สุดโหด!! สาวประเภทสอง จับสุนัขโยนลงตึก

กลายเป็นคดีดัง ที่สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวสังคมออนไลน์ผู้รักสัตว์อย่างกว้างขวาง หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์เรื่องราว กรณีที่สุนัขของตัวเอง ถูกฆ่าอย่างทารุณด้วยการโยนลงตึก ที่ล่าสุดได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นสาวประเภทสองนามว่าชื่อย่อ ก. เป็นที่เรียบร้อย

โดยเรื่องดังกล่าวมีอยู่ว่า สุนัขพันธุ์ชิวาวา เคราะห์ร้าย มีชื่อว่า ‘เดหลี’ ซึ่งเจ้าของนำมาพักอาศัยกับเพื่อน ผู้เป็นเจ้าของห้องพักแมนชั่นแห่งหนึ่ง โดยเหตุสลดใจ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังเพื่อนร่วมห้องพักทั้งหมดพากันกลับจากรับประทานอาหารค่ำ แต่คนละเวลา เมื่อเจ้าของ เดหลีมาถึง กลับพบว่า หมาของตัวเองนอนแน่นิ่งอยู่บนหลังคาแมนชั่นที่อยู่ในระดับต่ำกว่า (ห้องตั้งอยู่บนชั้น 5)

0.2223399

พร้อมกันนี้ ข้าวของของเจ้าของห้อง ถูกนำมากองไว้หน้าห้อง แต่ก่อนหน้านั้น ไม่มีเหตุทะเลาะวิวาท หรือบอกล่วงหน้าแต่อย่างใด จากนั้น เจ้าของที่กำลังรู้สึกเสียใจอย่างหนัก จึงเข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง กับ ร.ต.อ. ไพสาร ใจซื่อ เจ้าหน้าที่ร้อยเวรเจ้าของคดีพร้อมขอหมายศาลเพื่อนำตัวผู้กระทำผิด

ทั้งนี้การสอบสวนเกิดขึ้นในวันนี้ (27 ม.ค.) เวลา 13.30 น. โดยจากการสอบสวนพบว่า เพื่อนผู้เป็นเจ้าของห้องพัก อาจเสพสิ่งเสพติดจนทำให้มึนเมาและบันดาลโทสะ กระทำการอันทารุณโหดร้ายต่อชิวาว่าตัวน้อย พร้อมทั้งโยนเดหลีลงมาจากชั้น 5 ของอาคารแมนชั่น ตกกระแทกหลังคา ขาหัก เลือดออกหู ปาก จมูก และเสียชีวิตในที่สุด

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในบันทึกประจำวันเดิม ลงข้อกล่าวหาไว้เพียง ทำให้เสียทรัพย์ ทาง WATCHDOG THAILAND องค์กรเพื่อสุนัข ได้ประสานเจ้าของ และร้อยเวร ชี้แจง การดำเนินคดีอาญาแผ่นดิน เพื่อประกอบข้อหาเพิ่มเติม คือ ทารุณกรรมสัตว์ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามมาตรา 20 แห่ง พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ พร้อมทั้ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบตร.ให้ความสนใจ โทรศัพท์สายตรง กำชับ สน.วังทองหลางดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ. ไพสาร ใจซื่อ ร้อยเวรเจ้าของคดียืนยันประกอบ 2 ข้อหาดังกล่าวแน่นอนพร้อมเตรียมจัดทำสำนวนสอบสวนเพื่อส่งฟ้องอย่างเร่งด่วน

หนาวแน่!! ยันแล้ว หิมะตกในไทยได้ หากอุณหภูมิติดลบ

เกิดประเด็นร้อนแรง ที่มีการพูดถึงเรื่องหิมะในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ อุณหภูมิลดลงในช่วง 1-2 วันอย่างเห็นได้ชัด

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ คาดว่า อีก 3-4 วันอากาศจะร้อนขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยสาเหตุที่ในช่วงนี้มีอากาศหนาว มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน

DM2

ปรากฎการณ์เอลนินโญ และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้เกิดสภาพอากาศที่เรียกว่า ‘หนาวสองชั้นอากาศ’ คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ และลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน

เมื่อพูดถึงกรณีที่จะมีหิมะตกในประเทศไทย ได้ความว่า หากอุณหภูมิพื้นผิวโดยปกติต้องต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสอย่างดอยอินทนนท์ แต่ที่เห็นในภาพโซเชียลเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว หรือเพียงแต่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งเท่านั้น แต่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นปรากฏการณ์หิมะตก เพราะอุณหภูมิไม่ต่ำมากพอ และหากอุณหภูมิติดลบฝนที่ตกลงมาก็จะกลายเป็นหิมะได้

เอเชียยะเยือก ! ไทยหนาว ลาว-ญวน ‘หิมะตก’

วันนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อกันหนาวออกมาทำงานนอกบ้าน

รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายประเทศ อาทิ เวียดนามที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา ทั้งกว่าครึ่งประเทศมีอากาศหนาวปกคลุม โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์หิมะตก แต่ในปีนี้นับปีที่มีหิมะตกปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี

12400631_1080354108683072_5469540979183469753_n

นอกจากนี้ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ ใน จ.หัวพัน มีการแพร่ภาพถ่ายเกล็ดหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ เบาบาง แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ทางฝั่ง ไต้หวัน ที่โดยปกติไต้หวันจะมีหิมะตกเฉพาะในเขตภูเขาสูงระดับพันเมตรแต่คราวนี้มีหิมะตกในระดับความสูงเพียง 400 ม.เท่านั้น ทั้งอุณหภูมิยังลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศหนาวแล้วถึง 15 คน ในเขตซินไถเป่ยและไท่หยวน

ส่วนทางด้าน จีน ทางตอนใต้ ที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น รวมถึงในช่วงฤดูหนาว อากาศในพื้นที่ไม่หนาวจัด แต่ในปีนี้แปลกกว่าทุกปี เนื่องจากในมณฑลกวางตุ้งประสบกับคลื่นความหนาวรุนแรง เกิดน้ำแข็งจับตัว โดยวานนี้ นครกว่างโจวเกิดหิมะตกครั้งแรกในรอบ 60 ปี ทำให้ประชาชน ออกมาเล่นตุ๊กตาหิมะกันอย่างสนุกสนานในวันนี้

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ อุณหภูมิที่ลดต่ำลง เกิดจากคลื่นกระแสลมหนาว ได้เคลื่อนตัวลงมาถึงเขตที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น ทว่าโดยปกติมักไม่หนาวจัดถึงจุดเยือกแข็งหรือเกิดหิมะตก แต่ในปีนี้บางประเทศในอาเซียนกลับมีอากาศเย็นยะเยือกจนน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็ง

64762 12552645_1080354198683063_8515390547130811280_n 12592394_1080354028683080_451825900754201455_n DSC06183 FOREIGN201601250840000434801793915 FOREIGN201601250840000449113070183 NjpUs24nCQKx5e1D7jSOVTxT5YDXk97sbLdWPvi6PmW