ญาติวีรชน รวมตัวจุดเทียนดำ รำลึก5 ปี10 เม.ย.

ญาติวีรชนพร้อมประชาชน จุดเทียนดำ วางดอกกุหลาบรำลึก 5 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมือง 10 เม.ย. ขณะทหารคุมเข้ม

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้(10 เม.ย.) ญาติกลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไปประมาณ 25 คน เดินทางมาร่วมจุดเทียนเเละวางดอกกุหลาบแดงบริเวณลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553

ญาติวีรชนจุดเทียนดำ รำลึก5ปี10เม.ย.

ญาติวีรชนจุดเทียนดำ รำลึก5ปี10เม.ย.

โดยมีการวางดอกกุหลาบเเละจุดเทียนดำด้วยกันทั้งหมด 4 จุด คือ 1.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 2.หน้า ร.ร.สตรีวิทยา 3.ถนนตะนาว เเละ 4.สี่เเยกคอกวัว โดยมีประชาชนส่วนหนึ่งตะโกนส่งเสียงคำว่า “ที่นี่มีคนตาย” พร้อมกับ ชูป้ายกระดาษขนาดเอสี่ ระบุข้อความทั้งภาษาไทยเเละอังกฤษ เพื่อตอกย้ำการสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตลอดเส้นทางจัดกิจกรรม เช่น “ยิงตายจ่ายจบไม่มีความผิด “ปิดคดี” “เราไม่ลืม 10 เมษา” “ยัดเยียดให้คนธรรมดา เป็นผู้เสียสละตลอดกาล” เป็นต้น

ซึ่งระหว่างจัดกิจกรรมนั้น มีการร้องเพลงนักสู้ธุลีดิน ที่บริเวณถนนตะนาว ทั้งนี้พบว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารเเละตำรวจทั้งในเเละนอกเครื่องเเบบประมาณ 20 นาย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาจัดกิจกรรม

โดยนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ แท็กซี่นักกิจกรรม 1 ใน 4 กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากการจัดกิจกรรมที่หน้าหอศิลป์ กทม. วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมากล่าวว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พี่น้องหลายๆ คนอยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วยกัน หลายๆ คนมีความทรงจำเเละรับรู้มุมมองในหลายๆ เเบบ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ครั้งนี้เรามารำลึกความทรงจำในเหตุการณ์วันนั้น ซึ่ง คสช.บอกว่า ให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ พวกถือว่าการระลึกความทรงจำก็เป็นความปกติเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด โดยประชาชนต่างแยกย้ายกลับทันทีหลังเสร็จกิจกรรม

ขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News

อรรถวิชช์ ฉุนจ่อฟ้องกลับ ปปง.ลั่นแม่ไม่ได้โกง

อรรถวิชช์ จวกเลขาฯปปง.นิสัยเดิม ไล่บี้ฝ่ายตรงข้ามไม่เปลี่ยน จ่อฟ้องกลับหลังประกาศยึดทรัพย์มารดา 300 ล้าน ชี้ต้นเหตุจากตัวเอง ออกมาต้านแก้อายุงานจาก 4 ปีเป็น 6 ปี ทั้งที่อสส.สั่งไม่ฟ้อง

วันนี้(10 เม.ย.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันการฟอกเงิน(ปปง.) ยึดทรัพย์นางภคินี สุวรรณภักดี อดีตผู้บริหารธนาคารมหานคร จำกัดมหาชน มารดา จำนวน 300 ล้านบาท ว่า พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. นิสัยเดิม ไล่บี้ฝ่ายตรงข้ามไม่เปลี่ยน เพราะสมัยรัฐบาลที่แล้วหลังจากที่ตนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็รื้อคดีมารดาตน

อรรถวิชช์ จ่อฟ้องกลับปปง.

อรรถวิชช์ จ่อฟ้องกลับปปง.

ซึ่งตนติดใจคดีปปง.มาก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องธนาคารปล่อยกู้ แต่ลูกค้าไม่สามารถคืนเงินได้ เพราะธุรกิจเสียหายจากวิกฤตปี 40 ไม่ใช่ว่าแม่ตนโกง โดยการปล่อยกู้แล้วเอาเงินมาใช้เอง ซึ่งปปง.ก็รู้ แต่จะดำเนินคดีให้ได้ และกรณีนี้อัยการสูงสุดก็สั่งไม่ฟ้องมาแล้วเป็นปี ส่วนข่าวที่บอกให้ชี้แจงทรัพย์สินภายใน 30 วันนั้น ตนยังไม่เห็นหนังสือแจ้งแต่อย่างใด

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า อาจเป็นเพราะล่าสุดตนพูดเรื่องที่ เลขาฯปปง.เสนอแก้พ.ร.บ.ปปง.ให้ตัวเองยืดอายุการดำรงตำแหน่งเลขาฯ ปปง.เพิ่มอีก 2 ปี ทั้งที่ พ.ต.อ.สีหนาท เคยรักษาการเลขาฯปปง.มาตั้งแต่ปี 2551 และในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มีการแต่งตั้งให้เป็นเลขาฯ ปปง.ในปี 2555 ซึ่งจะครบ 4 ปีในปี 2559 หากต่ออายุอีก 2 ปี ตามร่างพ.ร.บ.ปปง.ที่เพิ่งผ่านวาระ 1 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ไป จะทำให้สิ้นสมัยเลขาฯปปง.ในปี 2561 พ.ต.อ.สีหนาท เป็นเบอร์ 1 ในอำนาจพิเศษนี้มาเกือบ 10 ปี ทั้งๆ ที่เคยถูกไล่ออกจากราชการ ถ้าใช้อำนาจแบบนี้ตนคงต้องสู้กับพ.ต.อ.สีหนาทอีกนาน

“ผมพร้อมสู้คดี จน พ.ต.ท.สีหนาท เกษียณอายุราชการ ผมได้ปรึกษากับทนาย เพื่อเตรียมฟ้องกลับ เลขาฯปปง. และเจ้าหน้าที่บางส่วนแล้ว ส่วนจะข้อหาอะไรยังไม่ขอเปิดเผยในตอนนี้ ”

MThai News

รายแรกของโลก! จ่อผ่าตัดเปลี่ยนหัวหนุ่มรัสเซีย

อาสาสมัครชาวรัสเซีย ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อฝ่อ ได้รับคัดเลือกให้เป็นมนุษย์คนแรกของโลก ที่จะเข้ารับการผ่าเปลี่ยนร่าง

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่รูปภาพและเรื่องราวของ นาย ‘วาเลอรี่ สปิริดินอฟ’ วัย 30 ปี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อฝ่อชนิดเวิร์ดนิก-ฮออฟแมน ชาวรัสเซีย ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมนุษย์รายแรกของโลก ที่ได้รับการรักษา โดยการใช้กระบวนการ ผ่าตัดย้ายศีรษะจากร่างเดิม ไปยังร่างใหม่ หลังต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดจากพันธุกรรม ทั้งกร้ามเนื้อยังหยุดการเจริญเติบโตนับตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีขึ้นในปี 2560 ที่จะถึงนี้

1.8

หลังจากก่อนหน้านี้นาย ‘เซอร์จิโอ คานาเวโร’ ศัลยแพทย์ชาวอิตาลี ในเมืองตูริน ผู้วางโครงการนำร่องแนวคิดการรักษารูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นวิทยาการในการผ่าตัดย้ายศีรษะจากร่างเดิมไปยังร่างใหม่ เพื่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทเสื่อม ให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยร่างกายใหม่ จะใช้ร่างของผู้ที่สมัครใจบริจาคเพื่อการรักษา ซึ่งรายงานระบุไว้ว่า มาจากร่างของผู้ที่สมองตายแล้ว แต่ส่วนอื่นๆยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่ ซึ่งการดำเนินการจริง ผู้ป่วยจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงลิบกว่า 7.5 ล้านปอนด์ หรือราว 376 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ นายวาเลอรี่เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ส่งอีเมลไปหา นายแพทย์เซอร์จิโอ คานาเวโร และได้รับการพิจารณาให้เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดกับการทดลองนี้ อาสาสมัครหนุ่มรายนี้แม้จะหวาดกลัวกับวิธีการดำเนินการที่น่าสยดสยอง แต่เขาตระหนักดีว่า โรคที่เขาประสบอยู่ อาจจะส่งผลให้เขาเสียชีวิตในสักวัน เนื่องจากอาการกล้ามเนื้อฝ่อของเขาร้ายแรงขึ้นทุกปี การอาสาสมัคร เพื่อเป็นหนูทดลองในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอาจจะช่วยชุบชีวิตใหม่ให้กับเขาก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้กำหนดการณ์ผ่าตัดทดลองก็ยังไม่ถูกกำหนดขึ้นอย่างแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร

การดำเนินการใช้เวลาราว 36 ชั่วโมง ด้วยวิธีการที่ทันสมัย โดยขั้นแรก แพทย์จะทำการตัดศีรษะออกมาจากร่างเดิมด้วยอุปกรณ์พิเศษ เส้นเลือดใหญ่ของส่วนหัวจะถูกต่อกับท่อขนาดเล็ก ขณะที่ไขสันหลังก็จะถูกตัดออกด้วยกรรมวิธีพิเศษที่ทำให้เส้นประสาทได้รับความเสียหายให้น้อยที่สุด จากนั้นก็จะเคลื่อนย้ายศีรษะไปยังร่างใหม่ โดยใช้สารประเภทโพลีเอธิลีน ไกลคอล(polyethylene glycol) ผสานไขสันหลังเข้ากับร่างใหม่

ซึ่งหากการทดสอบเชื่อมไขสันหลังกับระบบประสาทต่างๆ และหลังจากนั้นจะใช้เครื่องช็อกไฟฟ้ากระตุ้นบริเวณไขสันหลังให้ระบบต่างๆทำงานอย่างไรก็ตาม คนอาสาสมัคร ที่เข้ารับการผ่าตัด จะอยู่ในอาการในโคม่าราว 3-4 สัปดาห์ จากนั้นก็จะฟื้นตัวขึ้น เริ่มมีความรู้สึกที่ใบหน้า และพูดได้ แต่ยังต้องใช้เวลาบำบัดอีกอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะกลับมาเดินได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากการทดลองในครั้งแรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คานาเวโร ผู้วางวิทยาการใหม่เผยว่า วิธีดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัมพาตและผู้พิการได้อีกหลายพันคน

002