Krokodil ระบาดในอเมริกา ผู้เสพเนื้อเน่าเฟะ คล้ายซอมบี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่รัฐอิลลินอย และแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เกิดเหตุการณ์ผู้เสพยาเสพติดมากกว่า 4 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากเกิดอาการเน่าเฟะของเนื้อ หลังจากเสพยาเสพติดชนิดใหม่ ที่ชื่อว่า Krokodil ซึ่งพวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเฮโรอีน

1.1.1.1---Copy

โดย Krokodilเป็นสารเสพติดออกฤทธิ์ร้ายแรง เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วออกฤทธิ์คล้ายเฮโรอีนแต่แรงกว่าถึง 3 เท่า โดยมันมีส่วนผสมของโคเดอีน น้ำมันเบนซิน ทินเนอร์ และมีถิ่นกำเนิดมาจากรัสเซีย ซึ่งที่รัสเซียมีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากยาดังกล่าวกว่า 30,000คน

1.2

ทั้งนี้นายแพทย์อาบิน ซิงกาล่า ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์พยาบาลเซนต์โจเซฟ ผู้รับผู้ป่วยมารักษาเผยว่า ชิ้นเนื้อของผู้ป่วยมีกลิ่นเน่าและต้องปลูกถ่ายผิวหนังใหม่ ซึ่งยาชนิดนี้มีความร้ายแรงถึงขนาดกับฆ่าคนตายได้

MThai News

1

5

ครูรำไทยลุกฮือ สพฐ.ร่างหลักสูตรใหม่ ถอดวิชานาฏศิลป์ออก

วานนี้(13 ต.ค.) มีรายงานข่าวว่า ที่งานเสวนาระดมความคิดเรื่อง ร่างหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานฉบับใหม่… เหตุใดการศึกษาไทย จึงไร้รายวิชานาฏศิลป์ โดย ผศ.ดร.รวิวรรณ วรรณวิไชย

คณบดีคณะศิปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เปิดเผยภายหลังงานเสวนาว่า ในงานเสวนาได้เชิญสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาชี้แจงว่า เพราะอะไรร่างหลักสูตรเฉพาะดังกล่าวถึงไม่มีวิชานาฏศิลป์

1.2

โดยทางสพฐ.ได้ให้คำตอบว่า จากปัญหาคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ พิจารณาจากคะแนนโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ Programme for International Student Assessment (PISA) ซึ่งเด็กไทยมีความสามารถด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อยู่ในอันดับ 50 จาก 65 ประเทศทั่วโลก

ทางกระทรวงศึกษาธิการ โดย สพฐ.จึงพยายามยกระดับให้เด็กไทยมีคะแนนใน 3 ด้านดีขึ้น ซึ่งแต่เดิมนั้นมีการเรียนการสอน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพละศึกษา ศิลปะ การงานอาซีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ

แต่ร่างหลักสูตรใหม่ มีเพียง 6 กลุ่ม แบ่งดังนี้ ภาษาและวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์ การดำรงชีวิตและโลกของงาน ทักษะสื่อสารและการสื่อสาร สังคมและความเป็นมนุษย์ และอาเซียนภูมิภาคและโลก โดยระบุว่าวิชานาฏศิลป์จัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มสังคมและความเป็นมนุษย์เหมือนวิชาศิลปะ

แต่ทั้งนี้เมื่อดูในเนื้อหาหลักสูตรพบว่าไม่มีวิชานาฏศิลป์ กลุ่มอาจารย์ทางด้านนาฏศิลป์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศจึงรวมกลุ่มกันและขอตั้งคำถามกับ สพฐ.ว่

าเด็กอ่อนการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ทำไมจึงไม่ไปแก้ปัญหาให้ถูกจุด และมันไปเกี่ยวข้องอะไรกับการตัดรายวิชานาฏศิลป์ออกจากหลักสูตรพื้นฐาน ซึ่งมีพื้นที่ตารางสอนในโรงเรียนเพียงแค่ 0.5 หน่วยกิตเท่านั้น

โดยในขณะนี้ กลุ่มคณาจารย์ นิสิต นักศึกษาด้านศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนาฏศิลป์รวมตัวกันยื่นหนังสือและขอเข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเพื่อให้ข้อมูลและอธิบายความสำคัญของการเรียนวิชานาฏศิลป์และจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเมื่อตัดวิชานาฏศิลป์ออกไปแล้ว ผลคะแนน PISA ของเด็กไทยจะสูงขึ้น และถ้าวันหนึ่งผลคะแนน PISA ของประเทศไทยสูงเยี่ยมติดอันดับ 1 แต่ประเทศไร้วัฒนธรรมประจำชาติ เราจะภาคภูมิใจหรือไม่

“วิชานาฏศิลป์ ถือเป็นวิชาที่รักษาวัฒนธรรมของประเทศ อย่างประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี วิชานาฏศิลป์เสริมสร้างให้ประเทศเขาเข้มแข็ง และสร้างความเสมอภาคขึ้นในสังคมผ่านนาฏศิลป์และศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เขาทำให้เยาวชนเข้าใจรากเหง้าของตัวเอง ก่อนจะเติบโตไปสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ ที่มีความทันสมัยต่อไป“ ผศ.ดร.รวิวรรณกล่าว

ด้าน นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เผยว่า ในหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานฉบับใหม่ ในส่วนของนาฏศิลป์ นั้น จะบรรจุรวมอยู่ในกลุ่มวิชาศิลปะ ซึ่งกรรมการร่างหลักสูตรอาจใช้เพียงคำว่าศิลปะคำเดียว

โดยส่วนตัวได้ถามจากคนทำหลักสูตรกล่าวยืนยันว่ามี ซึ่งแบ่งเป็นการฟ้อนรำ ขับ ร้อง เพียงแต่ไม่ได้ใช้คำว่านาฏศิลป์เท่านั้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังให้ความสำคัญกับวิชาในกลุ่มนาฏศิลป์ ซึ่งเป็นการแสดงถึงวัฒนธรรมไทย

หนุ่มเม็กซิโกหึงแรง! จับแฟนสาวล็อคกุญแจนาน 12ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หญิงสาววัย 25 ปีรายหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่าเธอถูกแฟนหนุ่มชาวเม็กซิโกวัย 40 ปี ใช้แม่กุญแจล็อคที่กางเกงของเธอ เพียงเพราะกลัวว่าเธอจะนอกใจ ไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่น

1.1.1.1---Copy

ทั้งนี้หญิงสาวรายนี้ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา เธออยู่กับแฟนหนุ่มรายนี้มาตั้งแต่อายุ 12 ปี ทุกๆเช้าแฟนหนุ่มจะล็อคกุญแจที่กางเกงของเธอ หากต้อการเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวต้องรอให้แฟนหนุ่มมาไขกุญแจให้

ขณะที่ตัวเธอก็ไม่ต้องการใช้กรรไกรตัดกางเกงให้เสียหายด้วย หญิงสาวยังกล่าวด้วยว่าเธอไม่ได้ต้องการให้เขาโดนจับจริงๆ เพียงแค่ต้องการความสะดวกสบายในการปลดทุกข์เท่านั้น

1.2

อย่างไรก็ตาม เมื่อจับกุมแฟนหนุ่มได้แล้ว หญิงสาวก็ขอให้ปล่อยตัวเขา ทางตำรวจจึงให้เขาเสียค่าปรับและลงชื่อยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่ล็อคแม่กุญแจที่กางเกางของแฟนสาวอีก