เพจดังตั้งคำถาม กองทัพไทย “เกณฑ์ทหาร” ไปรบกับใคร ?

เพจดัง ชวนตั้งคำถาม กองทัพไทย “เกณฑ์ทหาร” ไปรบกับใคร ?

แฟนเพจ New Culture ได้โพสต์ข้อความเผยว่า ในฐานะประชากรไทยผู้พร้อมใจไปรับใช้ชาติ รู้หรือไม่ว่าประเทศเรามีทหารเกณฑ์มายาวนานแค่ไหน ? จากภาพยนตร์ปลุกใจด้วยฉากรบอลังการเลือดสาดที่เราดูจนชิน บางคนเชื่อกันว่ามีเพียง ‘ทหาร’ เท่านั้นที่ทำหน้าที่ดูแลปกป้องประชาชน เสียสละเพื่อดินแดนมาหลายร้อยปี จึงมีบุญคุณท่วมหัวจนไม่อาจตั้งคำถามใดๆ ได้

12642520_774366536031625_4284310448917322168_n

แต่ในความเป็นจริง ประเทศเราเพิ่งมีทหารเกณฑ์มาเป็นปีที่ 111 โดยเมื่อย้อนไปก่อนหน้านี้ถึงสมัยอยุธยา เราใช้ระบบการเกณฑ์ไพร่ หรือประชาชนอย่างเรา ๆ นี่เอง ที่ทำหน้าที่เป็นกำลังคนให้กับประเทศ โดยกำลังคนเหล่านี้หากมีศึกสงครามก็ออกไปรบ และหากไม่มีศึกสงครามก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ใช้แรงงานตามที่ผู้อำนาจต้องการ

ส่วนการเกณฑ์ทหารในปัจจุบัน แม้เราจะไม่มีสงครามใหญ่ๆ อีกต่อไป แต่กำลังทหารก็ยังถูกเกณฑ์เข้าค่ายทหารปีละกว่า 1 แสนคน เพื่อไปเป็นกำลังในการดูแลกองทัพ มากกว่าโอกาสในการเป็นกำลังดูแลชาติในรูปแบบพลเรือน เช่นการเป็นพลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในฐานะนักธุรกิจ เป็นต้น

โดยทหารเกณฑ์จำนวนไม่น้อยต้องทุ่มเทความอดทนและกล้าหาญไปในการดูแลทำความสะอาดบ้านนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ตัดหญ้า ขัดถูสารพัดพื้นที่ในกรมกอง ทำกับข้าวให้นายทหารทาน หรือขับรถให้กับคุณนายของนายทหารระดับสูง

โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับภัยความมั่นคงที่ไม่ได้มาในรูปแบบการสู้รบทางทหารเพียงอย่างเดียว ส่วนทหารเกณฑ์ไทยก็ยังแช่แข็งไว้ในรูปแบบเดียวกับ 111 ปีก่อน เป็นเรื่องน่าสนใจที่ว่าทหารเกณฑ์ผู้น้อย มักถูกใช้เป็นกำลังหลักในการปราบปรามความเห็นต่างทางการเมือง ใช้ในการกำราบประชาชนในชาติเดียวกัน หรือใช้ในการจับตาดูพฤติกรรมประชาชนที่กองทัพเห็นว่าเป็นภัยกับตนเองในปัจจุบัน

จึงน่าสนใจไม่น้อยว่า ทหารเกณฑ์ในศตวรรษที่ 21 ใช้ภาษีทุกบาทของประชาชนเพื่อการรับใช้ชาติ ประชาชนอย่างที่เราจินตนาการไว้ หรือรับใช้เพียงผู้มีอำนาจของกองทัพเท่านั้น ?

คนงานแค้นไม่ได้เงินค่าจ้าง จัดหนักกับรถเจ้านาย

เอาคืนเจ็บแสบ! คนงานแค้นไม่ได้เงินค่าจ้าง จัดหนักกับรถเจ้านายแทน

เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เผยภาพในมณฑลเจียงซี สภาพของรถเจ้านาย ที่ถูกเอาคืนโดยคนงานอพยพกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกจ้างอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้าง ทนไม่ไหวที่เจ้านายไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้ตามกำหนด ซึ่งช่วงนี้ใกล้ปีใหม่จีน เทศกาลวันหยุดยาว ทำให้เกิดความกังวลว่าจะต้องกลับบ้านแบบมือเปล่า จึงพากันนำท่อนเหล็ก 12 ท่อน มาตีเป็นเหมือนนั่งร้านล้อมรอบตัวรถไม่ให้ใช้รถได้

1454061805_pay_up3

คนงานรายหนึ่ง เผยว่า ทางบริษัทผู้ว่าจ้างค้างจ่ายเงินค่าแรงตนมากถึง 7 หมื่นหยวน (ราว 381,702 บาท) จึงต้องประท้วงด้วยวิธีนี้ เพื่อให้นายจ้างยอมจ่ายเงิน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในจีน เมื่อปีก่อนมีกลุ่มลูกจ้างรุมกันร้องเรียนหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งเกี่ยวข้องกับการที่บริษัทไม่ยอมจ่ายค่าแรงตามที่ตกลงเอาไว้

1454061846_pay_up2

เตือน! อย่าคลิกอ้าง ดีเจบุ๊คโกะ ขับรถชนคนตาย

เกิดเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับกรณีมีการแชร์ข่าว ที่มีหัวเรื่องว่า โดนเข้าแล้ว !! “ตุ๊กตาลูกเทพ“แสดงอิทธิฤิทธิ์ ลงไปขัดเบรครถ “ดีเจบุ๊คโกะ”พุ่งชนมอไซต์ดับ 1

เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. พบศพผู้เสียชีวิต เนื่องจากถูกรถชน ทราบชื่อผู้ตายคือนาย พรศักดิ์ สิงทอง วัย 45 ปี โดยในที่เกิดเหตุพบผู้ต้องหา ซึ่งขับขี่รถยี่ห้อเบนซ์ ทะเบียน ศน 4444 กรุงเทพมหานคร กำลังรอมอบตัวอยู่

7777777777777 (1)

โดยเนื้อข่าวอ้างว่า ผู้ก่อเหตุคือ นาย ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล หรือ ดีเจบุ๊คโกะ พร้อมทั้งระบุว่า สาเหตุเกิดจาก ตุ๊กตาลูกเทพของตน ลงไปติดเบรค และเบลอ ไม่สามารถเหยียบเบรคได้ ประกอบกับขณะขับขี่ด้วยความเร็ว 130 กม.ต่อชั่วโมง’

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อเข้าไปตรวจสอบในอินสตราแกรมของดีเจบุ๊คโกะ ทำให้ทราบว่า แท้จริงแล้ว ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวลวง เพราะได้มีการแคปชั่นภาพข่าวดังกล่าว พร้อมเขียนคำอธิบายว่า ‘กูขำ ต้องเปลี่ยนเป็นข่าว ผอม’

ทั้งยังมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ตนเองก็ได้เข้าไปอ่านข่าวเช่นกัน ทำให้ทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ ติดไวรัสทั้งหมด รวมทั้งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า เพจหนึ่งซึ่งมีการแอบอ้างอดีตค่ายหนังอย่าง GTH ว่ามักจะนำข่าวลวงมาแชร์เสมอ ซึ่งในครั้งนี้ ได้นำข่าวลวงดังกล่าว มาแชร์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ภาพที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาข่าวลวงนี้ ที่แสดงให้เห็นว่า ดีเจบุ๊คโกะ กำลังได้รับการรักษาอะไรบ้างอย่างนั้น เป็นภาพเมื่อครั้ง “ดีเจบุ๊คโกะ” ขึ้นเตียงศัลยกรรมปลูกผม เสริมโหง้วเฮ้งกับสถาบันปลูกผมแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ภาพที่เกิดจากอุบัติเหตุรถชนแต่อย่างใด