ประยุทธ์ ประกาศใช้กฎอัยการศึก ขอทุกฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหว

ผบ.ทบ. ประกาศกฎอัยการศึก มีผล ตี 3 วันที่ 20 พ.ค. สั่งยุบ ศอ.รส. ให้ส่งมอบกำลังมาควบคุมทางยุทธการกับ กอ.รส. เผยหวั่นเกิดความรุนแรง รุดใช้กำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์

14039172617_e7821d0736_z

เวลาประมาณ 03.00 วันที่ 20 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1/2557 เรื่องการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก

ระบุว่า ตามสถานการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองหลายกลุ่ม ได้ทำการชุมนุมประท้วงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ และมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ด้วยการใช้อาวุธสงครามต่อประชาชน และสถานที่สำคัญอย่างกว้างขวาง เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจล และความไม่สงบเรียบร้อยอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น

เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2457 เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังทหารพร้อมอาวุธ ได้เข้าควบคุมพื้นที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง และได้มีประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 2/2557 เรื่อง การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.) ระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกในทุกท้องที่ของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ไปแล้วนั้น เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยอาศัยอำนาจตามความ ในมาตรา 2 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติกฏอัยการศึก พุทธศักราช 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

จึงให้ดำเนินการ ดังนี้

1. จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ดังนี้

1.1 ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.)

1.2 ให้ กอ.รส. มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้

1.2.1 ป้องกัน ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ ในทุกท้องที่ของประเทศ

1.2.2 มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราใน พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว

1.2.3 มีอำนาจในการเชิญบุคคลมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ หรือมาให้ถ้อยคำ หรือส่งมอบเอกสาร หรือหลักฐานใด เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบได้

2. ให้หน่วยเกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้

2.1 ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2557 ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 03.00 น. และให้กำลังของหน่วยต่างๆ ตามโครงสร้างการจัดของ ศอ.รส. (เว้นกำลังของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ) เคลื่อนย้ายกลับที่ตั้ง เพื่อไปปฏิบัติภารกิจตามปกติของแต่ละหน่วย

2.2 ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งมอบกำลังในอัตรา ให้ขึ้นควบคุมทางยุทธการกับ กอ.รส. เมื่อได้รับคำสั่ง เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว

ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการทหารบก

NjpUs24nCQKx5e1DHNEQWeYYWqx6DGcsfOhXjNLHbGK

NjpUs24nCQKx5e1DHNEQWeYYWqx6DGiWUriuh4ieOGD
MThai News

สาวเชียงใหม่โดนล็อกล้อ ตัดโซ่หนีผิด โทรเย้ยตำรวจ

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. เว็บไซต์ http://www.cm108.com/ ได้นำเสนอข่าวการจับกุมน.ส.เมย์ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี  ในข้อหา “ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ” และ “ลักทรัพย์เครื่องมือทางราชการ” หลังจากที่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถของน.ส.เมย์ โดนล็อคล้อและเขียนใบสั่ง แต่หญิงสาวได้ใช้คีมตัดโซ่แล้วหลบหนีไป ก่อนจะโทรศัพท์มาเยาะเย้ยำตรวจว่า ไม่มีทางจับกุมตนได้

post-2-0-97640500-1400338506

ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 6พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ถนนพระปกเกล้า น.ส.เมย์ได้ขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวไปจอดในที่ห้ามจอด ตำรวจจราจรจึงนำเครื่องมือบังคับล้อล็อคไว้โดยใช้โซ่และกุญแจ ขณะเดียวกันได้เสียบใบสั่ง และป้ายข้อความไว้ให้ไปเสียค่าปรับ

แต่ต่อมามีผู้ชายโทรศัพท์ต่อสายถึงตำรวจนายที่ทำการล็อคล้อ โดยปลายสายได้ต่อว่า ด่าทอ พร้อมเย้ยว่าจ้างให้ก็จับตนไม่ได้หรอก ตำรวจจราจรจึงไปดูรถคันดังกล่าวได้หายไปพร้อมกับโซ่และกุญแจ ตำรวจสืบสวนจึงสืบเสาะจนสามารถจับกุมตัวน.ส.เมย์ได้ โดยคาดว่าผู้ที่โทรมาเป้นแฟนของน.ส.เมย์

ด้านน.ส.เมย์ก็ได้ยกมือไหว้และขอโทษ โดยกล่าวว่าทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และอยากบอกให้ประชาชนทั่วไปด้วยว่าไม่ควรทำ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก http://www.cm108.com/

MThai News

post-2-0-89911700-1400338558

ฝ้าย เวฬุรีย์ แถลงขอโทษกรณีชาวเน็ต แอนตี้ ใช้คำหยาบบนโซเชี่ยล

จากกรณีที่ ฝ้าย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร สาวงามวัย 22 ปี คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจำปี2557 พร้อมกับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องที่เธอใช้ถ้อยคำหยาบคายบนในสังคมออนไลน์พร้อมทั้งมองว่าไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง

1 (1)

ล่าสุดผู้ชนะการประกวดยูนิเวิร์สไทยแลนด์ทั้ง 3 คนได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนกรณีกระแสแอนตี้จากชาวสังคมออนไลน์ ด้าน ฝ้าย เวฬุรีย์เผยว่า ตอนแรกไม่คาดคิดว่าตัวเองจะได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งจากกระแสที่เกิดขึ้นตนไม่ถอนตัวแน่นอนเพราะกรรมการเลือกแล้ว จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และก็ต้องขอโทษกับสังคมด้วย ซึ่งจากนี้ไปจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะไม่นำคำครหาหรือกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาคิดมากและจะไปฟิตหุ่นเพื่อเตรียมเข้าประกวดที่เวทีโลกต่อไป

ส่วนการที่ชาวสังคมออนไลน์ออกมาแฉเกี่ยวกับภาพที่มีการคำพูดหยายคายที่เกิดขึ้นในโซเซียลนั้น เป็นการพูดกันในกลุ่มเพื่อนเฉยๆและต้องขอโทษประชาชนด้วยซึ่งตนสัญญาว่าต่อไปจะไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก และที่ตั้งข้อมูลส่วนตัวว่าเป็นเมียน้อยครูสอนโยคะ ที่จริงเป็นฉายาที่เพื่อนตั้งกัน เพราะตนไปเล่นโยคะบ่อยอยากลดความอ้วน

ด้านน้ำเพชร-สุณัณณิการ์ รองอันดับ 2 ออกมาโต้กรณีที่ชาวสังคมออนไลน์บอกว่าเธอโกงอายุเพื่อเข้าประกวด โดยได้มีการนำหลักฐานเป็นสูติบัตร ระบุวันเดือนปีเกิด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้โกงอายุจริงๆ เพราะได้มีการส่งหลักฐานให้กองประกวดตรวจสอบแล้ว ส่วนรูปที่มีลักษณะคร่อมกับผู้ชายนั้นเป็นภาพจากการประกวดฟิตแอนด์เฟริม ซึ่งเป็นท่าซิตอัพเฉยๆ ทำให้หลายคนเข้าใจผิด