยก็หอบแล้ว ไม่สามารถไปเตะบอลกลางสนามเป็นเวลานานๆได้แน่ แต่ถ้าไปเตะบอลกลางสนามได้เป็นชั่วโมงนี่อย่าบอกเลยว่าเป็นหอบหืดหนัก ซึ่งนี่กลายเป็นช่องว่างให้คนที่เป็นโรคนี้(ไม่ว่าจะเบาหรือหนัก) ใช้ในการเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ซึ่งดูจากอาการดาราท่านนี้ ถ้าเคสปกติคงไม่มีแพทย์ทหารคนไหนเซ็นใบรับรองว่าไม่ต้องไปฝึกทหารให้หรอกครับ นอกจากมีนอกมีใน

1.2.3

สมาชิกชื่อคุณปู่หลินปิง ได้เผยว่าประเด็นดังกล่าวมันอยู่ที่มีคนอื่นที่เป็นหอบหืดเช่นกัน แต่ก็ถูกจัด ดี 1 ประเภท 1 ทำให้เกิดการมองถึงลักษณะ อภิสิทธิ์ชน และในเมื่อณเดชน์รู้อยู่แล้วว่า เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มประเภทที่ 4 ทำไมไม่ยื่นเรื่องตั้งแต่แรก จะเสียเวลาผ่อนผันทำไม เพราะคนรู้จักหลายคน

ถ้าทราบว่าตัวเองมีโรคที่ถูกจัดในประเภทที่ 4 จะไม่ทำเรื่องผ่อนผัน และแสดงหลักฐานในปีแรกที่ถูกหมายเรียกเลยและส่วนตนคิดว่าการกระทำของณเดช ดูแปลกตรงที่ยื่นผ่อนผันมา 2 ปีทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำประเด็นที่สำคัญมาก และอยากให้โฟกัสตรงนี้มากกว่า คือ เราจะเชื่อถือระบบการจัดประเภทบุคคลโดยแพทย์ได้หรือไม่ ในเมื่อคนที่ผิดปกติมากมายดันหลุดเข้าไปในค่าย

1 (1)

อย่างไรก็ตามบรรดาแฟนคลับของณเดชน์ คูกิมิยะได้ออกมาแก้ต่างในประเด็นๆต่าง โดยมีการหยิบยกอ้างพรบ.ทหาร รวมไปถึงชี้แจ้งเกี่ยวกับมาตรฐานการตรวจร่างกายของแพทย์ทหารที่มีความเชื่อถือได้ รวมไปถึงมีการอ้างเกี่ยวกับผลกระทบเกี่ยวกับหน้าที่การงานของณเดชน์และบริษัทต้นสังกัดที่จะได้รับผลกระทบหากณเดชน์ได้ไปเป็นทหาร ซึ่งทำให้มีคนอีกกลุ่มออกมาแสดงความเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แน่ๆ

1-(1)

ผอ.สว.2 ยอมรับคลิปเสียงของจริง ปัดยุเด็กวงโยฯขอเงินเสี่ยตัน

ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ออกมายอมรับแล้ว เสียงในคลิปเป็นตนเอง ยันไม่ได้ยุเด็กในวงโยธวาทิตไปขอเงินเสี่ยตัน ขอเวลารวบรวมข้อมูลก่อนแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายพชรพงศ์ ตรีเทพา ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ให้สัมภาษณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าขณะนี้ตนตั้งกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อรายงานให้กับคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กทม.เขต 2 ได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมด เช่น การใช้งบประมาณเดินทางไปแข่งขัน การไปขอเงินจากภาคเอกชน เป็นต้น

1 (1)

ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้น จึงต้องขอรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงก่อนถึงจะออกมาให้ความเห็นได้ เพราะเด็กวงโยธวาทิตก็เพิ่งเดินทางกลับจากการแข่งขัน และยังไม่สามารถพูดอะไรได้มาก โดยตนไม่ได้หนีไปไหน และยังทำงานอยู่ทุกวัน|

ทั้งนี้ พร้อมรับผิดชอบต่อสังคมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะผิดหรือถูกก็ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างแน่นอน ซึ่งกระแสข่าวที่ออกมาด้านต่าง ๆ พูดมั่วกันไปหมดสร้างความสับสน จนทำให้ตนต้องตกเป็นจำเลยของสังคม

นายพชรพงศ์ บอกว่า ขอเวลารวบรวมข้อมูล 2-3 วันก่อน เพื่อรายงานให้ผู้ใหญ่ได้รับทราบ หลังจากนั้นจะนัดสื่อมวลชนแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพราะตอนนี้พูดอะไรมากไม่ได้ ส่วนคลิปเสียงที่หลุดออกมานั้น ยอมรับว่าเป็นการพูดคุยกับเด็กในวงโยธวาทิตจริง แต่ไม่ได้ยุให้เด็กไปขอเงินจากนายตัน ภาสกรนที

“ลองกลับไปฟังคลิปเสียงดังกล่าวให้ชัด ๆ ว่าผมพูดคำว่า ตัน อิชิตัน ออกมาหรือไม่ และการไปขอเงินจากภาคเอกชนเด็กคิดเอาเอง อย่างไรก็ตาม ผมมอบหมายให้ทนายความส่วนตัวเก็บหลักฐานการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชนด้วย เพื่อมาดูว่าการนำเสนอข่าวของสื่อใดเป็นความจริงหรือใส่ร้ายจนทำให้ผมตกเป็น จำเลยของสังคม” นายพชรพงศ์กล่าว