‘โพล’ชี้ ครบ1ปี ‘คสช’ ปชช.สุขเพิ่มขึ้น ติง เร่งแก้เศรษฐกิจ

‘นิด้าโพล ‘เผย คนไทย 49.% มีความสุขเพิ่มขึ้น หลัง ‘คสช.’ เข้ามาครบ 1ปี  แจง พูดจริง ทำจริง บ้านเมืองสงบ ด้านเศรษฐกิจ ยังไม่น่าพอใจมากนัก

วันนี้ 21พ.ค.58 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “1 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-19 พ.ค. 2558 จากประชาชนทั่วประเทศ กระจายทั่วทุกภูมิภาค และระดับการศึกษา รวมทั้งสิ้น 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน และความสุขของคนในชาติ หลังจากครบรอบ 1 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

9090

พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.44 ระบุว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะ คสช.พูดจริง ทำงานจริงจัง บ้านเมืองสังคมเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองลดลง รองลงมา ร้อยละ 40.72 ระบุว่า ยังใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม และยังมีปัญหาบางอย่างที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ การจัดระเบียบสังคม เป็นต้น

ขณะที่ ร้อยละ 9.68 ระบุว่า มีความสุขลดลง เพราะ เศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง ถูกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ ยังไม่มีการพัฒนาที่ชัดเจน ปัญหาความแตกแยกยังมีให้เห็นอยู่ ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 6 เดือน คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่ทำการสำรวจเมื่อเดือน พ.ย.2557 พบว่าไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไรนัก ที่ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.28 ระบุว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น

ซึ่งประเด็นที่ทำให้มีความสุขมากที่สุดต่อการทำงานครบรอบ 1 ปี ของ คสช. พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.76 ระบุว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวายทางการเมือง (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 55.11) รองลงมาร้อยละ 10.80 ระบุว่าไม่มีประเด็นใดที่ทำให้มีความสุข (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 14.86) ร้อยละ 9.76 ระบุว่า การมุ่งแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 5.51) ส่วนประเด็นที่ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนมีความสุข พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 25.60 ระบุว่า ไม่มีประเด็นใดที่ไม่มีความสุข (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 28.43) รองลงมา ร้อยละ 19.36 การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวม (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ 17.17) และ ร้อยละ 17.12 ระบุว่า การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชน (ผลสำรวจเมื่อ พ.ย. 57 ร้อยละ

MThai News

อาคาร 9 ชั้น พังถล่มในจีน สูญหาย 16 ราย

อาคารที่พักอาศัยสูง 9 ชั้น ในประเทศจีน พังถล่ม หลังจากฝนตกหนัก ทำให้มีผู้สูญหาย 16 ราย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังกว่า 100 นาย เร่งค้นหา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในเมืองกุ้ยหยาง เขตหยุนหยานทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เกิดเหตุอาคารที่พักอาศัยสูง 9 ชั้น พังถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้สูญหาย 16 คน ล่าสุดหน่วยกู้ภัยระดมเจ้าหน้าที่ มากกว่า 100 คน เข้าค้นหาผู้รอดชีวิต

Nine-story Residential Building Collapses In Guiyang

เหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าเกิดจากฝนตกหนัก ทำให้ดินถล่มจากบนภูเขาที่อยู่ใกล้กับอาคาร ส่งผลให้ตัวอาคารพังลงมา ส่วนผู้อยู่อาศัยในอาคารดังกล่าว ขณะนี้พบตัวแล้ว 98 คนปลอดภัยดี แต่ยังติดต่อไม่ได้อีก 16 คน ในจำนวนนี้มี 15 คนที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือยังอยู่ในพื้นที่ ด้านประชาชนที่อาศัยในอาคารใกล้เคียงกัน ถูกอพยพออกมาจากอาคารแล้ว เพื่อความปลอดภัย

MThai News

ที่มา…abcnews

ต่างชาติว่าไง ทักษิณ จ้อเวทีผู้นำเอเชีย

ห่างหายไปจากพื้นที่สื่อไปนาน แต่การกลับมาโล่นแล่นบนเวทีโลกอีกครั้ง ทำให้ชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกพูดถึงในหลากหลายแง่ ทั้งเรื่องกฎหมายการเดินทางเข้าออกประเทศ ที่เป็นที่กังขาว่า เหตุใดเกาหลีใต้ ไม่มีกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรืออย่างไร

ไทยจะมีท่าทีอย่างไรกับการปรากฎตัวของบุคคลที่มีคดีติดตัว หรือในเรื่องของเนื้อหา การพูดบนเวที Asian Leadership Conference 2015 “70 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง: การสร้างสันติภาพและความรุ่งเรืองในเอเชีย” ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่อดีตนายกฯ จะมีการแสดงวิสัยทัศน์อย่างไร

unnamed

จะว่าไปแล้ว หากตัดในเรื่องความขัดแย้งภายในประเทศไทย มองในเรื่องของธุรกิจ ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือตัวแปรสำคัญในการก่อร่างสร้างนโยบายพัฒนาชาติอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะถึงจุดวิกฤติ จนกระทั่งต้องหลบหนีออกนอกประเทศแบบไม่สวยหรู

ทางเกาหลีใต้เองไม่ได้เปิดเผยเหตุผลว่า เหตุใดจึงเชิญบุคคลต้องโทษ หนีคดี มาร่วมการประชุม ทั้งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ต่อต้านการคอรัปชั่นมากที่สุดประเทศหนึ่ง บ้างก็ว่า เป็นการสร้างกระแสเพื่อให้สื่อจับตา หรือว่าเป็นพวกจอมเสี้ยม เจตนาแฝงก็เป็นไปได้

แต่เอาเข้าจริงๆ บนเวทีนี้ ส่วนใหญ่มองไปถึงเรื่องความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างยั่งยืน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิสัยทัศน์ เพื่อพัฒนาประเทศชาติ

ภาพรวมในการประชุม พูดถึงการหารือของประเทศในทวีปเอเชีย ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงยึดมั่นในเรื่องของบุคคลระดับล่าง โดยกล่าวว่า ต้องร่วมกันทุ่มเท นำเอานวัตกรรมลงสู่รากหญ้า เป็นนวัตกรรมอันจะสร้างงาน และความสุขในชีวิตให้แก่กันทุกคน คิดให้สร้างสรรค์มากขึ้นว่า เอเชียจะใช้ทุนและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถของผู้คน

ส่วนหนึ่งของข้อความ ที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ส่วนตัว กล่าวถึง หลักนิติรัฐ ที่อดีตนายกฯ ให้ความสำคัญ

“ผมต้องแสดงความยินดีกับการก่อตั้งธนาคารการลงทุนสาธารณูปโภคแห่งเอเชีย (AIIB) ซึ่งควรมีมานานแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ เอเชียมีเงินทุนสำรองมากกว่า 7 ล้านล้านเหรียญ กว่า 60% ของเงินทุนสำรองโลก ส่วนหนึ่งของกองทุนนี้จะสามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลทางเศรษฐกิจที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น การเติบโตนั้นจะยั่งยืนและเชื่อถือได้ เฉพาะเมื่อใช้หลักนิติรัฐ และมีพื้นที่เปิดกว้างให้กับความสร้างสรรค์ ผมหมายถึงทั้งพื้นที่ทางกฎหมายและการเมืองที่ปล่อยให้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างสินทรัพย์และกระแสเงินแก่สังคมของเรา”

“นิติรัฐนั้นเป็นสินทรัพย์อันจับต้องมิได้ทางเศรษฐกิจอันสำคัญที่สุด โดยใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด ผลประโยชน์ทางการค้าและการพัฒนาเศรษฐกิจนั้นสำคัญกว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศ นั่นทำให้เอเชียคงสันติภาพเอาไว้ได้ตลอด 7 ทศวรรษที่ผ่านมา”

ใจความที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวมา เป็นที่แน่ชัดว่า การเมือง ความขัดแย้ง เป็นเรื่องของผลประโยชน์ แต่สิ่งที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ คือเรื่องของเศรษฐกิจ ปากท้อง การจัดการ และการพัฒนา ที่แน่ๆ ไม่ได้พูดถึงเรื่องคอรัปชั่น คดีที่ติดตัวมา ที่เป็นประเด็นปัญหายาวถึงปัจจุบัน

ความขัดแย้งที่ผ่านมาในประเทศ ด้านหนึ่งมองว่า ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดี ถูกตัดสินว่ามีความผิด ขณะที่อีกด้านหนึ่งมองเป็นเรื่องของ คดีทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ ทำให้ทั้งญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ รวมถึงบางประเทศ ยังปล่อยให้โลดแล่น เดินทางเข้าออกประเทศได้ แม้ไม่ได้พูดถึงอะไรที่กระทบไทย แต่ก็ได้เห็นว่า ประเทศเหล่านี้ยังคงให้ความสนใจกับแนวคิดของอดีตนายกฯ

สุดท้ายแล้ว ทุกประเทศไม่ว่าจะมีระบอบการปกครองแบบไหน ย่อมต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มองเห็นปัญหา สื่อสารและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศ ให้ประชาชนอยู่ได้ ไม่เดือดร้อน และที่สำคัญต้องมีความตั้งใจจริง จริงใจ นำพาประเทศไปได้ด้วยดี

เพชรพิริยะ

MThai News