รวมภาพตั้งกล้องพิสูจน์ บั้งไฟพญานาค


วันนี้(21 ต.ค.) ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชื่อว่าบั้งไฟพญานาคเกิดจากการยิงปืนขึ้นฟ้าจากฝั่งลาว โดยได้มีการท้าถ่ายรูปเพื่อชิงเงิน 10,000 บาท หากใครสามารถจับภาพได้ว่าบั้งไฟพญานาคเกิดจากกลางน้ำโขง

1

ซึ่งล่าสุด ดร.เจษฎา ได้ตั้งกระทู้ความคืบหน้าของการตั้งกล้องพิสูจน์บั้งไฟพญานาค ผ่านทางเว็บบอร์ดของพันทิป(ห้องหว้ากอ ) โดยในวันออกพรรษาที่เกิดปรากฎการณ์ ดร.เจษฎา ได้เดินทางไปที่ บ้านท่าสีไค หมุ่ที่ 1 ตำบลดงบัง อ.บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ สถานที่เกิดบั้งไฟพญานาค โดยได้ใช้กล้อง DSLR เปิดหน้ากล้องนานประมาณ 30วินาที เพื่อให้เห็นวิถีของลำแสง ซึ่งภาพที่ถ่ายได้ออกมาปรากฎดังต่อไปนี้

3

6

7

คลิปปะทะคารมณ์ สมจิตต์ VS เด็จพี่และวิสาร

น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร นักข่าวประจำช่อง 7 ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค กรณีที่มีคลิปปะทะคารมณ์การให้สัมภาษณ์ของนายวิสาร เตชะธีรวัฒน์ รมช.มหาดไทยและนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยว่า

 2

ทำหน้าที่สื่อมวลชนด้วยสำนึกพลเมืองไทย

คงต้องขอบคุณ วิสาร เตชะธีรวัฒน์ รมช.มหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับภาพที่ดิฉันอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ คงหวังเป็นประเด็นเด็ดที่จะดิสเครดิตความเป็นสื่อมวลชนของดิฉันว่าเลือกข้างไม่ควรมาถามคำถามที่เขาตอบไม่ได้

บอกตรง ๆ ว่าค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อยที่การเดินออกจากบ้านหลังเลิกงานแล้วของ “ผู้หญิงคนหนึ่ง” เพื่อไปทำหน้าที่พลเมืองที่แยกอุรุพงษ์ จะได้รับความสนใจทั้งจากพี่น้องเสื้อแดงนำไปขยายผลแล้วแต่ความต่ำของระดับจิตใจ ไปจนถึงคนระดับรัฐมนตรี แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าระดับมันสมองที่อยู่ในระนาบเดียวกัน คงไม่รู้จักคำว่า “แยกแยะ” จึงขออนุญาติประกาศกันให้ชัดหน้าเพจนี้เลยค่ะ ท่าน รมช.มหาดไทยจะได้ไม่ต้องเสียแรงโชว์ภาพดิฉันจากมือถือผ่านสื่ออีก ^^

1) การไปที่อุรุพงษ์ไม่ได้ไปทำข่าวเพราะดิฉันไม่ได้รับมอบหมายให้ทำข่าวนี้ แต่ไปเพื่อแสดงออกให้รัฐบาลหันกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้องตามหน้าที่ของพลเมืองที่ไม่ต้องการเห็นชาติหายนะ

2) ดิฉันไม่ได้ไปที่อุรุพงษ์แค่วันเดียวแต่ไปทุกวันโดยใช้เวลาหลังเลิกงาน ไม่มีการติดบัตรสื่อ เพื่อแยกแยะให้เห็นว่าไม่ได้มาทำหน้าที่สื่อมวลชน และไม่ได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ของสื่อมวลชนด้วยแต่อยู่ในสถานที่ชุมนุมชัดเจน แม้มีคนถามก็บอกว่า “มาทำหน้าที่พลเมือง”

3) การไปที่อุรุพงษ์ ไม่ได้เป็นความลับอะไรเลยมีคนถ่ายภาพมากมาย และนำไปเผยแพร่กันในเฟซบุ๊ค ซึ่งดิฉันเพียงแต่ใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2 (ุ6) ที่บัญญัติให้ประชาชนมี “เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้

เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยเมื่อประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก เท่านั้น

4) พื้นที่อุรุพงษ์ไม่ใช่แม้แต่จะเป็นพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.มั่นคง ทำไมประชาชนจะไปชุมนุมไม่ได้ และดิฉันก็ไม่ได้เป็นคนปิดถนน แต่เมื่อไปยังสถานที่ดังกล่าวถนนก็ได้ถูกปิดไปโดยปริยายแล้ว ไม่ต่างจากที่ตำรวจประกาศปิด 14 เส้นทางจนเดือดร้อนทั่วกรุง มากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนที่แยกอุรุพงษ์ที่รัฐบาลนำมาอ้างเสียอีก

5) อย่ากักขังเสรีภาพของการเป็นพลเมืองไทยโดยพยายามเอาคำว่า “สื่อมวลชน” มาเป็นกรงครอบ เพราะดิฉันพร้อมทำหน้าที่ทั้งสื่อมวลชนที่ดีและการเป็นพลเมืองไทยที่ดีไปพร้อม ๆ กัน

6) หากสื่อไม่สามารถแสดงออกทางการเมืองได้ เท่ากับเขาถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพให้ต่ำกว่าประชาชนทั่วไปเสียอีก ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า การทำหน้าที่สื่อมวลชนนั้นบกพร่องหรือไม่ และดิฉันมั่นใจว่าการไปร่วมชุมนุมและการตั้งคำถามในฐานะสื่อมวลชนไม่มีส่วนใดที่ผิดต่อจรรยาวิชาชีพ และยังสามารถมองหน้าตัวเองในกระจกได้อย่างภาคภูมิใจว่า “เป็นคนไทยไม่สยบยอมเป็นขี้ข้าใคร”

7) มุกเดิม ๆ ของพรรคเพื่อไทยที่จะผลักให้ดิฉันไปเป็นศัตรูเพื่อเลี่ยงตอบคำถามด้วยการพยายามดิสเครดิตไม่ได้ผลหรอกค่ะ ดิฉันจิตแข็งพอที่จะทนแรงเสียดทานเหล่านี้ได้ เพราะก่อนที่จะทำอะไรย่อมเห็นถึงผลที่จะตามมาอยู่แล้วว่ามีโอกาสที่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่หวั่นไหวใด ๆ ทั้งสิ้น

ถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นประชาธิปไตยจริง ท่านต้องแยกแยะได้ว่า สื่อมวลชนก็คือพลเมืองและเขามีสิทธิทำหน้าที่พลเมืองควบคู่ไปกับการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน

9) หากไม่พอใจดิฉันหรือเห็นว่ากระทำผิดกฎหมายขอให้ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม แต่กรุณาอย่าไปบีบต้นสังกัดซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เพราะหากท่านทำอย่างนั้นก็เท่ากับท่านกำลังละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และละเมิดรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของชาติ

10) วันนี้เลิกงานสองทุ่มเจอกันที่อุรุพงษ์ดิฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าการเป็นสื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่พลเมืองได้ อย่ากักขังตัวเองจนขาดอิสระที่จะทำเพื่อชาติ เพราะในชีวิตหนึ่งเรามีโอกาสไม่มากนักที่จะต่อสู้เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากความเลว

เลิกงานไปอุรุพงษ์ คือเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชน

ชาวเน็ตแห่ทำภาพล้อเลียน ท่อแตกที่ราชปรารภ

วันนี้(16ต.ค.) จากกรณีเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (16 ตุลาคม 2556) เกิดเหตุท่อประธานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 800 มิลลิเมตร แตกบริเวณแยกหมอเหล็ง (ถนนศรีอยุธยา ตัดถนนราชปรารภ) ส่งผลให้น้ำประปา ไหลเอ่อล้นท่วมบนถนน และส่งผลกระทบต่อการจราจร ซึ่งสาเหตุมาจากรถแบคโฮขุดไปโดนท่อ

1.1.1.1---Copy

ล่าสุดชาวเน็ตเกิดความสนุกสนานกับการนำภาพดังกล่าวมาตัดต่อล้อเลียนแบบน่ารักๆ บางภาพก็มีการเสียดสีแบบเจ็บนิดๆ แต่ละภาพก็มีไอเดียความคิดสร้างสรรค์แบบที่ไม่รู้ว่าคนตัดต่อเขาคิดกันได้ยังไง เจ๋งจริงๆ

1.2

1

3

6

7

240

181809_10151893641737923_1692090876_n

ขอบคุณภาพจาก สมาชิกเว็บไซต์พันทิป : นายเอิร์ธ,เพจสมรัก พรรคเพื่อเก้ง,Kittisak Pol,Raveepat Songmanee